ACAR News รวบรวมรถดาวเด่นตลอดปี 2562  ค่ายไหนเด่น รุ่นไหนโดนใจ

ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีรถเปิดตัวทั้งรุ่นใหม่และรุ่นที่ปรับโฉมออกมาหลายรุ่น ให้ลูกค้าได้เลือกได้จับจองเป็นเจ้าของแทบทุกเดือน  โดยเฉพาะในไทม์มิ่งของงานคาร์ โชว์ ระดับประเทศใหญ่ๆ 2 งานยักษ์  Motor Show และในงาน Motor Expo  จะมีหลายยี่ห้อ วันนี้ ACAR News อาสารวบรวมและรีวิวรถดาวเด่นประจำปี 2562 ให้ได้ติดตามกัน...

 

ประเดิมด้วยพี่เบิ้ม  มีการแนะนำ Toyota Hilux Revo Z edition  ในวันที่ 6 มีนาคม 2562  โดยได้มีงานปรับโฉมดีไซน์ด้านหน้าใหม่ให้มีความสปอร์ตมากขึ้น  ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิม คือ เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 2GD-FTV ความจุ 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-2,800 รอบต่อนาที (รุ่นเกียร์อัตโนมัติแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที) และถือเป็นโฉมที่ได้รับความนิยมทั้งแต่ต้นปียันท้ายปี และเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ได้เพิ่มชุดแต่งให้กับรุ่นยกสูง และรุ่น Z-Edition ให้มีความสปอร์ตมากยิ่งกว่าเดิมในต้นปี มาพร้อมกล่อง ECU ULTRA BOOST ที่เพิ่มแรงม้าขึ้นไปถึง 204 แรงม้า และเพิ่มแรงบิดขึ้นไปถึง 518 นิวตันเมตร มอบเร่งที่เร็วและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 599,000 บาท

 ผู้นำเก๋งกลุ่ม D Segmaent อย่าง Honda Accord ที่เปิดตัวในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ถือว่าเจเนอเรชันที่ 10 ที่ Honda ได้เริ่มสายการผลิต Accord ออกมาสู่สายตาชาวโลก โดยได้เปิดตัวด้วยกัน 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ประกอบด้วย Turbo EL, Hybrid และ Hybrid TECH โดยรุ่นเริ่มต้นจะถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 190 แรงม้า ส่วนอีก 2 รุ่นจะเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร i-MMD กำลังสูงสุด 215 แรงม้า พร้อมให้ออพชั่น ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในรุ่นไฮบริด และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมสไตล์รถยุโรป ด้วยโครงสร้างตัวรถที่กว้าง และมีความสูงที่ต่ำลง ให้อารมณ์ความรู้สึกของการขับขี่แบบสปอร์ตเร้าใจมากยิ่งขึ้น เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 1,475,000 บาท

 

อีกค่ายหนึ่งที่เปิดตัวเรียกเสียงอือฮาอย่างมาก  ได้แก่ Suzuki Jimny ถือว่าเป็นรถ SUV ขนาดเล็กที่ถูกผลิตเพื่อต่อยอดจากรุ่นในตำนานอย่าง Caribian  มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยไฟหน้า LED ตัวถังแบบ 3 ประตู ซุ้มล้อและกันชนสีดำ ภายในออกแบบให้ใกล้เคียงกับรุ่นเดิม เพิ่มความทันสมัย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบเครื่องเสียงจอสัมผัส ช่องเชื่อมต่อความบันเทิงครบครัน โดดเด่นด้วยสีแบบ Two-tone  พร้อมขุมพลังใหม่ K15B เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time 4WD (ALLGRIP PRO) ที่สามารถลุยไปได้ในทุกโอกาส ถึงแม้ราคาเปิดตัวจะสูงเนื่องจากเป็นรถนำเข้าทั้งคันแต่ก็มียอดจองหมดภายในไม่กี่วันในงาน Motor Expo โดยมีเปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 1,550,000 บาท

 

