บ๊อชพลิกโฉมโลกแห่งการขับขี่

ด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ

ปัจจุบัน แอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนได้เข้ามาแทนที่กุญแจรถยนต์ แผนที่จอดรถระบบดิจิทัลเข้ามาแทนความยุ่งยากในการหาที่จอด รวมทั้งบริการใช้รถร่วมกันที่สามารถทำให้ผู้คนเดินทางได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว กล่าวได้ว่าเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อได้เข้ามาช่วยให้การใช้ชีวิตบนท้องถนนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ลดความกังวลในการใช้ถนนหนทางทั่วโลกด้วย

บ๊อชจึงเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านไปสู่การให้บริการเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ในงาน Bosch Connected World 2018 บ๊อชซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีและการบริการชั้นนำ จึงเตรียมจัดแสดงศักยภาพด้านการบริการเพื่อการขับเคลื่อน และบริการอีกหลากหลายเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ บริการใช้รถร่วมกัน (Sharing services) และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนหลากรูปแบบ (multimodal mobility) เพื่อการคมนาคมในเมืองอันแสนสบายไร้กังวล

 

COUP: จอง จ่าย ไป – บริการ COUP เพื่อใช้รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกันเป็นทางเลือกใหม่ของระบบขนส่งสาธารณะ รถส่วนตัว หรือแท็กซี่ โดยให้บริการแล้วที่กรุงเบอร์ลินและปารีส และกำลังจะมีให้บริการตามท้องถนนในกรุงมาดริดในช่วงฤดูร้อนปี 2561 นี้

moveBW: ในเดือนกรกฎาคม 2560 บ๊อชได้เริ่มทดสอบบริการ moveBW ผู้ช่วยในการขับเคลื่อนแบบต่อเนื่องหลากรูปแบบ (multimodal mobility assistant) ด้วยการใช้ข้อมูลเรียลไทม์ค้นหาเส้นทางในเมืองที่จะนำไปยังจุดหมายได้เร็วที่สุด

myScotty: แอปพลิเคชั่นจากกิจการสตาร์ตอัพ myScotty ที่ช่วยให้ผู้ใช้พร้อมเดินทางเสมอด้วยทางเลือกที่หลากหลายในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นบริการใช้รถยนต์ร่วมกัน รถสกู๊ตเตอร์ จักรยาน  ไปจนถึงบริการแท็กซี่และรถเช่าต่าง ๆ

บริการด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ เพื่อการขับเคลื่อนที่แสนสบายไร้กังวล

ระบบจอดรถในชุมชน (Community-based parking): ด้วยระบบค้นหาที่จอดรถในชุมชน ทำให้บ๊อชสามารถหาที่ว่างที่เหมาะสมในการจอดรถ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องหาเอง ระบบจะใช้เซ็นเซอร์คลื่นอัลตร้า-โซนิก ช่วยให้รถยนต์สามารถระบุและวัดระยะช่องว่างของรถที่จอดอยู่ขณะขับเคลื่อนผ่าน

บริการรับจอดรถอัตโนมัติ (Automated valet parking): โซลูชั่นส์สำหรับจอดรถอัตโนมัติของบ๊อช จะช่วยให้รถยนต์สามารถจอดเองได้ในอนาคต เพียงผู้ขับขี่ฝากรถยนต์ไว้ตรงทางเข้าที่จอด และใช้แอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนสั่งการ รถยนต์ก็จะค้นหาที่ว่างเอง และไปจอดได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย

การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-air software updates): ด้วยบริการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA หรือผ่านอินเทอร์เน็ตทางสมาร์ทโฟน ช่วยให้การเข้าอู่ซ่อมทำได้ด้วยระบบดิจิทัล โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลยานพาหนะผ่านระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ในแบบเดียวกับการอัปเดตข้อมูลสมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วยให้การดาวน์โหลดฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ อาทิ แผนที่จอดรถระบบดิจิทัล เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

ระบบไร้กุญแจ (Perfectly Keyless): บ๊อชจะทำให้ความวุ่นวายในการหากุญแจรถหมดไปด้วยระบบ ไร้กุญแจโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สมาร์ทโฟนปลดล็อก หรือล็อกยานพาหนะ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ได้

การวินิจฉัยการขับขี่ล่วงหน้า (Predictive diagnostics): ในระหว่างการขับขี่ปกติ บริการวินิจฉัยล่วงหน้าจะใช้ตัวเลขและข้อมูลจากระบบคลาวด์ในการวิเคราะห์สภาพส่วนประกอบสำคัญ ๆ อาทิ แบตเตอรี่ หม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบเบรกได้

บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge service): ด้วยบริการผู้ช่วยส่วนตัว ทำให้ผู้ขับขี่เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในรถ สามารถช่วยหาที่ทำการไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุด ช่วยจองโต๊ะร้านอาหารหรือจองที่นั่งในคอนเสิร์ต รวมทั้งแนะนำกิจกรรมน่าสนใจในเมืองที่ไม่คุ้นเคย

บริการจองที่จอด ณ จุดพักรถบรรทุก (Secure truck parking): ระบบจองที่จอดรถ ณ จุดพักรถบรรทุกของบ๊อช มีให้บริการแล้วทั่วยุโรป เพื่อช่วยคนขับรถบรรทุกหาจุดจอดที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยบ๊อชจะมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ดูว่าที่จุดใดมีรถบรรทุกจอดอยู่แล้ว

