ALL-NEW MAZDA3

เหนือกว่าในทุกมิติของรถคลาส C Segment

ALL-NEW MAZDA3 แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่าน พร้อมกับจัดให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบสมรรถนะของมาสด้า3 พรีเมี่ยมคาร์ โดยมาสด้ายกทัพสื่อมวลชนกว่า 120 ชีวิต จัดกรุ๊ปเทสต์ใน 1 สัปดาห์ จัดสรรสื่อเป็น 4 ทริป  มีรถให้ได้ทดลองกว่า 10 คัน ให้ทุกท่านมีโอกาสได้สัมผัสยนตรกรรมทรงคุณค่า ที่มีความงดงามของการออกแบบ ซึ่งทีมงานได้งานบรรจงสรรสร้างด้วยความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด   และคัดสรรเฉพาะวัสดุเกรดคุณภาพเพื่อยกระดับรถยนต์ในคลาส C Segment ให้เทียบเท่ารถหรูจากยุโรป  พร้อมใส่ฟังก์ชั่นเสริมสมรรถนะการขับขี่ เพื่อส่งมอบความเพลิดเพลินและเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ และสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ แบบไม่เคยสัมผัสได้ในรถยนต์คลาสเดียวกัน

คุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ ได้กล่าวถึง ALL-NEW MAZDA3 ไว้อย่างมีนัยยะว่า เจนนี้มาพร้อมแนวคิด “A New Era Begins” สามารถตอบโจทย์ทั้งคนโสดที่อยู่ในวัยทำงาน หรือเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัว มุ่งมั่นแสวงหาความสำเร็จให้กับชีวิต และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและครอบครัว การออกแบบ KODO design ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น โดยยึดหลัก “Less is More” เน้นความเรียบง่ายทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน โดดเด่นสะดุดตาด้วยแสงและเงาจากธรรมชาติที่ตกกระทบบนตัวรถ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้ง ซีดาน 4 ประตู ที่เน้นความเรียบหรูใส่ใจในทุกรายละเอียด ดูมีเสน่ห์ น่าค้นหา ตอบโจทย์ลูกค้าชื่นชอบความหรูหรา ส่วนฟาสท์แบค 5 ประตู โดดเด่นด้วยความสปอร์ต เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยขุมพลัง แม้จะใช้ชื่อรุ่นเดียวกัน แต่คอนเซ็ปต์การออกแบบ และรูปลักษณ์ที่แสดงออกมาแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ถือว่าเป็นประเด็นที่ตอบโจทย์ทันทีว่า การคิดค้นพัฒนาแบบ KODO Design ของมาสด้า มาได้ถูกทีถูกทาง รถมาสด้าในเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ สวยงาม ลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบรถยนต์ที่สวยงามพลิ้วไหว มีมิติในทุกอณูที่สัมผัสด้วยสายตา โดยเฉพาะ ALL-NEW MAZDA3 งามประหนึ่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ทั้งเบ้าหลอมรวมมาอย่างดี สมกับแนวทางที่แน่วแน่ที่จะยกระดับให้มาสด้า3 งดงามและภูมิฐานเหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน

มาถึงเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ   ได้รับการพัฒนาก้าวขึ้นไปอีกระดับ สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร ถูกพัฒนาให้สมรรถนะความแรง และประหยัดน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยีที่ฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ผนวกกับหัวฉีดดีไซน์ใหม่ ส่งผลให้มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง แรงบิดเพิ่มขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร*

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟได้รับการยอมรับมาอย่างต่อเนื่องถึงการรีดพลังมาตอบสนองการขับขี่ได้ดีเยี่ยม จึงไม่แปลกใจที่ทีมมาสด้า ประเทศไทย เลือกให้คณะสื่อมวลชนได้ทดลองขับขี่ในเส้นทางสวยๆอย่างภูเก็ต-พังงา เพราะมีถนนเรียบๆ มีเขาให้ปีนป่าย ได้สาดโค้ง ได้ลัดเลาะ ได้ใช้พละกำลัง อย่างเต็มสมรรถนะ แถมยังได้ใช้ฟังก์ชันมากมาย ที่มาสด้าเค้ากล้าประโคมให้กับมาสด้า 3 คันนี้ แบบเหลือๆ

ในทริปนี้ทีมมาสด้า นำรถมาสด้า 3 ทั้งซีดานและแฮชท์แบค แต่มาสด้าเขาเรียกว่าฟาสท์แบค  มาให้ได้ทดลอง สำหรับผู้เขียนเอง ได้มีโอกาสขับซีดาน ระยะทางโดยประมาณ 200 กว่า 2 คนต่อ 1 คัน สลับกันขับตามกำหนดเส้นทาง ขอบอกว่าทุกวินาทีหลังพวงมาลัยของผู้เขียนชอบมาก ฟิลลิ่งมันโดนใจ ส่วนตัวเป็นคนชอบขับรถที่ช่วงล่างแน่นๆ ความสมดุลเป็นเลิศ ให้ความรู้สึกมั่นใจในทุกโค้ง ทั้งขึ้นเขา ลงเขา

ด้วยการทำงานของระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่ระบบจะปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้งและออกจากโค้งได้นุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร พูดภาษาบ้านแบบโดนๆว่าโคตรชอบ

ทั้งนี้ภายห้องโดยสารหรูหราด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยมครบครันทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน วัสดุภายในเกรดพรีเมี่ยมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดในทุกรายละเอียดโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเบาะดีไซน์ใหม่ที่โอบกระชับ รองรับสรีระช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะเดิน เพื่อให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและสมดุล ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่

สะดวกยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน การเชื่อมต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สัมผัสกับห้องโดยสารที่เงียบขึ้น และระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ใส่มาเหมือนประหนึ่งว่าจะแสดงคอนเสิร์ตกันเลยทีเดียว  

นอกจากนี้ มาสด้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE สำหรับ ALL-NEW MAZDA3 ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขีดความสามารถอย่างจริงจัง โดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support) ที่สามารถควบคุมความเร็วของรถ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ,ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support) ที่สามารถตรวจจับรถคันหน้า จักรยาน รวมถึงคนเดินถนน

ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Reverse Crossing),ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert), ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) ที่สามารถตรวจจับวัตถุในวงกว้างและสูงขึ้น ด้วยจำนวนเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น

ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) ที่ได้รับการพัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น , ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System) , ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System),

ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) และปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

ในส่วนของราคาจำหน่าย ALL-NEW MAZDA3 ทั้งรุ่นฟาสท์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู จำหน่ายในราคาเดียวกัน ALL-NEW MAZDA3 รุ่น 2.0 C ราคา 969,000 บาท , ALL-NEW MAZDA3 รุ่น 2.0 S ราคา 1,069,000 บาท และ ALL-NEW MAZDA3 รุ่น 2.0 SPราคา 1,198,000 บาท กับราคานี้แต่ความครบครันที่มาสด้ามอบให้ ไม่รู้จะบอกยังไงนอกจากซื้อเถอะครับ คุ้มค่าที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ กับรถ C Segment