9 สายหมอบตัวพันคันไหนแจ่ม

 

สัปดาห์นี้พักสมองเรื่อง 4 ล้อ ไปทัวร์ชมสองล้อพรีเมี่ยมสายหมอบไซส์พันซีซีกันบ้าง เรื่องนี้หามาเล่าลดดีกรีความหื่นของแอดมินเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับผู้ใด ลองไปดูครับมีใครขายอะไรอยู่ในตลาดไทยกันบ้าง ขนาดบิ๊กไซน์สายสองล้อเรียกเต็มปาก บิ๊กไบค์ ซูเปอร์ไบค์ ต้องไซค์นี้เท่านั้นครับ

Honda CBR 1000 RR Fireblade SP 2017

พี่ใหญ่สุดของตระกูล CBR  Honda CBR 1000 RR Fireblade SP 2017 รถสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งรุ่นพิเศษที่อัพเกรดมาจากรุ่นปกติ มีลูกเล่นที่ครบถ้วนในการใช้งานทั้งในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและใช้งานขับขี่ในสนามแข่ง

Honda CBR1000RR Fireblade SP 2017 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 998 cc แบบ DOHC 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันแบบ PGM-FI ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด แรงม้าสูงสุดที่ 195 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุดได้ที่ 116 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที  มีโหมดให้เลือกใช้งาน 3 โหมดคือ Track , Sport และ Comfort  ระบบโช้คอัพหน้าและหลังจาก Ohlins ที่สามารถปรับทั้ง Compression และ Rebound ได้อย่างละเอียด  ระบบเบรกจาก Brembo วงล้อแบบ ฟอร์จจาก Marchesini M7 รัดด้วยยางหน้า 120 และยางหลัง 190 ที่มีน้ำหนักเบาและเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานในล้อหน้า 18% และล้อหลัง 9%  และระบบไฟ LED รอบคัน  

ตัวรถนั้นมีระบบอย่าง Wheelie Control HSTC ระบบป้องกันล้อหน้ายก Traction Control ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี หรือ Gyro Based ABS ระบบช่วยเหลือการทำงานของ ABS ขณะที่รถมีการเอียงตัว Torque Adjust การปรับอัตราการเร่งของตัวรถได้ 9 ระดับ Quick Shifter Assist Up & Down Shift หรือระบบเปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลงโดยไม่จำเป็นต้องกำคลัทซ์ Launch Control  ระบบช่วยเหลือในการออกตัว Pit Lane ระบบจำกัดความเร็วของตัวรถ ราคาค่าตัวของเจ้า All New Honda CBR1000RR SP ในประเทศไทยจะอยู่ที่ 779,000 บาท สามารถเข้าไปของรายละเอียดข้อมูลของตัวรถ ได้ที่ 02-790-3999 บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด หรือศูนย์จัดจำหน่าย Honda Big Wing ทั่วประเทศ  

Kawasaki Ninja H2

โดดเด่นด้วยระบบ Supercharge  ทำให้รถคันนี้ดูดุดัน น่าเกรงขาม และเป็นรถในคลาส 1000 CC ที่มีระบบ Supercharger เพียงค่ายเดียวอีกด้วย โดย Kawasaki H2 จะใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ทำงานร่วมกับระบบ Super Charger ที่ ให้พละกำลังมากถึง 200 แรงม้า และแรงบิด 140 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบต่อนาที

ตัวรถ Kawasaki Ninja H2 นั้นมีระบบ KTRC (Kawasaki Traction Control) เป็นการป้องกันล้อหลังเกิดการสไลด์ ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ในคลาส 1000 CC เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ หรือจะเป็นระบบสำหรับการช่วยเหลือการขับขี่ อาทิเช่น ระบบ Launch Control , Quick Shifter เป็นต้น

