บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

พร้อมเต็มสูบสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้า

ผ่านมุมมองของผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงยานยนต์

 

บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อดำเนินโครงการนำร่อง “Electric Vehicle Charging and Car Sharing Zones” หรือ Charge & Share โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้นำรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์และปราศจากการปล่อยไอเสีย พร้อมด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ให้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทดลองใช้ในโครงการนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559

 

บีเอ็มดับเบิลยู ก็พร้อมต่อยอดวิสัยทัศน์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ตอบรับกระแสโลกในการเข้าสู่ยุคของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง จัดเสวนา “The Future of Mobility” ระดมนักคิดและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงยานยนต์มาร่วมพูดคุยถึงทิศทางของระบบคาร์แชร์ริ่ง (Car Sharing) ในประเทศไทย โดยมี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และประธานคลัสเตอร์วิจัยยานยนต์ มจธ.

 

 

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และประธานคลัสเตอร์วิจัยยานยนต์ มจธ. กล่าวว่า Charge & Share เป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่มคลัสเตอร์วิจัยยานยนต์ของ มจธ. ด้วยเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในรั้ว มจธ. ให้เป็นรูปธรรม และเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมาเป็น Car Sharing เพื่อศึกษาพฤติกรรมของคนไทยในการใช้งานระบบดังกล่าวด้วย ความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำประเทศไทยนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ซึ่งในระบบที่เราได้ทดลอง Car Sharing  ในมหาลัยมีจุดบกพร่องในเรื่องการลืมชาร์จสำหรับรถไฟฟ้าอยู่บ้าง ซึ่งก็ถือว่าเป็นบทเรียนที่เราต้องมาทำการปรับและแก้ ซึ่งในส่วนของรถ PHEV ก็มีทั้งส่วนที่เป็นน้ำมันและไฟฟ้าอยู่ด้วย ซึ่งในระบบน้ำมันทุกคนคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ระบบไฟฟ้าอาจจะยังไม่คุ้นเคย ในเรื่องของกระแสวัตที่ชาร์จ

 

 

จากการทดลองในครั้งนี้สามารถต่อยอดระบบ Car Sharing อย่างไร

สำหรับโปรเจคนี้เป็นโปรเจคทดลองรถฟรี เราในรูปที่ใช้รถแบบ Shard กัน โดยให้ผู้ใช้นำรถไปใช้ แล้วนำมาส่งคืนได้ตรงตามเวลา เหมือนเป็นการเช่ารถ ซึ่งจุดบกพร่องที่เราเห็นก็อย่างที่บอกไปข้างต้นคือ ผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคนก่อนหน้าก็อาจจะไม่ได้ชาร์จไฟกลับมาคืน โดยเราก็ได้ทำจุด Charging Center เพิ่มขึ้น และต้องให้ข้อมูลมากขึ้นให้เข้าใจถึงระบบการทำงานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเราก็หาพาร์ทเนอร์ในจุดบริการชาร์จ ที่จะสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นว่าจุดบริการเหล่านั้นได้ มีผู้ใช้งานอยู่หรือไม่ และพัฒนาระบบให้ไม่สามารถนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกไปใช้ถ้ายังไม่ทำงานชาร์จก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็มองและกลัวว่าตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีปัญหาอะไรไหม เพราะรถ BMW i3 ยังไม่ขายเป็นทางการและมีจำนวนไม่มาก แต่เมื่อเราได้ทำงานทดลองใช้มา 2 ปีก็ไม่พบปัญหาอะไรเลย ไม่มีการไปเสียกลางทาง แต่ก็อาจจะมีปัญหาการลืมชาร์จจากที่บอกไปข้างต้น แต่ก็ถือว่าน้อยเนื่องจากระบบที่เราทดลองเป็นระบบปิด สามารถรู้ตัวได้ทันที และปัจจุบันทำระบบ Charging เริ่มมีการพัฒนาและมีมาตรฐานมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจมากขึ้น

 

 

ในอนาคตระบบ Car Sharing สามารถนำมาใช้จริงในสังคมไทยได้อย่างไร ในปัจจุบันเป็นระบบทดลองระบบปิดซึ่งสามารถควบคุมได้

