2021 อัพเดท “พงศ์เผ่าเจ้าสัวยานยนต์ไทย”

Ep.2/1 (ภาคแรก) 1 พฤษภาคม 2564

 

“ลีนุตพงษ์และยนตรกิจกรุ๊ป” กับธุรกิจรถยนต์ที่เหลืออยู่

>> 2484 กำเนิดร้านขายเศษเหล็กและอะไหล่รถเก่าชื่อ “ลี้เล้ง” ย่านเชียงกง โดย อรรถพร ผู้พี่ (เซี้ยะ) และ อรรถพงษ์ (ริ้ว) ผู้น้อง ซึ่งขณะนั้น อรรถพร อายุ 16 ปี เข้ามาช่วยดูแลค้าขายอะไหล่เก่าช่วยบิดา ในคูหาเล็ก ๆ ที่เชียงกง

>> 2492 หลังสงครามโลก สิ้นสุด 6 ปี อรรถพรเริ่มขยายช่องทางธุรกิจ เริ่มการนำเข้าซากรถยุโรป ทั้งจากอังกฤษ ฮอลแลนด์และอิตาลี มาปรับปรุงประกอบใหม่ขายในประเทศไทย รถพวกนี้ส่วนใหญ่ เหลือใช้จากสงคราม ก่อตั้ง บริษัท เอเชียมอเตอร์บางกอก จำกัด เพื่อนำเข้า รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู จากประเทศ “สิงคโปร์” เข้ามาจำหน่าย

>> 2504 ก่อตั้งบริษัท ยนตรกิจ จำกัด โดยเปลี่ยนจากร้าน “ลี้เล้ง” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “เล้งไทอู่หั่งกงสี” โดย ยนตรกิจ จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท เบเยอร์ริชมอเทอเรนซ์ เวเคอร์ เอจี (บีเอ็มดับเบิลยูในขณะนั้น)ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู จากเยอรมันีแต่เพียงผู้เดียวในขณะนั้น

>> 2515 ยนตรกิจ ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ “เปอโยต์” จากฝรั่งเศส ภายใช้ชื่อบริษัท ยูโรเปี้ยนออโตโมบิลส์ จำกัด หลังจากนั้น เปิดโรงงานประกอบรถยนต์ วายเอ็มซี แอสเซมบลีย์ โรงงานแห่งนี้เป็นฐานผลิตหลักของรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยูและเปอโยต์ของยนตรกิจขณะนั้น โดยประกอบ BMW 520 และ เปอโยต์ 504 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 50 ไร่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง

>> 2519 ได้รับการแต่งตั้งจาก ฝรั่งเศส ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ “ซีตรอง” และลงทุนก่อตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์รถยนต์ในชื่อบริษัท เอทีพี อินดัททรี

>> 2520 - 2541 ยนตรกิจได้รับฉายาเจ้าพ่อแห่งวงการรถยุโรปในประเทศไทย มีรถยนต์ที่ได้รับสิทธิ์ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายในอาณัติถึง 9 ยี่ห้อ เริ่มตั้งแต่ บีเอ็มดับเบิลยู  เปอโยต์ ซีตรอง ฟอร์ด โฟล์คสวาเก้น อาวดี้ เซียท สโกด้า ช่วงนี้ยนตรกิจสร้างกลุ่มเป็นกรุ๊ปใหญ่แต่ละยี่ห้อมีบริษัทจัดจำหน่ายเป็นของตัวเองจัดตั้งดีลเลอร์เน็ตเวอร์คเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งเสี่ยเซี้ยะและเสี่ยริ้วเริ่มส่งต่อธุรกิจให้รุ่นลูกมาดูแลแทน โดยทั้งสองก็ยังคงนั่งทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหาร โดยมีหัวเรือใหญ่ที่ดูธุรกิจรถยนต์แทนรุ่นพ่อและอาคือ เสี่ย เล็ก “วิทิต ลีนุตพงษ์” บุตรคนที่ 9 ของตระกูลลีนุตพงษ์ที่เกิดจากเสี่ยเซี้ยะและเสี่ยเล็กนี่เองคือจุดเปลี่ยนขับเคลื่อน นำยนตกิจกรุ๊ปเจรจากับ โฟล์คสวาเก้น เอจี เยอรมันี ภายหลังจากที่ บีเอ็มดับเบิลยูเอจี มีโครงการที่จะเข้ามาเปิดบริษัทจัดจำหน่ายของพวกเขาเองขึ้นในเมืองไทยเมื่อราวปี 2540 ภายหลังวิกฤตการณ์ “ต้มยำกุ้ง”

>> 2544 อรรถพร (เซี้ยะ) ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ซึ่งก่อนหน้านี้ อรรพงษ์ (ริ้ว) ได้เสียชีวิตลงก่อนหน้า และ ยนตรกิจได้ถูกเปลี่ยนสถานภาพจากผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยูมาเป็น ดีลเลอร์ ด้วยความไม่พึงพอใจนักเนื่องจากในบรรดาสินค้ารถยนต์ในเครือแล้วถือได้ว่า บีเอ็มดับเบิลยูเป็นรถธงที่ทำรายได้ให้กับยนตรกิจและตระกูล ลีนุตพงษ์มาอย่างยาวนาน และมีสัมพันธภาพทางธุรกิจที่ดีต่อกันมาตลอดเกือบ 40 ปี