สำหรับ MG ในปีนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ในตลาดรถเมืองไทย โดยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ได้เปิดตัวรถ MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้าเต็มระบบ ตัวรถมีแบตเตอรี่ ความจุ 44.5 kWh สร้างวิ่งได้นานถึง  337 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบในยุโรป ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-50 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.1 วินาที และ 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.2 วินาที ใช้เวลาชาร์จแบบ Normal Charge ในเวลา 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge จนถึงระดับ 80% ในเวลา 30 นาที ไฮไลต์สำคัญคงเป็นราคาเปิดตัวที่ทำเอาตลาดสะเทือน สำหรับรถยนต์รถไฟฟ้า โดยเปิดราคามาที่ 1,190,000 บาท

 

 อีกนึงไฮไลต์ของปีนี้คงต้องยกให้ Mitsubishi Pajero Sport ที่เปิดตัวในวันที่ 25 กรกฎคม 2562 โดยในรุ่นนี้มีการปรับโฉมดีไซน์ใหม่ทั้งไฟฟ้าหน้าแบบใหม่และไฟท้ายแบบใหม่ กระจังหน้ากันชนหน้าทรงใหม่ เพิ่มมาตรวัด LCD ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA พร้อมเมนูภาษาไทยและปรับได้ 3 รูปแบบ ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ระบบแจ้งเตือนสถานะต่างๆ ของรถผ่านสมาร์ทโฟน มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC VG Turbo 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II สำหรับราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1,299,000 บาท

 

ค่ายเอ็มจี ยังคงแรงด้วย MG Extender เปิดตัววันที่ 7 สิงหาคม 2562 ซึ่งถือว่าเปิดหน้าใหม่ของ MG ในการลงมาเล่นในตลาดรถกระบะ ถือว่าเป็นกระบะน้องใหม่ที่ต้องเข้ามาแข่งกับกระบะรุ่นพี่ในตลาด จุดเด่นคือขนาดรถที่มีขนาดใหญ่ ห้องผู้โดยสารขนาดใหญ่กว่าทุกค่ายในตลาด มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน มีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L  และระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 549,000 บาท

 

ในเดือนแปด เจ้าตลาดรถ โตโยต้า ได้เปิดตัว มาเจสตี้ ในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ถือว่าเป็นการเป็นตัวที่ได้เสียงฮือฮาไม่น้อยสำหรับตู้หรูอเนกประสงค์ ที่ลดราคาให้ลงมาต่ำมากกว่า Toyota Alphard และ Vellfire รูป มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้า VIP ด้วยที่นั่งแบบ Captain seat พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า เครื่องยนต์วางหน้า ปรับเพิ่มวัสดุซับเสียงเพื่อเพิ่มความเงียบภายในห้องโดยสาร ระบบช่วงล่างแบบใหม่ นุ่มสบายเกาะถนน ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense มาด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบเทอร์โบ คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น  GD 2.8 ลิตร รองรับน้ำมันดีเซล B20 กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,200 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1,709,000  บาท

 

ในเดือนถัดมา Toyota ส่ง Corolla Altis ได้เปิดตัวในวันที่ 3 กันยายน 2562 ที่มาภายในห้องโดยที่สารกว้าง พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ครบครัน ติดตั้งระบบ Toyota Safety Sense เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยแบบเดียวกับที่มีใน Toyota Camry และ Toyota C-HR มีด้วยกัน 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น 1.6G เครื่องยนต์ 1ZR-FBE ขนาด 1.6 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift ให้คุณมั่นใจกับการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ รุ่น GR SPORT เครื่องยนต์ 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift ขีดสุดแห่งความแรง ด้วยอัตราเร่งเต็มพลังตอบสนองได้ดั่งใจ เพื่อการขับขี่ที่เต็มประสิทธิภาพ  รุ่นไฮบริด นับว่าเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ของทางโตโยต้าที่ผลิตออกมาโดยให้ประสิทธิภาพที่ประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตร ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า และเกียร์ E-CVT ขีดสุดแห่งพลังขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น 

