2021 อัพเดท “พงศ์เผ่าเจ้าสัวยานยนต์ไทย” Ep.2/2

 

“ลีนุตพงษ์และยนตรกิจกรุ๊ป” กับธุรกิจรถยนต์ที่เหลืออยู่

2/2 (ภาคจบ) 16 พฤษภาคม 2564

“ลีนุตพงษ์และยนตรกิจกรุ๊ป” กับธุรกิจรถยนต์ที่เหลืออยู่ ในตอนที่ 2 นี้ ผมจะพาไปทัวร์ เจาะลึกว่า ในธุรกิจ รถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับยนตรกิจ ซึ่งมี ตระกูล “ลีนุตพงษ์” บริหารอยู่ทั้งหมดนั้น ถึงปัจจุบันนี้ มีใครใน “ลีนุตพงษ์” เป็นผู้บริหารจัดการและดูแลธุรกิจอะไรกันบ้างครับ

 

- ไทยยานยนตร์-บีเอ็มดับเบิลยู บาเซโลน่า มอเตอร์

บริษัท ไทยยานยนต์ จำกัด ในวัยกว่า 70 ปีดูเหมือนจะเป็นบริษัทเก่าแก่ที่สุดของ ยนตรกิจกรุ๊ป ที่ถึงวันนี้ยังรันธุรกิจรถยนต์ด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถตู้ โฟล์คสวาเก้น โดยมีโมเดลหลักที่จำหน่ายก็คือ รถตู้ โฟล์ค คาราเวล ที่ไทยยานยนตร์ เป็นผู้นำเข้าประกอบและดัดแปลง ออกจำหน่ายมีลูกค้ากลุ่มหลักที่นิยมใช้นั่นก็คือกลุ่มนักการเมืองและผู้บริหารระดับสูง โดยในยุคเฟื่องฟูของโฟล์คสวาเก้นในช่วงต้นของการที่กลุ่มยนตรกิจเข้าไปดองกับโฟล์คกรุ๊ปเยอรมันนั้น ยนตรกิจกรุ๊ปเปิดตลาดรถในเครือโฟล์คกรุ๊ปเกือบทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น โฟล์ค อาวดี้ เซียท และ สโกด้า จากสาธารณรัฐเชคฯ โดยใช้โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู บาเซโลน่า ในปัจจุบันเป็นฐานทัพหลักของรถในเครือโฟล์คกรุ๊ป ทั้ง โฟล์ค อาวดี้ เซียท และ สโกด้า ซึ่งก็เป็นไปตามที่ทราบว่าปัจจุบันทุกแบรนด์ยนตรกิจยุติบทบาทการเป็นผู้แทนจำหน่ายลง แล้ว ยกเว้น โฟล์ค ตู้คาราเวล ซึ่งก็ไปใช้อาคาร ยนตรกิจ รองเมือง เป็นฐานบัญชาการหลัก และมี วิทิต ลีนุตพงษ์ ยังคงรันธุรกิจ จำหน่าย ประกอบและดัดแปลงรถโฟล์คเพื่อจำหน่ายอยู่ ในปัจจุบัน

 

ไทยยานยนต์ยังคงอยู่ในบังเหียนของ “เสี่ยเล็ก” วิทิต ลีนุตพงษ์ บุตรชายของเสี่ยเซี่ยะ ผู้ซึ่งถือว่า เป็นเสาหลักในธุรกิจรถยนต์ในการเปิดดิวกับโฟล์คกรุ๊ป หลังจากถูกบีเอ็มฯเยอรมันดัดหลังในช่วงปี 2000 จนท้ายที่สุด ไทยยานยนตร์ก็ต้องลดสถานภาพการจำหน่ายรถยนต์ใบพัดฟ้าขาวลงมาเป็นแค่ดีลเลอร์ และจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู บาเซโลน่า มาเป็นเวลาถึง 20 กว่าปีนี้ในเวลานี้

 

 หนุ่ม กวิน ลีนุตพงษ์

 

โดยปัจจุบัน บาเซโลน่า มอเตอร์ ก็ยังคงสถานภาพดีลเลอร์ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบลยู และมินิ รวมทั้ง จักรยานยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู จาก มอเตอราจ โดยมีสำนักงานและโชว์รูมหลักอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต บริหารจัดการโดยเจนเนอเรชั่นที่ 3 คือทายาทของ วิโรจน์ ลีนุตพงษ์ นั่นก็คือ หนุ่ม “กวิน ลีนุตพงษ์”ในปัจจุบัน

 

ลูกแพร ธันยนนท์ ลีนุตงพงษ์ 

- ยนตรกิจเกีย มอเตอร์

“เกีย” กับลีนุตพงษ์นั้นถือเป็นรถที่เปิดดิวกับเกาหลีใยยุคหลังปี 2000 ปัจจุบันจัดว่าอยู่ในยุค ขาขึ้นตลาดเดินได้ดี โดยเฉพาะกับโมเดล “คานิวัล” ที่โปรดักส์ได้รับการตอบรับกับตลาดคนใช้เมืองไทยได้ดี  ด้วยสนนราคาที่แข่งขันได้ การใช้งานเอนกประสงค์ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว ในฟากฝั่งของเกียนั้น โชว์รูมและสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ถนนเทียมร่วมมิตร ซึ่งก็เป็นอาคารโชว์รูมและสำนักงานเดิมที่เป็นมรดกตกทอดมาจากยุค เจนเนอเรชั่นแรก (ต้องบอกว่า ลีนุตพงษ์ในยุคกงสีทั้งเสี่ยเซี่ยะและเสี่ยริ้ว มีสินทรัพย์ที่เป็นที่ดินและอาคารสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลเยอะแยะมากมายและสมบัติกงสีได้ถูกแบ่งทั้งหมดเรียบร้อยแล้วหลังการเสียชีวิตของ เสี่ยเซี่ยะ ) โดย ปัจจุบัน ยนตรกิจ เกียมอเตอร์บริหารจัดการโดยทายาทเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ ลีนุตพงษ์นั่นก็คือ ธันยนนท์ ลีนุตงพงษ์ ทายาทสาวของเสี่ยสรวิศ ลีนุพงษ์