เป็นเหตุให้ วิทิต เองต้องเร่งเจรจาขับเคลื่อนกับโฟล์คสวาเก้น เอจี จนสำเร็จและผลักดันให้โฟล์คสวาเก้นกรุ๊ปเกิดขึ้นภายใต้อาณัติของยนตรกิจในประเทศไทย และภายหลังก็ได้เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในฟากยุโรปและอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีกไม่ว่าจะเป็น โรลสรอยส์ เบนซ์เลย์ และ มัตซึโอกะ เป็นต้น

>> ยนตรกิจกรุ๊ปและลีนุตพงษ์โดย อรรถพร และ อรรถพงษ์ สองพี่น้อง ถ้านับเป็นยนตรกิจกรุ๊ป หรือ ลีนุตพงษ์ เจนเนอเรชั่นที่ 1 นั้นสืบสานทายาทแตกแขนงออกไปมีลูกหลานเยอะมากโดยทั้งสองพี่น้องมีบุตรและธิดาเจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ใช้ ลีนุตพงษ์ รวมกัน แล้ว 27 คน โดยเป็นบุตรและธิดาของ อรรถพร สองภรรยารวมกัน 13 คน และ บุตรรวมทั้งธิดาของ อรรถพงษ์ (ริ้ว) รวมกันจาก 2 ภรรยาอีก 14 คน รวมแล้วเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของ ลีนุตพงษ์รุ่นลูกของ เสี่ย เซี้ยะและเสี่ยริ้วรวมกัน 27 คน และขณะนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึง เจนเนอเรชั่นที่ 3 และ 4

>> หลังจากสิ้นเสี่ยริ้ว และเสี่ยเซี้ยะ ยนตรกิจกรุ๊ป ก็เดินทางมาถึงเวลาที่ ต้องยกเลิกระบบกงสี สมบัติของกงสีและตระกูลถูกแบ่งสันปันส่วนให้แก่รุ่นลูกเจนเนอเรชั่นที่ 2 กรอปกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคการแข่งขันแบบเวทีโลก ด้วยการก้าวเข้ามาลงทุนของบริษัทแม่ของแต่ละยี่ห้อ รุ่นลูกรุ่นหลานของ ลีนุตพงษ์ ที่ยังคงเหลืออยู่จำนวนมากต่างก็แบ่งแยกสมบัติและกงสีที่สร้างมาออกไปตามสัดส่วนและแยกย้ายไปประกอบอาชีพและธุรกิจที่ตนเองถนัด มีบ้างที่ยังคงดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ในตลาดรถยนต์เมืองไทย

เราจะลองไปดูกันครับว่า “ลีนุตพงษ์” ในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 หรือ 3 ยังมีลีนุตพงษ์ ซึ่งในวันนี้คงไม่นับว่าเป็น ยนกรกิจกรุ๊ปอีกแล้ว อยู่ในธุรกิจรถยนต์อะไรกันบ้าง ผมได้รวบรวมเอาไว้ให้ดังนี้นะครับ

1. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เกีย และ ฮุนได ทรัคแอนด์บัส จากประเทศเกาหลี

2. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ โฟล์คสวาเก้น(รถตู้) และศูนย์บริการโฟล์คสวาเก้น

3. ผู้แทนจำหน่ายฟิล์มเคลือบรถยนต์ ออโต้สกิน และ ดีลเลอร์โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ เกีย

4. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ลัมโบว์กินี จักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU และ รถจักรยานยนต์ ดูคาติ (กำลังเปลี่ยนมือ) 

5. ดีลเลอร์ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู บาเซโรน่า มอเตอร์ /ดีลเลอร์ผู้จำหน่ายรถยนต์ มาสด้า และ มิตซูบิชิ

ถ้านับปี 2504 เป็นปีกำเนิดและจดทะเบียนบริษัท ยนตรกิจจำกัด เวลานี้ก็ผ่านมา 60 ปี แต่หากนับกันตั้งแต่ริเริ่มปี 2484 ธุรกิจกงสี และ ตระกูลลีนุตพงษ์ นี้ก็อยู่มาแล้วเป็นปีที่มากกว่า 80 ยาวนานผ่านมากว่า 3 เจนเนอเรชั่น “ลีนุตพงษ์” จัดได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น “พงศ์เผ่าเจ้าสัว” ในธุรกิจยานยนต์ไทยเลยทีเดียวครับ ผลงานของตระกูลที่สร้างสรรค์เอาไว้ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาชาติบ้านเมืองได้ไม่น้อยทีเดียว มีการจ้างงานและช่วยสร้างสรรค์ภูมิปัญญาพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในระดับมหาศาลก็ว่าได้  

ใน  EP.2 /2  “ลีนุตพงษ์และยนตรกิจกรุ๊ป” กับธุรกิจรถยนต์ที่เหลืออยู่ ตอนหน้า ผมจะพาไปทัวร์ เจาะลึกว่า ในธุรกิจ รถยนต์ที่เกี่ยวของกับยนตรกิจ ที่มี ตระกูล “ลีนุตพงษ์” บริหารอยู่ทั้งหมดนั้นมีใครใน “ลีนุตพงษ์” เป็นผู้บริหารจัดการและดูแลธุรกิจกันบ้างครับ

 

วชิระ เรืองมาลัย

รายงาน

#acarnews

วิทิต ลีนุตพงษ์

Cr.ภาพ How magazine