 

The All-New Captiva เปิดตัวในวันที่ 9 กันยายน มาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่หมด รวมไปถึงการออกแบบภายในสุดกว้างขวาง และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมาให้  พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและอเนกประสงค์ยิ่งขึ้น Smart Technology หลากหลายฟังก์ชันเทคโนโลยีสุดล้ำ มากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ (DVVT) และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ผ่านมาตรฐานมลพิษไอเสียยูโร 4 มีความจุ 1,451 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์) ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 2,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแปรผันแบบต่อเนื่อง CVT พร้อมโหมด Shift Control + - 8 สปีด ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ (EPS) เบรกมือไฟฟ้า (EPB) ความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E10 ระบบหัวฉีดแบบหลายจุด ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 999,000 บาท

 

Mazda 3 เปิดตัววันที่ 18 กันยายน 2562 มาด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร หัวฉีดตรงแรงและประหยัดน้ำมันมีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 13.0:1 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์ 6 จังหวะ ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร เพิ่มระบบระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) ที่ได้รับการพัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น กล้อง 360 องศา รอบทิศทาง ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System) ช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 969,000 บาท

 

MG HS เปิดตัววันที่ 25 กันยายน 2562 มาด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Scarlet Red สีขาว Arctic White สีดำ Black Knight และ สีเงิน Silver Metallic ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 969,000 บาท

 

Isuzu D-max เปิดตัววันที่ 11 ตุลาคม 2562  All New ISUZU D-MAX เจเนอเรชั่นใหม่ พลานุภาพ พลิกโลก ตอบรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายตรงใจเหล่าประชาคมอีซูซุ ทุกการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน รุ่น 4JJ3-TCX 3.0 ลิตร 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูง 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที E-VGS TURBO เทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้า แรงจัดตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองได้รวดเร็วให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ทั้งแรงม้า และแรงบิดสูงสุดในรถระดับเดียวกัน และยังพัฒนาขุมพลังจิ๋วแต่เจ๋ง ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน VGS 1.9 ลิตร รุ่น RZ4E-TC 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที ตอบสนองฉับไวยิ่งขึ้น ออกตัวเร็วขึ้น เร่งแซงเร็วขึ้น พร้อมตอบสนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ด้วยระบบขับเคลื่อน ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบ 4WD Terrain Command พัฒนาใหม่! ทำงานฉับไว แม่นยำยิ่งขึ้น ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 686,000 บาทสำหรับรุ่น 4 ประตู และราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่  605,000 บาทในรุ่น 2 ประตู และราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 510,000 บาท รุ่น Spark

 

Honda Civic HatchBack เปิดตัววันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 Honda ได้เปิดตัว Civic HATCHBACK TURBO RS เอาใจสายซิ่ง ชูจุดเด่นสปิริตความสปอร์ตที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร มาพร้อมชุดแต่งแบบ RSขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ให้สมรรถนะการขับขี่เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร มาพร้อมราคา 1,229,000 บาท

 

Toyota Yaris Cross เปิดตัววันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ Dual VVT-iE พร้อมเทคโนโลยีวาล์วแปรผัน ระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ฟังก์ชัน S Mode เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ กำลังสูงสุด 92 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 23.3 กม./ลิตร ลดการปล่อยไอเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษ EURO 5 ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน มาพร้อมชุดแต่งพิเศษ YARIS CROSS สไตล์สปอร์ต CROSSOVER เพิ่มเสริมความหล่อในแนวรถอเนกประสงค์ 5 ประตู ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 539,000 บาท ราคาสำหรับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS 35,000 บาท

 

Mazda CX-8 เปิดตัววันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 รถยนต์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์เอสยูวี เป็นรถยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด โดย CX-8 ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo : Soul of Motion และยังคงยึดหลัก Less is More เน้นเรียบง่าย มีมิติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนเดิม ห้องโดยสารภายในได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยที่นั่งภายในมีให้เลือก 2 แบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง มีขุมพลังให้เลือก 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) ขนาด 2.2 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน อัตราส่วนกำลังอัด 14.4 : 1 ให้กำลังได้ถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) ขนาด 2.5 ลิตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1,599,000 บาท