 

 อภิชาติ ลีนุตพงษ์

 

- ชาริช โฮลดิ้ง อาจจะเข้าใจยากนิดนึง เอาง่าย ๆ ครับ บริษัทนี้คือ ผู้แทนจำหน่าย รถยนต์ ลัมโบว์กินี ในปัจจุบัน รวมทั้ง รถจักรยานยนต์ ดูคาติ ซึ่งในเดือน มิถุนายนเป็นต้นไป จักรยานยนต์ ยี่ห้อนี้ก็จะถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของกลุ่ม ผู้แทนจำหน่ายอาวดีในปัจจุบันหรืออยู่ในมือของกลุ่ม “ล่ำซำ” หรือเมืองไทยประกันชีวิตนั่นเองครับ กลุ่ม ชาริช โฮลดิ้ง นี้ปลุกปั้นมาด้วยมือของ หนุ่ม นัท “อภิชาติ ลีนุตพงษ์” ซึ่งถือเป็นหลานของเสี่ยเซี่ยะและริ้ว หรือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 โดย อภิชาติ นั้นเป็นบุตรชายของ ฐิติกร ลีนุตพงษ์

 พสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ เสี่ยโบ๊ต

 

- ออโต้สกิล-ยนตรกิจเกีย รามอินทรา กลุ่มนี้ นำทัพโดย พสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ บุตรชายคนเล็กของเสี่ยริ้ว ยังถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของลีนุตงษ์ รุ่นลูก พสุพงษ์ หรือ เสี่ยโบ๊ต ยึดพื้นที่ ถนนรามอินทรา หน้าปากซอยมัยลาภ เป็นที่ตั้ง ของ นวัตกรรมสุดยอดฟิล์มนริภัยปกป้องรถยนต์ ในกลุ่ม ไฮควอลิตี้ภายใต้แบรนด์ “ออโต้สกิน” ซึ่ง กลุ่มลูกค้าหลักก็จะเป็นกลุ่มรถไฮเปอร์คาร์ ซูเปอร์คาร์ และรถยนต์ระดับจับกลุ่มนักบริหาร รวมทั้ง ยังเป็นอีกสาขาหนึ่งของรถยนต์ เกีย อีกด้วย โดย กลุ่มนี้ในชื่อว่า ตระการยนตร

- รถยนต์ฝรั่งเศสอีกสองแบรนด์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับ ยนตรกิจและถือเป็นรถคู่บุญบารมีของ “ลีนุตพงษ์” มาเก่าแก่ยาวนาน นั่นก็คือ เปอโยต์ และซีตรอง ซึ่งปัจจุบันก็ได้ยุติการทำตลาดไปนานแล้ว และรถฝรั่งเศสสองแบรนด์นี้ก็ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มใหม่ที่กำลังทำตลาดอยู่ในปัจจุบันนั่นก็คือ กลุ่ม MGC เอเชีย หรือกลุ่ม มิลเลนเนียม ของเสี่ยจุ๋ย สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ

โดยในอดีตนั้น รู้จักกันดีสำหรับเปอโยต์และ ซีตรอง ว่า เปอโยต์ สุรวงศ์ และ ซีตรองหัวลำโพง โดย เปอโยต์นั้นบริหารโดย พงษ์เทพ ลีนุตพงษ์ ส่วน ซีตรอง นั้นบริหารงานโดย วิเชียร ลีนุตงพงษ์ ครับ

ภาพรวมของยนตรกิจกรุ๊ปและลีนุตพงษ์ในยุค ปี 2021 กับธุรกิจในแวดวงยานยนต์ปัจจุบันเท่าที่รวบรวมมาก็จะมีอยู่ประมาณนี้ครับ “ลีนุตงษ์” ส่วนหนึ่งที่คลุกคลีเติบโตมากับธุรกิจยานยนต์ประเทศไทย ก็ยังคงดำเนินธุรกิจที่กลุ่มตระกูลตนเองถนัด ในขณะที่ “ลีนุตพงษ์” บางคนหรือหลายคนก็ไปดำเนินธุรกิจของครอบครัวตัวเองตามที่ถนัดหลังจากสมบัติกงสี ถูกแบ่งสันปันส่วนกันไปหมดแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า “ลีนุตพงษ์” ทายาททั้งจาก อรรถพร และอรรถพงษ์ นั้นรวม ๆ กันมีมากมายเป็นตระกูลใหญ่ ที่มีทายาทเจนเนอเรชั่นที่ 2 รวมกัน 2 บ้านพี่น้อง พี่น้องละ 2 ภรรยา รวมแล้วมากถึง 27 คน และก็นับได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ไฮโซในระดับเจ้าสัวรถยนต์ไทยอีกตระกูลหนึ่งทีเดียวครับ