ระบบโช้คอัพหน้าเป็นของ KAYABA แบบปรับระดับได้ ในส่วนของโช้คอัพหลังเป็นของ Ohlins ปรับระดับไฟฟ้าระบบเบรก ABS เป็นของ Brembo หน้า-หลัง ขนาดจานดิสก์หน้า 330mm และ หลังขนาด 250mm ทีเด็ดของเจ้า Kawasaki Ninja H2 เลยนั้นคือเจ้าตัวกันสะบัดไฟฟ้าจาก Ohlins ที่ปรับตามความเร็วของผู้ขับขี่ หากขับด้วยความเร็วสูงเจ้าตัวกันสะบัดไฟฟ้าก็จะปรับให้ตัวรถหน่วงขึ้น แต่ถ้าหากผู้ขับขี่ขี่ด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก เจ้าตัวกันสะบัดตัวนี้ก็จะช่วยให้บังคับรถได้ง่ายขึ้น

สำหรับเจ้า Ninja H2 คันนี้มาพร้อมกับสวิงอาร์มแบบโปรอาร์ม และยังมาพร้อมกับล้อแบบอลูมิเนียมที่เป็นรูปดาว 5 แฉก ในส่วนของยางติดรถทางโรงงานให้ยางของ Bridgestone Battlax RS10 ที่มีขนาดยางหน้า 120 และขนาดยางหลัง 200 สำหรับราคาเจ้า Kawasaki Ninja H2 คันนี้ ราคาอยู่ที่ 1,568,000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดตัวรถได้ที่ 02-018-4999 บริษัท คาวาซากิมอเตอร์เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด หรือที่ ศูนย์จำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ Kawasaki ทุกสาขาทั่วประเทศ

Yamaha YZF-R1M

Yamaha 1 ในรถคลาส 1000 CC ที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์ของใครหลาย ๆ คนที่อยากได้มาครอบครอง ด้วยเอกลักษณ์ของเจ้าตัว R1M นี้มีความคล้ายคลึงกับรถที่ใช้ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบระดับโลกอย่าง Moto GP อย่างเจ้า YZR-M1 ซึ่งเป็นรถของ Valentino Rossi แชมป์โลก 9 สมัย เจ้าของฉายา “The Doctor” นั่นเอง

R1M คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงแบบ Crossplane Crankshaft 998 CC ที่ใช้ในการแข่งขัน Moto GP ซึ่งจะแตกต่างจากรถ 4 สูบเรียงทั่ว ๆ ไป ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมแรงม้า 200 ตัวที่ 13,500 รอบ/นาที ด้านแรงบิดอยู่ที่ 112 นิวตัน-เมตรที่ 11,500 รอบ/นาที พร้อมเทคโนโลยีก้านสูบไทเทเนียมที่มีความทนทานสูง น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงส่งกำลังได้เร็วและแรง มาพร้อมกับขนาดล้อหน้าที่ 120/70ZR17 และล้อหลัง 190/55ZR17 รัดด้วยยาง Bridgestone Battlax RS10 อีกทั้งยังติดตั้งระบบ IMU หรือที่เรียกว่าระบบวัดมุมองศา 6 แกน เพื่อวัดระยะองศาการเอียงตอนอยู่ในโค้งได้อีกด้วย

สิ่งที่แตกต่างออกไปจาก R1 ปกติที่เราเห็นได้ชัด ๆ เลยคือ วัสดุของตัวรถหรือแฟริ่งเปลือกนอกจากเดิมเป็นพลาสติก เจ้าตัว R1M นั้นเป็นวัสดุจาก Carbon Fiber และช่วงล่างของตัวรถนี่เรียกได้ว่าจัดเต็มตั้งแต่ออกจากโรงงานประกอบเลยคือ โช้คอัพหน้าจากเดิมของตัว R1 ปกติเป็น Kayaba เจ้า R1M ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ของ Ohlins แถมยังมีระบบ ERS (Electronic Racing Suspension) โดยจะรับข้อมูลมา และทำการประมวลผลเป็นระบบ SCU (Suspension Control Unit) เพื่อทำหน้าที่ปรับระยะยุบตัวให้เหมาะกับการใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

เรียกได้ว่าสเปคของเจ้า R1M นั้นใกล้เคียงกับรถแข่งอย่าง M1 มากเลยทีเดียวสำหรับใครที่สนใจเจ้าตัว R1M นี้ โดยราคาอยู่ที่ 1,099,000 บาท และสามารถติดต่อขอดูรถและสอบถามข้อมูลได้ที่  02-740-8000 บริษัท ไทย ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด หรือที่ ศูนย์จัดจำหน่าย Yamaha Rider Club ทั่วประเทศ