 

บริการด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ เพื่อการขับเคลื่อนที่ปลอดอุบัติเหตุ

ผู้พิทักษ์ด้วยระบบคลาวด์ดาต้า: เฉพาะในประเทศเยอรมนี พบว่ามีการเตือนผู้ขับขี่ที่เดินรถผิดช่องทางถึงกว่า  2,000 ครั้งในแต่ละปี ยิ่งไปกว่านั้นคือ การเตือนส่วนใหญ่จะไม่ทันการณ์ เพราะผู้ขับขี่ได้ขับรถผิดช่องทางไปแล้ว 500 เมตรโดยเฉลี่ย เหตุร้ายแรงที่สุดคือเกิดอุบัติภัยจนถึงแก่ชีวิต ระบบเตือนการขับขี่ผิดช่องทางด้วยระบบคลาวด์ของบ๊อช จึงออกแบบมาเพื่อให้มีการแจ้งเตือนภายในเวลาไม่เกิน 10 วินาทีเมื่อขับขี่ผิดช่องทาง

สายด่วนช่วยชีวิต (eCall – saving lives): ตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 เป็นต้นไป พาหนะที่จดทะเบียนในสหภาพยุโรปทุกคัน จะต้องติดตั้งบริการช่วยชีวิตที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ติดตั้งเป็นระบบมาตรฐาน สายด่วนอัตโนมัติ หรือ eCall นี้ จะโทรออกอัตโนมัติเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และคาดว่าระบบนี้จะช่วยชีวิตผู้คนได้กว่า 2,500 รายในแต่ละปี

การใช้ระบบ mySPIN จากสมาร์ทโฟน (mySPIN smartphone integration): ระบบนำทางด้วยสมาร์ทโฟน บริการสตรีมมิ่ง หรือการดูปฏิทินโดยไม่ต้องสัมผัสในขณะขับรถหรือขี่จักรยานยนต์ ล้วนเป็นไปได้ด้วยโซลูชั่น mySPIN จากบ๊อช ที่ประสานการทำงานของแอปฯ บนสมาร์ทโฟน เข้ากับระบบอินโฟเทน-เม้นต์ของรถ ซึ่งในอนาคต จะผนวกและนำข้อมูลบนระบบคลาวด์มาแสดงได้ในแบบเรียลไทม์ด้วย  ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ได้ระแวดระวังสิ่งอันตรายต่าง ๆ เช่น การปิดการจราจรข้างหน้า

แอปฯ ช่วยขับขี่ (Driving app): แอปฯ นี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ออกคำสั่งด้วยเสียงและใช้ท่าทาง ในการควบคุมการทำงานของโทรศัพท์ ระบบนำทาง การส่งข้อความ และใช้แอปฯ ฟังเพลงในขณะขับได้อย่างปลอดภัย

ข้อมูลเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน (Connected horizon): ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพราะสามารถให้ข้อมูลการจราจร เช่น การจราจรที่คับคั่ง และอุบัติเหตุ ข้อมูลเส้นทางทางภูมิประเทศ ทั้งทางยกสูง โค้งต่าง ๆ และข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน เช่น ป้ายจราจร และเขตจำกัดความเร็วต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ต่างแสดงผลแบบเรียลไทม์

ระบบระบุตำแหน่งด้วยเรดาร์ (Radar road signature): แผนที่ความละเอียดสูงนั้นมีความจำเป็นต่อระบบขับขี่อัตโนมัติ บ๊อชจึงพัฒนาระบบระบุตำแหน่งด้วยเรดาร์ด้วยข้อมูลที่ได้จากตัวเซ็นเซอร์ ซึ่งสามารถนำไปประสานกับแผนที่ความละเอียดสูง ที่จะช่วยให้ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติสามารถระบุตำแหน่งในช่องทางได้อย่างแม่นยำ

บริการทำนายสภาพถนนล่วงหน้า (Predictive road condition services): บริการนี้ของบ๊อชช่วยเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน เนื่องจากการยึดเกาะของยานยนต์บนพื้นถนนนั้นแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ทำให้ผู้ขับขี่หรือยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ต้องพร้อมปรับรูปแบบการขับขี่เพื่อเลี่ยงมิให้เกิดอันตราย บ๊อชได้พัฒนาบริการนี้ด้วยระบบคลาวด์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวถนนแบบต่าง ๆ

 

บริการด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อสำหรับการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า

แอปพลิเคชั่นสำหรับสถานีชาร์จไฟฟ้าและชำระเงิน (Charge and pay app): สมาร์ทโฟนจะเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาสถานีชาร์จไฟสำหรับยานยนต์ขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า รวมทั้งจ่ายเงินด้วย  ซึ่งทำได้ง่ายดายในคลิกเดียว บ๊อชได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ชาร์จไฟร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สมาร์ท และเรโนลต์ ทำให้ลูกค้าใช้งานแอปฯ กับสถานีชาร์จไฟได้ 17,400 แห่ง ใน 5 ประเทศทั่วยุโรป และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนสถานีมากขึ้นในอนาคต