 

Nissan Almera เปิดตัววันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 อีโค คาร์ ยอดนิยมของนิสสันเปิดตัวรุ่นใหม่ที่ออกแบบใหม่หมดทั้งดีไซน์และเครื่องยนต์ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ รหัส HRA0 รุ่นใหม่ของ Nissan Almera ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า และให้แรงบิด 152 นิวตันเมตร (Nm) มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 23.3 กม. ต่อลิตร ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลือง Euro 5 ออกแบบใหม่ให้ปราดเปรียวขึ้น กว้างและยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ทางการออกแบบให้ดูรู้ว่าเป็นอัลเมร่า และยังมีดีไซน์เฉพาะของแบรนด์  ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 499,000 บาท

 

Mitsubishi Attrage / Mirage เปิดตัววันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ด้วยดีไซน์ Advanced ‘Dynamic Shield’ อันโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์ใหม่ดึงดูดทุกสายตามากยิ่งขึ้นด้วย กระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง กันชนหน้าใหม่ เครื่องยนต์ความจุ 1.2 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้ความประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพสูงสุด มิตซูบิชิ แอททราจ ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 494,000 บาท มิตซูบิชิ มิราจ ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 474,000 บาท

 

ค่ายนี้สร้างกระแสก่อนโบกมือลาปีหมูได้อีกด้วย Honda City เปิดตัววันที่ 25 พฤศจิกายน 2562  ฮอนด้า ซิตี้ใหม่ ถือว่าเป็นเจเนอเรชันที่ 5 แล้วของตัวนี้ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ  12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรแต่ยังประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร และยังมีรุ่นย่อยอย่าง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รุ่น RS ที่เปลี่ยนมุมมองรถซิตี้คาร์ให้สปอร์ตหรูหรามากกว่าที่เคย ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 579,000 บาท

 

Toyota GR Supra เปิดตัววันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 สานต่อความเป็นตำนานกับเจ้า Toyota GR Supra รถสปอร์ตจากค่ายโตโยต้าที่ห่างหายไปนานกว่า 17 ปี โดย Toyota GR Supra ในเจเนอเรชั่นที่ 5 นี้ ถือเป็นรุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาและแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการโดย Toyota GAZOO Racing แบรนด์รถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้า มาพร้อมขุมกำลังเบนซินเทอร์โบ 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร รีดกำลังได้สูงสุด 340 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เปิดราคามาที่ 4,999,000 บาท

 

Mazda 2 เปิดตัววันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 รถยนต์ซิตี้คาร์ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ คือ สกายแอ็คทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 123 นิวตัน-เมตร โดยเครื่องยนต์ทั้งสองแบบได้รับมาตรฐานไอเสียยูโรระดับ 5 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบเต็มที่ให้ความหมั่นใจแก่ผู้ขับขี่มากขึ้น  ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 546,000 บาท

 

สำหรับค่ายนี้คลอดรถใหม่มากมาย ในรายงานนี้หยิบตัวแรงมาเสิร์ฟ Mercedes-AMG GLC 63 S เปิดตัววันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ได้รับการออกแบบให้มีความดุดัน เข้มแข็ง แต่ผสานความปราดเปรียว เพรียวลมได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับขุมพลังเบนซิน V8 เทอร์โบคู่ แบบ Hot inside V ขนาด 4.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 510 แรงม้า ที่ 5,500- 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,750-4,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด โดยมีอัตราเร่งตั้งแต่ 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 3.8 วินาที นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกโหมดของเกียร์หลักได้ 5 แบบ ด้วยระบบ AMG DYNAMIC SELECT ได้แก่ C (Comfort), S (Sport), S+ (Sport Plus), I (Individual) และโหมด RACE ซึ่งเป็นโหมดแข่งรถ ที่ เปิดราคามาที่ 10,790,000 บาท