Suzuki GSX-1300R Hayabusa

ตำนานพญาเหยี่ยว Suzuki Hayabusa รถที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็วที่ทำได้มากกว่า 300 กิโลเมตร / ชั่วโมง และยังเป็นรถที่เคยเร็วที่สุดในโลก ปัจจุบันถูกแทนด้วย ZX14R ของค่าย Kawasaki แต่ถึงอย่างนั้นตำนานก็คือตำนานมาทำความรู้จักกับเจ้า Suzuki Hayabusa คันนี้กันดีกว่า

Suzuki GSX-1300R Hayabusa ถูกออกแบบให้มีรูปแบบ โฉบเฉี่ยว ดีไซน์ไม่ซ้ำใคร ไม่มีใครเหมือน ตามหลักอากาศพลศาสตร์แล้วตัวรถจะไม่ให้ลมมาสัมผัสตัวผู้ขับขี่เลยแม้แต่น้อย เพื่อผลของการขับขี่ที่ดีที่สุด พญาเหยี่ยวคันนี้ มาพร้อมบล็อคเครื่องยนต์แบบ DOCH 4 จังหวะ 4 สูบ ขนาด 1,340 CC ที่ใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำ ตัวเครื่องยนต์ถูกควบคุมด้วยกล่องสมองกลอัจฉริยะที่มีหน่วยความจำภายในขนาด 32 bit 1024 kb ไมโครโปรเซสเซอร์ จึงทำให้สามารถตอบสนองแรงบิดในทรงพลังในทุกรอบความเร็วของเครื่องยนต์ได้อย่างแม่นจำและฉับไว

ระบบไฟหน้าและไฟท้าย เป็นแบบ LED กระบอกสูบเป็นแบบอะลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการผลิตโดยเคลือบสาร Suzuki Composite Electrochemical Material (SCEM) ที่ได้รับการยอมรับจากในสนามแข่งช่วยในเรื่องของการลดการสึกหรอของตัวเครื่องยนต์ ทนทานและยังระบายความร้อนได้ดีอีกด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่ของเจ้า Suzuki GSX1300R Hayabusa ยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระบบเกียร์แบบ 6 สปีด พร้อม Oil Spray ที่จะช่วยลดการสึกหรอและเสียงของชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ขณะการขับขี่ในย่านความเร็วสูง

แน่นอนว่ารถแรงขนาดนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เบรก Brembo 4 พอท พร้อมระบบ ABS และยังมีโหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกใช้งานได้ในชีวิตประจำวันถึง 3 โหมดด้วยกัน ระบบกันสะเทือนมาจาก Kayaba ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ Diamond-Like Carbon ที่ช่วยลดแรงเสียดทานจากการทำงานจากการดูดซับแรงกระแทก และตัวรถเองนั้นยังมาพร้อมกับยาง  Bridgestone BT-015 ราคาของเจ้า Suzuki Hayabusa นี้อยู่ที่ 850,000 บาท สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดรถได้ที่ 02-533-1160 บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด และศูนย์จัดจำหน่าย Bigbike Suzuki ทั่วประเทศ

BMW S1000RR

สุดยอดมอเตอร์ไซค์ที่ทุกคนต่างอยากได้มาครอบครองกับฉายา “ฉลาม” หรือ BMW S1000RR ที่สุดของรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต 1000 CC ที่มาพร้อมกับความแรงเต็มระบบ รูปลักษณ์ ดีไซน์การออกแบบที่โฉบเฉี่ยวที่มีไฟหน้าที่ไม่เหมือนกันและมีครีบเหมือนปลาฉลาม ทำให้ใครหลาย ๆ คนหลงรักมอเตอร์ไซค์คันนี้อย่างบอกไม่ถูก

เครื่องยนต์ที่ถูกติดตั้งมาของเจ้า S1000RR คันนี้ขุมพลัง 999 CC 4 สูบเรียงแบบ inline ระบายความร้อนด้วยน้ำ และมีพลังกำลังแรงม้ามากถึง 199 แรงม้า ที่ 13,500 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด สำหรับยางติดรถด้านหน้าอยู่ที่ขนาด 120/70 ZR17 และล้อหลังอยู่ที่ขนาด 190/55 ZR17

