ตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรกยังเดินไปตามคาด

เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนประมาณ 7.1%

 

ตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรกยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น 7.1% คิดเป็นยอดประมาณ 523,770 คัน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แต่ในเดือนมิถุนายนตลาดรถยนต์มีการปรับตัวลงต่ำที่สุดในรอบ 30 เดือน คาดมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อตลาดโลกลดลง และอาจส่งผลกระทบกับตลาดในครึ่งปีหลัง จึงประมาณการตลาดรถยนต์ ทั้งปีไว้มี่ 1 ล้านคันเช่นเดิม

 

 

TOYOTA

มร.มิจิโบบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยตลาดรถยนต์โดยรวมปี 2562 คาดว่าน่าจะทะลุ 1 ล้านคันตามที่ประมาณการไว้ สำหรับตลาดรถยนต์ในครึ่งปีแรกตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น 7.1 % มียอดขายรวมอยู่ที่ 523,770 คัน 

 

 

 

 

ตลาดรถยนต์โดยรวมครึ่งปีแรกเติบโตได้ดี เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดรถยนต์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการปรับลดลงต่ำที่สุดในรอบ 30 เดือน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีผ่านมา คาดว่ามาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน คาดว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ในครึ่งปีหลัง

ดังนั้นจึงมีผลต่อการคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศจะเติบโตอยู่ในระดับ 1 ล้านคัน เช่นเดียวกับที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี และยังถือได้ว่าเป็นปีที่มียอดขายแตะระดับล้านคันเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 

ในส่วนของยอดขายของโตโยต้า ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 171,502 คัน เพิ่มขึ้น 20.8 % ครองส่วนแบ่งตลาด 32.7 % ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการตอบรับที่ดีของลูกค้า จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ เช่น โตโยต้า คัมรี ใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA และเครื่องยนต์ Dynamic Force ที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว เซด เอดิชัน ที่โดดเด่นเร้าใจด้วยกันชน และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของ ยารีส และยารีส เอทีฟ

เป้าหมายปีนี้โตโยต้าเอง ยังคงยืนยันเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดที่ 33 % ตามที่ตั้งเป้าไว้ ด้วยยอดขายที่ 330,000 คัน เพิ่มขึ้น 4.7 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทฯ จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และมุ่งมั่นสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าตลอดทั้งปี

 

 

ทางด้านตลาดส่งออกในครึ่งปีแรก โตโยต้า ได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 138,38 คัน ลดลง 5 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในส่วนของเป้าหมายการส่งออกในปี 2562 คาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกของ โตโยต้า ยังคงอยู่ที่ 270,000 คัน ลดลง 8 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากความต้องการที่ลดลงในภูมิภาคอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และโอเชียเนีย นอกจากนี้ ในด้านการผลิตของ โตโยต้า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เราจึงยังคงยึดเป้าหมายเดิมในการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศ และเพื่อการส่งออกอยู่ที่ 577,000 คัน ลดลง 2 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

 

MITSUBISHI

มร.โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงยอดขายรถยนต์ มิตซูบิชิ ในครึ่งปีแรก อยู่ที่ 45,000 คัน เพิ่มขึ้น 10 % เมื่อเทียบกับปีก่อน คาดว่าทั้งปีจะมียอดขายอยู่ที่ 93,000-94,000 คัน ส่วนยอดส่งออกรวม มิตซูบิชิ เพิ่มขึ้น 7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 178,000 คัน ทั้งนี้ ภาพของตลาดรถยนต์โดยรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 523,000 คัน หรือมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 7 % ซึ่งต้องจับตาดูว่าครึ่งปีหลังจะปรับตัวไปในทิศทางใด ส่วนปัญหาภัยแล้งนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบในทันที เพราะบางจังหวัดยังมีพายุฝน บางจังหวัดแห้งแล้ง ต้องรอดูสถานการณ์โดยรวมก่อน

 

 

สำหรับสถานการณ์ส่งออกของอุตสาหกรรมโดยรวมนั้นเป็นผลมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่ มิตซูบิชิ ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ การส่งออกยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ในอนาคตอาจจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มค่าแรง ซึ่งตรงนี้ย่อมส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะที่ผ่านมาเฉลี่ยค่าแรงเพิ่มขึ้น 6-7 % หากภาครัฐจะทยอยปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็จะทำให้ภาคธุรกิจมีการเตรียมตัวทันเหตุการณ์ และเดินหน้าไปได้เช่นกัน ส่วนภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังเดินหน้าต่อไปได้ แม้ GDP จะปรับลดลงก็ถือว่ายังมีอัตราการเติบโต อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐเข้ามาดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ รวมไปถึงเรื่องการปรับขึ้นค่าแรง เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกสามารถแข่งขันได้ อีกทั้งเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกรถยนต์ที่สำคัญไปยังตลาดโลก

 

 

 

AUDI

คุณกฤษณะกร เศวตนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่าในส่วนของยอดขายรถยนต์อาวดี้ในไทยในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากทางสหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าไอเสียส่งผลให้เกิดปัญหาติดขัดไม่สามารถส่งรถมาไทยได้ คาดว่าในช่วงหลังจากนี้น่าจะส่งรถยนต์ให้ลูกค้าได้ในไตรมาส 3-4 ปีนี้ และทยอยส่งมอบรถยนต์จนครบในช่วงกลางปี 2563 

 

 

สำหรับยอดขายรถยนต์ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 350-370 คัน และในช่วงปลายปีน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 1,000 คัน โดย Audi TT มีสัดส่วนขายสูงสุด 32% ส่วน Audi Q7 มีสัดส่วนขายอยู่ที่ 18-20% ขณะที่ Audi A4 Avant มีสัดส่วนขายอยู่ที่ 16% ที่เหลือเป็นรุ่นอื่น ๆ ส่วน Audi e-tron55 quattro ในไทยน่าจะได้โค้วต้านำมาขาย 5-10 คันในช่วงปลายปีนี้ โดยปลายปีนี้-ต้นปีหน้า จะขยายโชว์รูมไปในต่างจังหวัดเพื่อตอบสนองสัดส่วนยอดขายที่วางไว้ให้ได้ 20-25% ที่เหลือเป็นกรุงเทพ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนขายในกทม.สูงถึง 90%