BMW THAILAND VISION 2017

ค่ายใบพัดฟ้าขาวเผยแนวรุก บีเอ็ม/มินิ

                     

ค่ายใบพัดฟ้าขาวชักธงรบ ประเดิมต้นปีไก่ส่งรถใหม่ลงชิงธง 3 ตลาดทุกแบรนด์  บีเอ็ม ซีรีส์ 5 ใหม่ 2 รุ่น  มินิ 2 รุ่น พร้อม บิ๊กไบค์อีก 2 รุ่นรวด เผย เปิดศักราชใหม่ด้วยยอดขายเดือนแรกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเปิดฉากศักราชใหม่ด้วยยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม 2560 ด้วยยอดรวมจากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิกว่า 745 คัน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 22% ในขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายเลขสามหลักในเดือนมกราคมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจ โดยส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์ 110 คันในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว ถือเป็นสถิติใหม่หลังประสบความสำเร็จในฐานะตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับที่สามของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วโลกในปี 2559 ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เริ่มต้นปีด้วยสถิติยอดขายทั่วโลกสูงสุดในเดือนมกราคมด้วยเช่นกัน

มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ต่อยอดความสำเร็จบนเวทีโลกในปี 2559 ด้วยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม 2560 จากทุกแบรนด์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รวมกันถึง 163,288 คัน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตปีต่อปีที่ 6.8% ส่วนในประเทศไทยเริ่มต้นปีได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ด้วยสถิติยอดขายประจำเดือนมกราคมที่สูงสุดในประวัติการณ์ การเติบโตของบีเอ็มดับเบิลยู ในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อบีเอ็มดับเบิลยู นอกจากนี้เรายังมีรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์อีกมากมายกว่า 20 รุ่นที่เตรียมเปิดตัวออกสู่ตลาด เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าปี 2560 จะเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก”

ไฮไลท์สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูในปีนี้ ได้แก่การเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 5 ซีดานรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ด้วยงานออกแบบภายใต้แนวคิด BMW Efficient Lightweight ซึ่งเน้นการใช้วัสดุอลูมิเนียมและเหล็กกล้าที่มีความทนทานสูงแต่น้ำหนักเบา น้ำหนักจึงเบากว่ารุ่นก่อนถึง 100 กิโลกรัม พร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ปลอดภัย ยึดเกาะถนนและเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายในการเดินทางของผู้โดยสารตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ส่วนมินิ ประเทศไทย เตรียมแนะนำ มินิ คันทรีแมน รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดตัวให้แฟนมินิในประเทศไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor Show 2017เร็ว ๆ นี้ ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จะเผยโฉมมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดอีกสองรุ่นอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer และ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ในช่วงเดือนมีนาคม

สำหรับปี 2017 นี้ทาง บีเอ็ดับเบิลยูได้เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน ใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู 530i และบีเอ็มดับเบิลยู 520d บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน ใหม่ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นอัจฉริยะพร้อมระบบสัมผัส iDrive พร้อมแสดงระบบนำทาง ระบบโทรศัพท์ ระบบความบันเทิง และระบบการทำงานของรถผ่านจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว โดยรองรับการควบคุมผ่านทาง iDrive Controller สั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง หรือสัมผัสที่หน้าจอโดยตรง

ด้วยดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ที่เป็นเอกลักษณ์และได้รับการออกแบบมาเพื่อบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน ใหม่โดยเฉพาะโดยมีระบบปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแสงสว่างในมุมอับในขณะเข้าโค้ง หรือระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติในระยะไกลสุด 500 เมตร ภายในห้องโดยสาร มีการเพิ่มพื้นที่เก็บของและพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารในห้องโดยสาร นอกจากนี้ เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมการเก็บเสียงของห้องโดยสารเพื่อความผ่อนคลายสูงสุดของผู้โดยสาร

รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน บีเอ็มดับเบิลยู 530i ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมมอบกำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 129 กรัมต่อกิโลเมตร ลดลงจากรุ่นก่อน 11 เปอร์เซ็นต์สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บีเอ็มดับเบิลยู 530i M Sport: 4,399,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ส่วนรุ่นดีเซลอย่างบีเอ็มดับเบิลยู 520d ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้าพร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตรและมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บีเอ็มดับเบิลยู 520d Luxury: 3,899,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

มินิ คันทรีแมน เจเนอเรชั่นที่สอง จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show 2017ใน 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ มินิ คูเปอร์ คันทรีแมน มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริมที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี มินิ Twinpower Turbo ที่เพิ่มสมรรถนะการขับขี่และกำลังขับเคลื่อน มินิ คันทรีแมนโฉมใหม่ ได้พัฒนาในด้านดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นรอบคันและมิติรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมตอบสนองการใช้งานพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ในรูปแบบรถยนต์เอนกประสงค์ พรีเมียม คอมแพ็ค

ขนาดความยาวที่มากขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 20 เซนติเมตร ความกว้างที่เพิ่มขึ้นอีก 3เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 7.5 เซนติเมตรทำให้มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ประกอบด้วย 5 ที่นั่งแบบเต็มตัว และช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นของผู้โดยสารบริเวณช่องเก็บสัมภาระด้านหลังยังมี MINI Picnic Bench ซึ่งสามารถกางออกเป็นที่นั่งปิกนิกบริเวณท้ายรถได้

นอกจากนี้ หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถมาพร้อมระบบสัมผัส(ทัชสกรีน) เป็นครั้งแรก พร้อมฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น MINI Country Timer ที่ช่วยตรวจจับการขับขี่บนพื้นถนนที่ท้าทาย MINI Connected ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในยามเดินทางไม่ว่าจะเป็นแผนที่นำทาง แสดงพิกัดของรถ ดูการจราจร ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ และสมาร์ทโฟน สำหรับมินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย

ส่วน มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่ มาพร้อมสมรรถนะแบบสปอร์ตจากมินิ กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ ALL4 เจเนอเรชั่นล่าสุด ขุมพลังเบนซิน 4 สูบทำงานด้วยเทคโนโลยี มินิ TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 170 กิโลวัตต์/ 231 แรงม้าโดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตรสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.3 วินาทีรวมถึงเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport Automatic 8 สปีด ขุมพลังใหม่ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่มินิเคยนำออกมาทำตลาด

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่ ยังมีเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นชุด aerodynamics ล้ออัลลอยแบบJohn Cooper Works Course Spoke two-tone ขนาด 19 นิ้ว พร้อมดีไซน์และแต่งในสไตล์ John Cooper Works ทั้งภายนอกภายใน พวงมาลัยหนังแท้พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นรวมถึงเบาะสปอร์ตพิเศษJohn Cooper Works ระบบแสดงผล Head-Up Display และจอขนาด 8.8 นิ้ว ที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถมาพร้อมระบบสัมผัส(ทัชสกรีน)ใหม่ล่าสุด มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่นำเสนอในราคา3,588,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

นอกจากนี้ทางบีเอ็มดับเบิลยูยังได้เปิดตัว บิ๊กไบค์ในเซ็กเมนท์ Heritage บีเอ็มดับเบิลยู RnineT ที่มาพร้อมรูปโฉมอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดลระดับคลาสสิกของค่ายอย่างบีเอ็มดับเบิลยู R32 โดยบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดเผยโฉมมอเตอร์ไซค์ RnineT รุ่นใหม่อีก 2 รุ่นที่ได้รับการปรับแต่งให้เรียบง่ายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure เป็นมอเตอร์ไซค์คลาสสิคพันธุ์แท้ที่ได้รับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนทั้งในเมืองและแถบชานเมือง ด้วยโครงสร้างที่มีความคล่องตัว ผนวกกับดีไซน์อลูมิเนียมหรูบริเวณที่พักเท้าและแกนโช๊คหน้าส่วนตัวถังและบังโคลนด้านหน้าโดดเด่นด้วยสีเทา CatalanoNon-metallic ตัดกับโช๊คและระบบขับเคลื่อนสีดำ ให้ความรู้สึกคลาสสิคและทรงพลังในแบบมอเตอร์ไซค์ในแบบ Heritage ตัวจริง

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์สปอร์ตคลาสสิค ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมอเตอร์ไซค์แห่งยุค 70s ด้วยรูปทรงที่มีลักษณะหมอบต่ำและคล่องตัว ผสมผสานกลิ่นอายของความร่วมสมัยกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ซึ่งเห็นได้ชัดจากหน้ากากแบบ half-fairing ที่หุ้มเบาะหนั่งหลังแบบโค้ง แฮนด์บังคับแบบหมอบต่ำและที่พักเท้าที่วางไปทางด้านหลังตัวเฟรมสีเงินอลูมิเนียมแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างตัดกับระบบขับเคลื่อนสีดำอย่างชัดเจน ตอกย้ำความเป็นมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตในตำนานที่พร้อมมอบความสนุกสนานในทุกโค้งของการขับขี่ สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer และ R nineT Pure ยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย

นอกจากนี้บีเอ็มดับเบิลยูได้เดินหน้าต่อเนื่องสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน ด้วยการขยายสถานีชาร์จ BMW i pure Wallbox พร้อมให้บริการชาร์จแบตเตอรี่บีเอ็มดับเบิลยู ตระกูลiPerformance ไม่คิดค่าบริการใด ๆ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์จากผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ สู่โรงแรมในระดับห้าดาวสามแห่ง ได้แก่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ และโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เพื่อการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู มีบริการสถานีชาร์จ BMW i Wallbox Pure เพื่อการใช้งานสำหรับสาธารณะรวมทั้งหมด 6 สถานีในประเทศไทย

สำหรับ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังพัฒนาศักยภาพในการเดินหน้าสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยเริ่มสายการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ซึ่งเป็นรถยนต์ที่สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยปราศจากการปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสีย ตอกย้ำความสำเร็จของของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ขยายขอบเขตให้บริการสู่พื้นที่ภาคใต้ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร มิลเลนเนียม ออโต้ ภูเก็ต สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าตลาดพรีเมี่ยมในตลาดอันดามันภาคใต้ซึ่งครอบคลุมถึง 3 จังหวัดเศรษฐกิจ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ขณะที่ทางสยาม มอเตอร์ราด ได้เปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกในภาคใต้ตอนล่างเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และมอบบริการคุณภาพระดับโลกให้กับฐานลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดในแถบนี้

ทั้งนี้ โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร มิลเลนเนียม ออโต้ ภูเก็ต สามารถรองรับรถยนต์ได้กว่า 38 คัน แบ่งเป็นโซนจัดแสดงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 8 คัน มินิ 6 คัน และรถยนต์คุณภาพที่ผ่านการใช้งานแล้ว ตามโปรแกรมบีเอ็มดับเบิลยู พรีเมี่ยม ซีเล็คชั่นและมินิ เน็กซ์ 24 คัน และประกอบด้วยช่องบริการทางเทคนิครวม 10 ช่อง ส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรสยาม มอเตอร์ราด ภูเก็ต ครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร โดยมีมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจัดแสดงอย่างครบครัน