ขึ้นชื่อว่า BMW คงจะไม่หนีในเรื่องด้านความปลอดภัย S1000RR คันนี้ถูกติดตั้งระบบการช่วยเหลือการขับขี่มากมายเช่น Dynamic Damping Control (DDC) ที่ช่วยปรับการทำงานของช่วงล่างให้เหมาะสมกับการขับขี่ Dynamic traction-Control (DTC) ควบคุมความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง และยังมาพร้อมกับเบรก Brembo หน้า 4 ลูกสูบ และหลัง 2 ลูกสูบ ที่มีระบบ ABS ช่วยในการเบรกเพื่อไม่ให้ลื่นไถลในเวลาเบรก

ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 โหมด ไม่ว่าจะเป็นโหมด Rain, Sport, Race, Slick และ User (Slick และ User สามารถใช้ได้ตอนที่รถรันอินไปถึง 1000 กิโลเมตรแล้ว) แถมยังมีโหมด Cruise Control ระบบ Lunch Control ที่เป็นระบบล๊อกรอบออกตัว และระบบ Quick Shifter ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยที่ไม่ต้องบีบครัทช์ เพื่อช่วยเสริมความสนุกในการขับขี่มากขึ้นอีกด้วย ในส่วยของราคาสำหรับเจ้า “ฉลาม” หรือ BMW S1000RR คันนี้อยู่ที่ 840,000 บาท สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดของตัวรถได้ที่ 02-305-8888 บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด หรือตามศูนย์ บีเอ็มดับเบิลยู ทั่วประเทศ

Ducati 1299 Panigale R

สุดยอดนวัตกรรมดีไซค์ 2 ล้อที่ทุกคนต่างหลงใหลจากค่ายอิตาลีแดนมักกะโรนี  Ducati 1299 Panigale r ที่ผู้ชายหลายคนอยากเป็นเจ้าของ ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่ชวนหน้าหลงใหล ที่เวลาขับไปไหนจนใครหลาย ๆ คนต้องเหลียวมอง

Ducati 1299 Panigale r มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบ Superquadro L-Twin 1285 CC ให้กำลังแรงมาสูงสุดอยู่ที่ 205 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 144.6 นิวตันเมตร มาพร้อมโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ USD ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มแบบโปรอาร์มแบบปรับระดับได้  ระบบเบรก ABS จาก Brembo ในส่วนของด้านหน้ามาพร้อมจาน 300 มิลลิเมตร และด้านหลัง 245 มิลลิเมตร

ระบบไฟของตัวรถเป็น Full LED รอบคัน มีจอมาตรวัดดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบ และน้ำหนักของตัวรถที่เบาเพียง 184 กิโลกรัม และระบบกันสะเทือนของตัวรถนั้นเป็นแบบ ohlins ทั้งคันแบบปรับระดับได้  ในส่วนของยางติดรถนั้น ยางหน้าขนาด 120/70 ZR17 และล้อหลัง 200/55 ZR17  แถมยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่าง DWC หรือ Ducati Wheelie Control นั่นก็คือระบบกันล้อยก และระบบ EBC หรือ Engine Brake Control ที่ช่วยทำให้กำลังของเครื่องยนต์นุ่มนวลสมูทมากขึ้นในขนาดที่ลดเกียร์ลงจากเกียร์สูง ๆ

นอกจากนี้ 1299 Panigale R ยังมาพร้อมกับระบบ  Quick Shifter ที่สามารถช่วยผู้ขับขี่ในเวลาเข้าเกียร์โดยไม่ต้องกำครัทช์ ราคาค่าตัวของ Ducati 1299 Panigale R อยู่ที่ 2,199,0000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดของตัวรถได้ที่ 02-513-9999 บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือโชว์รูมดูคาติทั่วประเทศ

Ktm 1190 RC8 R

สำหรับค่าย KTM สัญชาติออสเตรีย ถือว่าเป็นค่ายแบรนด์ดังอันดับต้น ๆ ของโลกที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย และถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีไม่น้อย ยังมีรถ Super Bike คลาส 1000 CC ที่ทางค่าย KTM นั้นมีความแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ ด้วยรูปทรง หน้าตา การดีไซน์ตัวรถ ถือว่าดูแปลกและแหวกแนวไปเลยทีเดียวนั้นก็คือเจ้า KTM 1190 Rc8 R นั่นเอง