โมเดลนี้มาจากบริษัทหนึ่งในต่างประเทศ เนื่องจากในต่างประเทศการใช้งานและมีต้นทุนค่อนข้างสูง และการใช้งานระบบขนส่งมวลชนมีค่อนข้างเยอะ ในขนาดที่ประเทศไทยเอง ในสมัยก่อนเราไม่มีทางเลือกมากนัก แต่ในปัจจุบันเรามีรถสาธารณะมากขึ้นทั้งรถไฟฟ้าที่กำลังขยายมากขึ้น และในต่างประเทศเองงานซื้อรถยนต์ก็มีภาระต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก การทำ Car Sharing  จะทำให้เราเลิกกังวนสิ่งเหล่านี้ เพราะเมื่อเราอยากจะใช้รถเมื่อไหร่เราก็ใช้ได้เลย สำหรับประเทศไทยเอง เราก็ต้องการบริษัทที่ทำ Car Sharing  ที่เริ่มต้นทำ ซึ่งระบบ Car Sharing  ถ้าถามถึงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คนไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น มันก็เหมือน Grab สมัยก่อนเราไม่เชื่อว่าจะสามารถเรียกรถผ่านมือถือได้ ซึ่งด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากการสอบถามเด็กที่เรียนจบทำงานใหม่ จาก 8 ใน 10 คน คนส่วนใหญ่จะบอกว่าซื้อบ้านก่อน คอนโดก่อน ซึ่งต่างจากสมัยก่อน ที่นิยมจะซื้อรถก่อน ซึ่งมองให้เห็นได้ว่าในใช้โมเดล Car Sharing จะมีส่วนเข้ามาช่วยในการรถปรับหาจำนวนรถที่มีปริมาณมากบนถนน และยังช่วยรถภาระของผู้คนที่เกิดจากการซื้อรถและดูแลรถ และยังทำให้เราได้ใช้รถที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

สำหรับบทเรียนที่ได้จากระบบการทดลอง จะดูแลและจัดการอย่างไร ถ้าต้องนำไปใช้จริงในสังคม Car Sharing จะเกิดขึ้นจะเป็นอะไร

ตอนที่เราเริ่มทำ เราเห็นเทรนของ Car Sharing ที่กำลังมาทั่วโลกที่มีเกือบทุกประเทศ ซึ่งตอนที่เราประเทศเรายังไม่มี Car Sharing  ที่จอดรถในอาคารมีแค่ 30% แต่ไม่ตระหนักถึง Car Sharing เลย ซึ่งทำให้เราเริ่มทำให้เข้าในว่า  Car Sharing คืออะไร เหมือนสมัยก่อนที่ทำให้คนเข้าใจการเรียก แท็กซี่ผ่านมือถือ การใช้รถผ่านมือถือก็เช่นกัน

อย่างที่ 2 เป็นเรื่องของเทคโนโลยี ถ้าสมมิตุให้ไปเริ่ม Car Sharing  ในที่ ๆ ไม่มี Network ครอบคลุม ก็คงทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเทคโนโลยี ไม่ครอบคลุมในประเทศไทยโครงงานนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย

อย่างสุดท้ายคือเรื่องของนโยบายของรัฐ อย่างในต่างประเทศเองที่มีระบบ Car Sharing อย่างในอังกฤษ นโยบายของรัฐมีการซับพอร์ต Car Sharing ยกตัวอย่าง ที่จอดรถก็มีการแปลงเป็นที่จอดของ Car Sharing ให้คนที่อยู่บริเวณนั้นสามารถแชร์กันใช้ได้อย่างสะดวก และเมื่อ 3 องค์ประกอบหลัก ๆ ทำให้เกิด Car Sharing แล้วหลังจากนั้นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดมลภาวะได้ในอนาคต ซึ่งในโรงการของเรายังไม่สามารถนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาใช้ไม่ได้เนื่องจากราคา และยังมีสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ แต่ถ้าทุกอย่างพร้อมเมื่อไหร่ เราก็จะทำให้เกิด EV Car Sharing ในอนาคต

 

 

ปัญหาจากพฤติกรรมผู้เช่ารถ EV ที่ไม่ค่อยชาร์จพลังงาน จะมีวิธีการแก้ปัญหา หรือป้องกันได้อย่างไร

สำหรับ Car Sharing  สิ่งที่ยากที่สุดคือ การสร้าง Community ของผู้ที่ร่วมมาใช้งาน ซึ่งเราสร้าง Point ขึ้นมา มีการให้ Point สำหรับผู้ที่นำรถไปใช้ที่ถูกต้องตามกฎ ก็จะมีการเลื่อนระดับขึ้นไป เพื่อเป็นหนึ่งในการคัดกรองคน

 

กรณี Car Sharing เกิดจริงในเรื่องของประกันภัยจะมีผลหรือไม่ อย่างไร เพราะการทำประกันภัยในเชิงธุรกิจกับบุคคลจะเป็นคนละตัวกัน

จริงรถใน Car Sharing ทุกคันจะเป็นรถประกันชั้น 1 ในเชิงพาณิชย์ และเราก็ติดต่อประกันภัยทุกเจ้าให้มาซับพอร์ตตรงนี้ แต่ถือว่าก็เป็นเรื่องยากเพราะประกันภัยในบ้านเรายังล้าหลัง ซึ่งทางออกที่ง่ายที่สุด คือ การใช้ประกันภัยในเชิงพานิชสำหรับรถที่เข้าร่วม Car Sharing  ทั้งหมดเลยใน 1 ปี

 

 

มองภาพรวมของประเทศอย่างไรในการใช้รถ EV เป็นอย่างไร

ประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีความพร้อม และ BMW ก็พร้อมให้บริการและนำรถ EV เข้ามาในตลาดทีมีความพร้อม ซึ่งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในประเทศไทยที่พุ่งสูงขึ้นถึง 122% และยังมีสถานีให้บริการทั้งหมด 121 หัวจ่าย ใน 57 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งถือว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว