ส่องรถใหม่ ในงาน Motor Show 2018

 

วีไอพี เดย์ เริ่มแล้ววันนี้  “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39” งานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของเมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” หรือ “Revolution in Motion” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ในปีนี้ได้มีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงานมากถึง 30 กว่าแบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่าทุกแบรนด์ต่างก็พร้อมที่จะอวดโฉมรถยนต์ใหม่มาให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ เลือกชมกันอย่างหลากหลายรูปแบบ เรียกได้ว่ามางานเดียวครบทุกอย่าง เอาเป็นว่าวันนี้ทีมงาน  acarnewsonline.com  จะพาไปดูในแต่ละบูธรถยนต์ว่ามีอะไรใหม่มาขายกันบ้าง

AUDI

 

 

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S line ใหม่ เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู โดดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ยนต์เบนซิน Mild Hybrid (MHEV) แบบ V 6 สูบ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรงเทอร์โบชาร์จ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ 3.0 ลิตร แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 5.3 วินาที ตกแต่แบบ S line ทั้งภายในและภายนอก ราคา 5,399,000 บาท

 

The new Audi A8L ลักซ์ชัวรี ซีดานใหม่ ใช้พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Mild Hybrid แบบ V6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,000-6,400 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370 -4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Tiptronic พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ราคา 6,799,000 – 7,999,000 บาท

 

ASTON MARTIN  

   

Aston Martin Vantage 2018 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบจาก AMG ให้สมมรรถนะสูงสุด 510 แรงม้า แรงบิด 685 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด313 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ราคาประมาณ 5.2 ล้าน (ราคาต่างประเทศ)

 

BENTLEY

 

Bentley Continental GT 2018 ขุมพลังเบื้องต้นใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6.0 ลิตร W12 TSI ทวินเทอร์โบ บล็อกใหม่ล่าสุด ให้พละกำลัง 635 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 -100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 3.7 วินาที สามารถทำเร็วสูงสุด 333 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติดูอัลคลัตซ์ 8 สปีด ราคา 7,835,000 บาท 

 

BMW

 

BMW X2 sDrive 20i M Sport X รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo ปริมาตรกระบอกสูบ 1,998 ลูกบาศก์เซนติเมตร กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ 192 แรงม้า ที่ 5,000 - 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่1,350 – 4,600 รอบต่อนาที ให้ความเร็วสูงสุด 227 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 7.7 วินาที เกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronic 7 จังหวะ แบบ Steptronic double clutch ราคา 2,999,000 บาท

 

BMW 530i Touring M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Twin Power Turbo ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า ที่ 5,200-6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,450-4,800 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลา 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic Sport พวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักตามความเร็วรถขณะขับขี่ ราคา 4,539,000 บาท

 

 

BMW M4 CS ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ด้วยเทคโนโลยี BMW M Twin Power Turbo 460 แรงม้า ด้วยอัตราเร่ง 0 -100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วภายในเวลาเสี้ยววินาที ด้วยแป้งเปลี่ยนเกียร์ paddle shift บนพวงมาลัย ราคา 11,439,000 บาท

 

 

BMW M5 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ M Twin Power Turbo แบบ V 8 ความจุ 4.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 441 กิโลวัตต์ 600 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,600 รอบต่อนาที มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic อัตราเร่ง  0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 3.4 วินาที และ 0 -200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 11.1 วินาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคา 13,339,000 บาท

BMW X3 xDrive 20d M Sport ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการปล่อย CO2 เฉลี่ยที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตรราคา 3,799,000 บาท

BMW 118i M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo 136 แรงม้า อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 8.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 20.0 กิโลเมตรต่อลิตร และระดับการปล่อย CO2 เฉลี่ย 118 กรัมต่อกิโลเมตร ช่วงล่างแบบ M Sport  ราคา 2,099,000 บาท

 

CHEVROLET 

 

โคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม ปี 2019 รถกระบะรุ่นสูงสุดที่โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีภายนอกใหม่ พร้อมเอาใจลูกค้ารถกระบะโคโรลาโดด้วยการเปิดตัวชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถกระบะ “Thunder” ใหม่ล่าสุด และเพิ่มเติมเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบแอคทีฟล้ำสมัยให้ครอบคลุมโคโลราโดอีกหลายรุ่น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ รหัส XLDE25 LP2 คอมมอนเรลเทอร์โบ ไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์เครื่องยนต์บล็อก 4 สูบแถวเรียง เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 2,499 ซีซี กระบอกสูบ-ช่วงชัก 92:94 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 ผ่านมาตรฐานมลพิษไอเสียยูโร 4 พละกำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร (45 กก.-ม.) ที่ 2,000 รอบต่อนาที น้ำหนักเครื่องยนต์ 239 กก. ราคา 599,000 - 1,098,000 บาท

 

FERRARI

Ferrari 488 Pista 2018 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน  V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 3.9 ลิตร กำลังสูงสุด 720 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 770 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด อัตราเร่ง 0 -100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 2.85 วินาที และเร่งความเร็วต่อไปจนจึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคายังไม่เปิดเผย

 

Ferrari 812 Superfast มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด V12 ความจุ 6.5 ลิตร ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 800 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อวินาที แรงบิดสูงสุดถึง 718 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคุมด้วยเกียร์ 7 สปีด คลัทช์คู่  ราคาประมาณ 30.8 - 31.5 ล้านบาท

 

FORD

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใช้เครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ภายในตัวรถยังดูใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ด้วยความสูงถึง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,180 มิลลิเมตร และความยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ซึ่งเหนือชั้นกว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมา ราคา 1.669 ล้านบาท  

 

HONDA

 

 

ฮอนด้า พร้อมพาคุณก้าวสู่โลกแห่งอนาคตในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 ครั้งที่ 39 พบกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อการขับเคลื่อนและการใช้ชีวิตที่หลากหลาย พร้อมด้วยไฮไลต์สำคัญ ยนตรกรรมพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานเชื้อเพลิงและปราศจากไอเสีย “ฮอนด้า คลาริตี้ ฟิวเซลล์”  ที่สุดแห่งเทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัยเพื่อสิ่งแวดล้อมจากฮอนด้า และปลุกเร้าจิตวิญญาณความสปอร์ตด้วย “ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค” สีใหม่ สีแดงแรลลี่ ที่มาพร้อมกับสปิริตความสปอร์ตแบบเต็มขั้น พร้อมเติมเต็มทุกการใช้งานที่หลากหลาย ตอบรับเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ฮอนด้า  ซีวิค แฮทช์แบ็ค ที่ชื่นชอบความสปอร์ต พบกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตและยนตรกรรมฮอนด้าทั้ง 12 รุ่น ได้ที่ บูธฮอนด้า ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 ครั้งที่ 39

 

 

ISUZU

ISUZU MU-X THE ICONIC รุ่นพิเศษ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน ขนาด 1.9 ลิตร รุ่น RZ4E-TC กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบต่อนาที และ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันขนาดใหญ่ 3.0 ลิตรรุ่น 4JJ1-TCX กำลังสูงถึง 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ Revtronic 6 สปีด รุ่น 1.9 Ddi Blue Power ราคา 1,354,000 บาท และ รุ่น 3.0 Ddi Blue Power 1,399,000 บาท

 

JAGUAR

The New Jaguar E-Pare ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Ingenium 150 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 10.5 วินาที (0-60 ไมล์/ชม./9.9 วินาที) อัตราเร่งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 160 กรัม/กม. ราคา 3,600,000 บาท พิเศษในช่วงแนะนำ 3,500,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

จากัวร์ เอฟ-ไทป์ มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ Ingenium เบนซิน 2.0 ลิตร 300 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 400 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 5.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 163 กรัมต่อกิโลเมตร ราคา 6,999,000 บาท

 

LEXUS

Lexus LS ใหม่ มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นระบบไฮบริด เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ในรุ่น LS 500h มาพร้อมกับชุดเกียร์ใหม่ Lexus Multi Stage Hybrid สุดยอดนวัตกรรมที่จะทำให้เครื่องไฮบริด อีกทั้งเครื่องยนต์ใหม่แบบเทอร์โบชาร์จคู่ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ในรุ่น LS 500 มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift 10 ระดับ ตอบสนองสุนทรียะด้านการขับขี่สูงสุด และ เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ในรุ่น LS 350 ให้ความนุ่มนวลตลอดการขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยแนวทางการออกแบบชั้นเยี่ยม L-finesse ทำให้เลกซัส LS เป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด ราคา 11,530,000 - 15,830,000 บาท

Lexus LC500 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.0 ลิตร ทำงานคู่กับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้กำลังถึง 471 แรงม้า มอบสมรรถนะการขับขี่สนุกเร้าใจด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Global Architecture Luxury ใหม่ล่าสุดจากเลกซัส ราคา 16,950,000 บาท 

Lexus NX รุ่นปรับโฉม มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฮบริด 2.5 ลิตร ในรุ่น NX300h เต็มสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบ Lexus Hybrid Drive และขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ในรุ่น NX300 ให้สมรรถนะแรงเต็มพลังในทุกระดับความเร็ว ราคา 2,930,000 - 4,450,000 บาท

 

Lexus CT200h รุ่นปรับโฉมใหม่ มาพร้อมความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีของการขับขี่แบบ “Full Hybrid” ให้สมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ ผสานกับเอกลักษณ์การออกแบบที่เน้นความประณีตพิถีพิถัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System+ สร้างนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฮบริดพรีเมี่ยม แฮทช์แบค ราคา 1,999,000 - 2,965,000 บาท

 

Lexus RX 450h,350,300 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตรรุ่นใหม่ของเลกซัส เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) สะท้อนบุคลิกที่เหนือกว่าของผู้ครอบครองด้วยภาพลักษณ์สปอร์ต ผสานรูปทรงโดดเด่น ดุดัน เหนือใคร ด้วยความลงตัวของเส้นสายที่เชื่อมโยงกันจากด้านหน้าถึงด้านหลังอย่างมีดีไซน์ ทำให้รถดูมีมิติยิ่งขึ้น ราคา 4,180,000 - 7,600,000 บาท

Lexus RC 300 The Soloist Charisma ขับเคลื่อนจากขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 8-Speed Sport Direct Shift (SPDS) เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) รูปทรงโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวรวมถึงสมรรถนะที่เร้าใจ ราคา 5,665,000 บาท

Lexus GS 450h มาพร้อมนิยามแห่งความสมบูรณ์แบบให้ยิ่งสมบูรณ์แบบกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบ   Spindle Grille เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนปรัชญาการออกแบบภายใต้แนวความคิด L-Finesse ของเลกซัส ให้มีรูปลักษณ์ที่ดุดันและ โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวยิ่งกว่าเดิม ราคา 4,930,000 - 8,110,000 บาท

 

Lexus ES300h โดดเด่นด้วยขุมพลัง Full Hybrid ในแบบฉบับของเลกซัส ออกแบบโดยผสานความสปอร์ตและหรูหราอย่างลงตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) เหนือระดับ ราคา 3,500,000 - 4,040,000 บาท

 

Lexus IS 300 และ IS300h Beastiful มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) โฉบเฉี่ยวกับ 3-eye LED Headlamp โค้งรับกับไฟ LED Daytime Running Light คมเข้มด้วยชุดไฟท้ายรูปตัว L ซึ่งจัดเรียงอย่างมีมิติ สร้างมุมมองใหม่ที่บ่งบอกความเป็นผู้นำแห่งอนาคตของคุณ ราคา 3,065,000 - 4,445,000 บาท

 

MASERATI

 

 

มาเซราติ กิบลี่ 2018 ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ เบนซิน และ ดีเซล โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย คือ กิบลี่ แกรนลุซโซ่ เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้า กิบลี่ เอส แกรนสปอร์ต ใช้เครื่องยนต์เดียวกัน แต่เพิ่มกำลังเป็น 430 แรงม้า กิบลี่ ดีเซล เครื่องยนต์ดีเซล วี6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 275 แรงม้า กับแรงบิดสูงถึง 600 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่นสุดท้าย เป็นกิบลี่ ดีเซล แกรนลุซโซ่ ที่ถูกเพิ่มหลายออพชั่นล้ำสมัย โดยมาเซราติ กิบลี่ ทุกรุ่นย่อย ส่งกำลังสู่ล้อหลัง ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF ราคา 6,990,000 – 9,990,000 บาท

 

MAZDA

 

Mazda 2 รุ่นปรับโฉม ได้มีการเพิ่มออพชั่นทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3L และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5L ทั้งตัวถังแบบซีดานและแฮทช์แบค ได้มีการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานที่หลากหลาย ประกอบด้วย สีใหม่ล่าสุด สีแดงโซลเรด คริสตัล, ระบบเชื่อมต่อโลกการสื่อสาร MZD Connect, ระบบไฟหน้า เปิด-ปิด แบบอัตโนมัติ, ที่ปัดน้ำฝนแบบกระจกหน้าแบบอัตโนมัติ, ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light, ระบบควบคุมความเร็วคงที่, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ, หน้าจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี (ออพชั่นเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นของรถ) รถยนต์มาสด้า2 รุ่นปรับโฉมใหม่ มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮทช์แบค 5 ประตู โดยในแต่ละรูปแบบตัวถังจะมี 7 รุ่นย่อย แบ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 รุ่น และเครื่องยนต์คลีนดีเซล 3 รุ่น ราคา 530,000 – 789,000 บาท

 

 

Mazda3 รุ่นปี 2018 คอลเลคชั่น ได้เพิ่มออพชั่นล้ำสมัย ตอบสนองกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ประกอบด้วย

- รุ่น 2.0 E (แบบ 4 ประตู) และรุ่น 2.0 E Sports (แบบ 5 ประตู) รายการอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้านี้ คือ เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และเพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรุในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

- รุ่น 2.0 C (แบบ 4 ประตู) และรุ่น 2.0 C Sports (แบบ 5 ประตู) รายการอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ เพิ่มไฟฟ้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light, เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา, เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และเพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

- รุ่น 2.0 S (แบบ 4 ประตู) และรุ่น 2.0 S Sports (แบบ 5 ประตู) รายการอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้านี้ คือ เพิ่มเบาะนั่งด้านคนขับแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา, เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และเพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสานตาขณะถอยหลัง

- รุ่น 2.0 SP (แบบ 4 ประตู) และรุ่น 2.0 SP Sports (แบบ 5 ประตู) รายการอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ เพิ่มเบาะนั่งด้านคนขับแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา, เพิ่มระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง และเพิ่มระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด

รถยนต์มาสด้า3 รุ่น 2018 คอลเลคชั่น มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮทช์แบค 5 ประตู ในรูปแบบเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร โดยสีภายนอกมี มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ราคาเริ่มต้น 857,000 – 1,149,000 บาท

 

MERCEDES-BENZ

 

The new CLS 300 d AMG Premium ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ พร้อมเทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ1,950 ซีซี แรงม้าสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 4,200 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 1-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 6.4 วีนาที เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering - wheel Gearshift Paddles) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการ ทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ราคา 4,980,000 บาท 

 

 

The S-Class มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ The S 350d Exclusive และรุ่น The S 350 d AMG Premium ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 6 สูบ เทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 2,925 ซีซี แรงม้าสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400 – 4,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 3,200 รอบต่อนาที  อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุดโดยประมาณอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคา 7,640,000 บาท

 

 

GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ใช้เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 1,991 ซีซี แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นัวตันเมตร ที่ 1,200 – 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดโดยประมาณอยู่ที่ 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคา 3,990,000 บาท

 

 MG

NEW MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ DOHC VTI-TECH 4 สูบ 1.5 ลิตร ให้พละกำลัง 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดพร้อม Manual Mode เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีให้เลือกทั้ง 5 สี ได้แก่ สีแดงสกาเลตต์เรด สีฟ้ามารีน่าบลู สีน้ำเงินซิลเวอร์เมทัลลิก สีขาวอาร์คติคไวท์ และสีดำแบล็คไนท์ ราคา 679,000 - 789,000 บาท

 

MINI

 

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คันทรีแมน ใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ ALL4 และขุมพลังจากเทคโนโลยี มินิ Twin Power Turbo 231 แรงม้า อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 6.5 วินาที ในความเร็วสูงสุด 234 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,450 – 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต พร้อมแป้ง paddleshift บนพวงมาลัย ราคา 3,548,000 บาท

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คลับแมน ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ ALL4 เจเนอเรชั่นล่าสุด ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ทำงานด้วยเทคโนโลยี มินิ Twin Power Turbo 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 6.3 วินาที รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 สปีด ราคา 3,548,000 บาท

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยี มินิ Twin Power Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 สปีด ส่งความเร็วจาก 0 -100 กิโลเมตร ในเวลา 6.1 วินที ราคา 3,410,000 บาท

 

MITSUBISHI

 

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC VG Turbo ที่มาพร้อมเสื้อสูบและฝาสูบอลูมินัม อัลลอย ความจุ 2.4 ลิตร เผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำ จึงช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที มีแรงบิดสูงสุดถึง 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ราคาเริ่มต้น 1,296,000 – 1,539,000 บาท

 

 

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น แรงด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อม MIVEC ระบบวาล์วแปรผันเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันสูงสุดและลดปริมาณมลพิษลงได้อย่างยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ดังกล่าวผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 มีอัตราบริโภคน้ำมันที่ 23.8 กม.ต่อลิตร และมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 98 กรัมต่อกม. ใช้ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ INVECIII CVT พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ช่วยควบคุมและตัดกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก และระบบ จี-เซ็นเซอร์ (G-SENSOR) ช่วยควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้แม่นยำมากขึ้นในทางลาดชัน ราคาเริ่มต้น 564,000 – 571,000 บาท

 

NISSAN

Nissan GT-R 2018 เจ้าของตำนานรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ V6 รหัส VR38DETT ความจุ 3.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 570 แรงม้า ที่ 6,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 637 นิวตันเมตร ที่ 3,300 – 5,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 13.5 ล้านบาท

 

 

 

นิสสัน นาวาร่า รุ่น 2018 มาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ อาทิ กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Around View Monitor (AVM) และถุงลมนิรภัย 7 จุด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน ขนาด2.5 ลิตร รหัส YD25DDTI 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 403 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที และแรงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ที่มีเลือกทั้งแบบธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อม Manual Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังเปลี่ยนสู่โหมดการเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่สามารถทำได้ในขณะขับขี่ ราคา 796,000 – 1,009,000 บาท 

 

PORSCHE

 

 

Porsche Cayenne 2018 มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Porsche Cayenne เครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ เทอร์โบ ขนาดความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า และแรงบิด 450 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.2 วินาที (และ 5.9 วินาที หากติดตั้ง Sport Chrono Package) ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 245 กม./ชม. และ Porsche Cayenne S ใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ ทวินเทอร์โบ ขนาดความจุ 2.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 440 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.2 วินาที (และ 4.9 วินาที หากติดตั้ง Sport Chrono Package) ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 265 กม./ชม. ทั้งสองรุ่นจะจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic S 8 สปีด Porsche Cayenne ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.2 ล้านบาท และ Porsche Cayenne S ราคา 2.8 ล้านบาท ส่วนไทยอย่างเร็วสุดอาจเป็นช่วงปลายปี 2018

 

ROLLS-ROYCE

 

Rolls-Royce New Phantom 2018 มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ ชาร์จ แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันที่ 1,700 รอบต่อนาที แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า ที่ 5000 รอบต่อนาที  ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่งจาก 0 - 100 เพียง 5.4 วินาที ราคา 59,500,000,000 บาท

 

SUBARU

ALL-NEW SUBARU XV ใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (BOXER) บล็อคใหม่ล่าสุด FB20 ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ให้กำลังเต็มสมรรถนะด้วยระบบควบคุมวาล์วแบบแอคทีฟ ทั้งไอดีและไอเสีย โดยมี 6 สีให้เลือก ประกอบด้วย สีขาว, สีเงินเมทัลลิค, สีเทาเข้มเมทัลลิค, สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม และสีส้มโทนใหม่ ซันไชน์ ออเรนจ์ รุ่น 2.0i ราคา 1,159,000 บาท และรุ่น 2.0i-P ราคา 1,259,000 บาท

 

SUZUKI

 

 

All New Suzuki SWIFT ใช้เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12M 4 สูบ DOHC 1.2 ลิตร 1,197 ซีซี. ระบบหัวฉีดคู่ Dual JET กำลังสูงสุด 83 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้าความจุถังน้ำมัน 37 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ราคา 499,000 - 609,000 บาท

 

TOYOTA

Toyota CH-R มีขนาดเครื่องยนต์ 1,798 ซีซี มีรหัสเครื่องยนต์ 2ZR-FXE DOHC 16 วาล์ว แรงม้า 72 กิโลวัตต์ ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน E-CVT พร้อม Shift Lock มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 600 โวลต์ กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร  ส่วนแบตเตอรี่ไฮบริด (Nickel-Metal Hydride) มีแรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ จำนวนโมดูล 28 โมดูล ความจุไฟฟ้า 6.5 แอมป์ (3 ชั่วโมง) ระบบช่วงล่างหน้า อิสระเม็คเฟอร์สตัท พร้อมเหล็กกันโคลง หลัง อิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมเหล็กกันโคลง ทำให้การขับขี่ในระยะทางไกล ๆ สามารถขับเคลื่อนได้ดี ยึดเกาะถนนเยี่ยม ขณะเดียวกันก็สามารถเร่งแซงได้ อย่างไม่กังวล ราคา 979,000 – 1,159,000 บาท

 

โตโยต้า อัลฟาร์ดและเวลไฟร์ รุ่นปรับโฉมใหม่ สะท้อนความสมบูรณ์แบบเหนือระดับ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น และความสะดวกสบายครบครันอันเป็นเอกลักษณ์ โตโยต้า อัลฟาร์ด รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ไฮบริด มาพร้อมความคุ้มครองที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วย HYBRID WORRY FREE กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำและคุณภาพระบบไฮบริดของโตโยต้า ราคา 3,939,000 บาท สำหรับรุ่นอัลฟาร์ด 3.5 VIP มาพร้อมขุมพลังใหม่ V6 24วาล์ว DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Direct Shift เพื่อสมรรถนะเต็มกำลังและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น ราคา 5,429,000 บาท นอกจากนี้ในรุ่นเวลไฟร์ 2.5 ยังได้เพิ่มสีใหม่ Steel Bronze Metallic เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ราคา 3,809,000 บาท

 

VOLVO

 

The New Volvo XC 60 มาพร้อมเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid ให้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.เพียง 5.3 วินาที ใช้ระบบส่งกำลัง Drive-E Powertrains ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลและ T8 เกียร์ 8 สปีด เกียร์ทรอนิคขับเคลื่อน 4 ล้อ T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid นั้นเป็นการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จและซูเปอร์ชาร์จเอาไว้ด้วยกันทำให้มีพละกำลังสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 2,200-5,400 ต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังอีก 87 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 240 นิวตันเมตร เมื่อรวมกับกำลังเครื่องยนต์เบนซินกับมอเตอร์ไฟฟ้า จึงได้เครื่องยนต์ที่มีพละกำลังแรงถึง 407 แรงม้า เรียกพลังแรงบิดสูงถึง 640 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ได้ในเวลาเพียง 5.3 วินาที  มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 47.6 กม./ลิตร ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้เป็นระยะทางถึง 44.92 กม.

ด้านเครื่องยนต์ดีเซล D4  ดีเซล คอมมอนเรล ทวินเทอร์โบให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 4,250 รอบต่อนาที ให้กำลังแรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.9 กม./ลิตร ราคา 3.09 - 3.59 ล้านบาท