KTM 1190 Rc8 R มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V-Twin 2 สูบ 1195 CC ที่มีแรงม้ามากถึง 173 แรงม้าที่ 10,250 รอบ/นาที ชุดเพลาข้อเหวี่ยงได้รับการเพิ่มน้ำหนักขึ้น 100 กรัม เพื่อที่ต้องการจะสร้างแรงเฉื่อยให้มีมากขึ้น ทำให้ตัวเครื่องเดินเรียบขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงในเรื่องขององศาการเปิดปิดของวาล์วใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำงานแยกจากกันเป็นอิสระ ตรงจุดนี้ก็จะช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมาขึ้น ส่งผลให้มีกำลังมากขึ้นตามไปด้วย และที่สำคัญทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลดน้อยลงการปล่อยค่าก๊าซไอเสียก็ต่ำลงไปด้วย

มาต่อกันที่ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะให้โช้คมาเป็นแบบเทเลสโคปิคหัวกลับ ขนาด 43 มม. WHITE POWER ซึ่งสามารถที่จะปรับตั้งค่าความหนืดและระยะการยุบตัว ให้มีความเหมาะสมกับผู้ขับขี่ได้ดีอีกด้วย ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นโช้คอัพแบบโมโนโช้คจาก WHITE POWER เช่นกัน

ส่วนของระบบเบรกนั้น KTM 1190 RC8 R ได้เลือกและไว้วางใจให้กับค่าย BREMBO ซึ่งติดตั้งเบรกด้านหน้าเป็นแบบ Monobloc 4 ลูกสูบ โดยจะทำงานคู่กับจานเบรกขนาด 320 มม. สำหรับด้านหลังเป็นแบบ 2 ลูกสูบ จานเบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. ขนาดของวงล้อที่ให้มามีขนาดวงล้อ 17 นิ้ว ด้านหน้ากว้าง 3.5 นิ้ว ยาง 120-70 ZR 17 ส่วนล้อหลังกว้าง 6 นิ้วสวมยางขนาด 190-55 ZR-17 ราคาค่าตัวของเจ้า KTM RC8 R นั้นอยู่ที่ 1.3 ล้านบาท สามารถสอบถามรายละเอียดของตัวรถได้ที่เบอร์ 02-262-0803 บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จํากัด และศูนย์จำหน่าย KTM ทั่วประเทศ

MV Agusta F4RR

Mv Agusta นั้นเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ใครหลาย ๆ คนอยากได้รถมอเตอร์ไซค์มาเป็นเจ้าของ เพราะว่าเสน่ห์ของมันไม่ได้มีแค่เพียงความแรงบน Super Bike คลาส 1000 CC เพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่ใครหลายคนต่างมองหานั่นก็คือ งานศิลป์บนยนต์กรรม จึงขอแนะนำ Mv Agusta F4RR สุดยอดมอเตอร์ไซค์ที่ทุกคนอยากครอบครอง

Mv Agusta F4RR มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบ 998 CC ที่มีแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 201 แรงม้า ที่ 13,600 รอบต่อนาที และทอร์คนั้นให้มาสูงสุดที่ 111 นิวตันเมตร ที่ 9,600 รอบต่อนาที ตรงนี้เห็นได้ชัดเจนว่าตัวรถนั้นเน้นการทำความเร็วปลายที่ทรงพลังเป็นหลัก การระบายความร้อนนั้นเป็นแบบหม้อน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า ในส่วนของออพชั่นต่าง ๆ ที่น่าสนใจนั้นก็จะมีในเรื่องของ Traction Control ที่สามารถปรับได้ถึง 8 ระดับ, เซ็นเซอร์ช่วยวัดในตอนแบนโค้ง, Torque control ที่จะช่วยควบคุมแรงบิด รวมไปถึงโหมดในการขับขี่ที่สามารถเลือกได้หลากหลาย 

