โตโยต้าคาดยอดขายปีนี้ที่ 265,000 คัน เติบโตขึ้น 8.1%

มร.เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์ ปี 2560 กล่าวว่า “แนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2560  มีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้นจากการครบกำหนด 5 ปี โครงการรถยนต์คันแรก รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ และการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลายค่ายรถยนต์ ดังนั้นคาดว่าจะมียอดขายรวมอยู่ในระดับ 800,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 4.1%

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศ ปี 2560

  • ปริมาณการขายรวม 800,000 คัน เพิ่มขึ้น1%
  • รถยนต์นั่ง 316,000 คัน เพิ่มขึ้น 9%
  • รถเพื่อการพาณิชย์ 484,000 คัน ลดลง 0%
  • รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 382,100 คัน ลดลง 1%
  • รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 324,000 คัน ลดลง 8 %

บริษัทตั้งเป้าหมายการขายสำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ไว้ที่ 265,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 110,000 คัน เพิ่มขึ้น 26.0% รถเพื่อการพาณิชย์ 155,000 คัน ลดลง 1.8% และ รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 147,000 คัน ลดลง 1.0%

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2560

  • ปริมาณการขายรวม 265,000 คัน เพิ่มขึ้น 1% ส่วนแบ่งตลาด 33.1%
  • รถยนต์นั่ง110,000 คัน เพิ่มขึ้น  0% ส่วนแบ่งตลาด 34.8%
  • รถเพื่อการพาณิชย์ 155,000 คัน ลดลง 8% ส่วนแบ่งตลาด 32.0%
  • รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 147,000 คัน ลดลง 0% ส่วนแบ่งตลาด 38.5%
  • รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 122,000 คัน เพิ่มขึ้น  3% ส่วนแบ่งตลาด 37.7%

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้อยู่ที่กว่า 282,100 คัน คิดเป็นมูลค่า 156,785 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 11% เนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญ

นอกจากนี้ มร.ทานาดะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปีนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 55 ของโตโยต้าที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราขอยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสุขให้กับสังคมไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย รวมถึงการทำกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการโตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์ โครงการถนนสีขาวเมืองสีเขียว และที่สำคัญการสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความสุขให้กับคนไทย ด้วยการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมความสามารถของเยาวชนไทย ทั้งโครงการค่ายศิลปะสู่เยาวชน Art Camp และ Dream Car Arts Project

ทั้งนี้ โตโยต้า ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถทางด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมที่จะขับเคลื่อนและพร้อมจะยืนเคียงข้างคู่กับคนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป

มร.ทานาดะ กล่าวถึง  “ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2559 มียอดขายอยู่ที่ 768,788 คัน มีอัตราการเติบโตลดลง 3.9% โดยตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มียอดขายลดลง 2.3% ตลาดรถยนต์นั่งมียอดขายลดลง 6.5%  หากพิจารณาสถิติยอดขายตลาดรถยนต์จะพบว่าปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีแห่งความยากลำบากของอุตสาหกรรมยานยนต์ ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกทั้งจากการเบิกจ่ายเงินลงทุนจากภาครัฐรวมถึงการผลักดันและส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน หากแต่ยังมีผลกระทบจากกำลังซื้อบางส่วนที่เกิดขึ้นล่วงหน้าจากการเร่งกำลังซื้อก่อนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา”

สถิติการขายรถยนต์ ในปี 2559

 

 ยอดขายปี 2559

เปลี่ยนแปลง      เทียบกับปี 2558

·        ปริมาณการขายรวม

  768,788 คัน

    -3.9%

·        รถยนต์นั่ง

  279,827  คัน

    -6.5%

·        รถเพื่อการพาณิชย์

  488,961  คัน

    -2.3%

·        รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)

  394,127  คัน

    -0.7%

·        รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)

  333,447  คัน

    +1.7%

โตโยต้ามียอดขาย 245,087 คัน ลดลง 7.9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 87,271 คัน ลดลง 17.2% รถเพื่อการพาณิชย์ 157,816 คัน ลดลง 1.7% และรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 148,494 คัน ลดลง 1.7%

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า ในปี 2559

  • ปริมาณการขายโตโยต้า 245,087 คัน ลดลง 9% ส่วนแบ่งตลาด 31.9%
  • รถยนต์นั่ง 87,271 คัน ลดลง 2 %  ส่วนแบ่งตลาด 31.2%
  • รถเพื่อการพาณิชย์ 157,816 คัน ลดลง 7% ส่วนแบ่งตลาด 32.3%
  • รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 148,494 คัน ลดลง 7% ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
  • รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 120,444 คัน เพิ่มขึ้น   3%   ส่วนแบ่งตลาด 36.1%

ทางด้านการส่งออกในปีที่ผ่านมาโตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 318,658 คัน ลดลง 15% คิดเป็นมูลค่า 180,707 ล้านบาท ตลอดจนการส่งออกชิ้นส่วน มูลค่า 62,015 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยเป็นเงินทั้งสิ้น 242,722 ล้านบาท