ระบบกันสะเทือนนั้นโช้คอัพหน้าเป็นแบบ USD (Up Side Down) ไฮดรอลิกของ Öhlins ปรับระยะการยุบตัวและคืนตัวควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนโช๊คอัพหลังเป็นแบบ Progressive โช๊คเดี่ยวของ Öhlins TTX และปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้า ในส่วนของสวิงอาร์มนั้นเป็นแบบโปร์อาร์ม หรือว่าอาร์มเดี่ยว ที่ผลิตมาจากอลูมิเนียมอัลลอย ระบบเบรก ด้านหน้าเป็นเบรกแบบดิสก์คู่โฟลตติ้งขนาด 320 mm เรเดียลปั๊มของ Brembo 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 210 mm ของ Nissin แบบ 4 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS

ในส่วนของล้อและยาง ล้อหน้านั้นมีขนาด 120/70 – ZR 17 M/C (58 W) ส่วนล้อหลังมีขนาด 200/55 – ZR 17 M/C (78 W) น้ำหนักตัวนั้นอยู่ที่ 190 กก. ส่วนถังน้ำมันนั้นจุมาให้ที่ 17 ลิตร สำหรับราคาของ Mv Agusta F4RR นี่อยู่ที่ 1,899,000 บาท  หากผู้ได้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-318-0100 และตัวแทนจำหน่าย MV Agusta ทั่วประเทศ

Aprilia RSV4 RF

Aprilia ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ตระกูลรถแข่งและถือเป็นแบรนด์แนวสปอร์ตเจ้าของสถิติได้ชัยชนะมากที่สุด เหนือบริษัทคู่แข่งสัญชาติยุโรปอื่น ๆ ทั้งหมด จากการกวาดรางวัลกรังด์ปรีซ์ 294 รายการใน Road Racing World Championship จึงถือกำเนิดเจ้า Aprilia RSV4 RF 1 ในมอเตอร์ไซค์ที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้งานสำหรับการแข่งขันหรือจะใช้ในชีวิตประจำวันก็ย่อมได้

เครื่องยนต์ V4 ขนาด 999.6 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แรงม้าที่รีดได้จากเครื่องยนต์ 201 ตัว ที่ 13,000 รอบ/นาที ในส่วนของทอร์คนั้นอยู่ที่ 115 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดแบบอิเลคทรอนิกส์ พร้อมกับระบบ Ride-by-Wire ที่สั่งการควบคุมด้วยกล่อง ECU เจ้ารถคันนี้ยังมีโหมดให้เลือกใช้งานทั้งแบบ Track/Sport และแบบ Race

หลาย ๆ สำนักมองว่ารถ RSV4 RF นั้นเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นเดิมเพื่อให้มันเป็นรถที่ดีที่สุดในคลาสนี้เลยทีเดียว จุดเด่น ๆ คือการรวมเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ และอุปกรณ์จำพวกอิเลคทรอนิคส์ที่เด่น ๆ มาใส่ไว้ในรถสปอร์ตคันนี้ อย่างระบบ APRC (Aprilia Performance Ride Control) ที่เป็นเหมือนกับมันสมองในการควบคุมระบบช่วยในการขับขี่ ระบบ ATC Traction Control ที่สามารถปรับออพชั่นได้ถึง 8 ระดับ ระบบ ALC (Aprilia Launch Control) ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะกับการแข่งในสนามจริง ๆ รวมไปถึงระบบ AQS (Aprilia Quick Shift) ที่ช่วยให้เราเข้าเกียร์ได้ต่อเนื่องและสมูทนั่นเอง

ในส่วนของช่วงล่างนั้นใช้ระบบกันสะเทือน โช้คอัพหน้าของ OHLINS ส่วนโช้คอัพหลังใช้ของ OHLINS เช่นกัน ซึ่งสามารถปรับตั้งได้ใกล้เคียงกับรถแข่งจริง ๆ เลยทีเดียว เบรกหน้าใช้ของ BREMBO จากเบรกขนาด 320 มม.คาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ ABS ส่วนเบรกหลังก็ยังคงเป็น ABS เช่นกัน แบบจานเดี่ยว 220 มม. คาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ โดยน้ำหนักของรถคันนี้ (รวมของเหลวแล้ว) จะอยู่ที่เพียง 180 กก. เท่านั้น ซึ่งถือว่าเบามากสำหรับรถในคลาสพันซีซี ถังน้ำมันจุมาอยู่ที่ 18.5 ลิตร ราคาของเจ้า Aprilia RSV4 RF อยู่ที่ 1,149,000.00 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-713-8306 บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด