Terrain Management System (TMS)

ความลับของแร็พเตอร์ ทำไมราคาแพง ?    

 

แร็พเตอร์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการรถกระบะไทย มันถูกเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ถูกรายการงานทดสอบสมรรถนะ และถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อ จากผู้ใช้ และจากผู้ปรารถนาดี รวมไปถึงเกรียนคีย์บอร์ด หลากหลายวงการได้ให้ทัศนะไว้อย่างกว้างขวาง จากการเข้ามาขายในบ้านเราด้วยราคาที่สูงเป็นปรากฏการณ์ในวงการรถกระบะคือ 1.7 ล้านบาท

จากนั้นงานดราม่าก็โถมใส่มากมาย หนักไปที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความคุ้มค่าในราคาของตัวรถรวมทั้ง เรื่องการทดสอบสมรรถนะ ที่มีการโฆษณาเผยแพร่ภาพรถกระโดดเนินเสมือนหนึ่งรถบินได้ หรือแม้กระทั่ง ดราม่าถึงอาการของรถว่าซื้อมาแล้วไปพังอยู่ตรงโน้น ไปลากอยู่ตรงนี้ เที่ยวนี้เป็นอีกครั้งที่เราจะไปไขข้อข้องใจว่ารถคันนี้ ทำไมถึงได้ฉายาว่า ซูเปอร์ ทรัค มากกว่าที่จะนิยามว่ามันคือรถปิกอัพครับ

 

 

เรื่องดราม่าของแร็พเตอร์ ไม่อาจหยุดความแรงของยอดจองได้ถึงวันนี้มันมีออร์เดอร์แล้วกว่า 3,000 คัน นอกเหนือจาก ความหล่อที่เป็นจุดขายอันดับแรกของโมเดล เรนเจอร์ แล้ว เมื่ออัพสเปคขึ้นมาเป็นแร๊พเตอร์ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า ดุดัน แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เรื่องมาดไม่ต้องพูดถึงครับ หล่อ แมน เป็นอันดับหนึ่ง จุดขายอันดับถัดมา ทั้งเรื่องความแรงของเครื่องยนต์และแรงบิด ระบบส่งกำลังประสิทธิภาพของช่วงล่าง FOX ที่รับประกันความทนทรหด อันนั้นผ่านการทดสอบกันมามากและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปจากคอรถออฟโรดที่ชอบรถลุยพันธุ์แกร่งตัวจริงแล้ว

 

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นความลับที่ทำให้แร็พเตอร์กลายเป็น ซูเปอร์ ทรัค ที่ราคากระโดดไปไกลถึง 1.7 ล้าน และยังไม่ได้พิสูจน์รวมทั้งพูดถึงกันมากนั่นก็คือสิ่งที่ ผู้เขียนและสื่อมวลชนหลายสำนักได้ไปพิสูจน์กันคราวนี้ก็คือ ระบบTerrain Management System (TMS) ที่มีโหมดให้เลือกใช้งานถึง 6 โหมดซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังนี่หละครับ

โหมดแรก NORMAL MODE หรือโหมดปกติเหมาะสำหรับการขับขี่ในประจำวัน โหมดปกติจะให้ทั้งความสมดุลของการขับในความตื่นเต้น ความนุ่มนวล และความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างลงตัว ประหยัดน้ำมันพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในโหมด Normal ความหน่วงปกติใช้กับการขับเคลื่อนแบบ 2H, 4H, และ 4L

โหมดที่ 2 SPORT MODE หรือโหมดสปอร์ต เหมาะสำหรับการขับบนถนนแบบใช้ความเร็วสูง ขับได้สนุกสนาน โหมดสปอร์ตจะเพิ่มการตอบสนองของคันเร่งและพวงมาลัยมีความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น ระบบเกียร์จะเปลี่ยนเกียร์และค้างที่รอบเครื่องสูงขึ้น เพื่อช่วยให้เครื่องตอบสนองได้เร็วกว่าเดิมพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในโหมด Sportใช้กับการขับเคลื่อนแบบ 2H เท่านั้น

 

 

ถัดมาโหมดที่ 3 SNOW/GRAVEL/GRASS  MODE หรือโหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะเหมาะสำหรับการขับบนทางที่มีพื้นผิวลื่น เช่นมี หญ้า กรวด หรือหิมะ ปกคลุมบนพื้นผิวถนน ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีเพิ่มการทำงานไวขึ้น เพื่อเพิ่มการเกาะถนนทุกความเร็วเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับบนพื้นผิวที่ลื่นเกียร์จะเปลี่ยนอย่างนุ่มนวลที่รอบเครื่องต่ำลง คันเร่งมีการตอบสนองที่ช้าลงพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในโหมด Normalโหมดนี้ใช้กับการขับเคลื่อนแบบ 4H เท่านั้น

โหมดที่ 4 MUD/SAND MODE โหมดโคลน/ทราย โหมดนี้เหมาะกับการขับออฟโรด ในเส้นทางที่พื้นผิวที่หน่วงล้อ หรือขับข้ามสิ่งกีดขวางระบบป้องกันล้อหมุนฟรีมีความไวน้อยลง และถูกปรับให้รถรักษาโมเมนตัม ขณะขับ เกียร์จะเปลี่ยนที่รอบเครื่องที่สูงขึ้น เพื่อรักษาแรงบิดที่สูงไปที่ล้อในการขับเคลื่อนพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในโหมด Comfortใช้กับการขับเคลื่อนแบบ 4H, และ 4L

 

 

โหมดที่ 5 เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงเพิ่มความสนุกและตื่นเต้นในการขับออฟโรดที่ความเร็วสูงระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกลดการทำงานลง เพื่อให้เครื่องทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุดเกียร์จะเปลี่ยนที่รอบสูงกว่าปกติ และค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้น เพื่อให้ได้กำลังเครื่องสูงสุดพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในโหมด Comfortใช้กับการขับเคลื่อนแบบ 2H, 4H, และ 4L

และสุดท้ายโหมดที่ 6 ROCK MODE  หรือ โหมดหินอันนี้จะ เหมาะกับการขับปีนป่ายหินที่ความเร็วต่ำระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวจะถูกปิด และเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างช้า ๆ เพื่อเพิ่มการควบคุมรถในการปีนหินได้ดีขึ้น TMS จะปรับการทำงานของเกียร์ให้อยู่ที่เกียร์ 1 เท่านั้นพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในโหมด Comfort และโหมดนี้ใช้กับการขับเคลื่อนแบบ 4L เท่านั้น

 

 

 

ครับและที่ว่ามาทั้งหมดนี่หละครับที่ผมว่า มันคืออีกความลับที่มีอยู่ใน แร็พเตอร์ ที่รวมแล้วเรียกว่าระบบปฎิบัตการณ์ขับเคลื่อนหรือ Terrain Management System (TMS) ที่ทั้งหมดยังไม่มีอยู่ในรถปิกอัพทั่วไป และหรือ รถเอสยูวีระดับหรูรุ่นไหน ๆ มันถึงทำให้คอรถออฟโรดโดยทั่วไปที่ทราบดีจึงยอมรับได้กับราคาขายที่กระโดดโด่งไปถึง 1.7 ล้าน เมื่อรถมันมีระบบปฎิบัติการณ์มีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ดีระดับนี้ คนซื้อถึงไม่เคยบ่นว่าแพง ส่วนคนที่บ่นนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อครับ  

งานนี้เป็นที่มาให้ฟอร์ด ประเทศไทย จึงได้จัดทริปพิเศษเชิญคณะสื่อมวลชนไปร่วมสัมผัสดินแดนลึกลับกับธรรมชาติอันสวยงามที่แฝงตัวอยู่บนเส้นทางชายฝั่งทะเลอันดามัน กับ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์”

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ทำลายทุกข้อจำกัดของเทคโนโลยี นวัตกรรม และความตื่นเต้นในการขับขี่ กระตุ้นอะดรีนาลีนของการขับรถออฟโรดให้สูบฉีบด้วยความเร้าใจ ตลอดเส้นทางบนชายฝั่งทะเลอันดามันอันท้าทายและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2562 ณ จังหวัดภูเก็ต-พังงา-สุราษฎร์ธานี

 

 

ทันทีที่เดินทางถึงสนามบินภูเก็ต คาราวาน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มุ่งหน้าไปยังเขาหน้ายักษ์ อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จุดหมายแรกอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามเงียบสงบ มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสตลอดชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร ทั้งยังมีโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกทับถมสะสมมาเป็นเวลานับล้านปี ปรากฏร่องรอยลวดลายสวยงามแปลกตา ด้วยรูปร่างของภูเขามีหน้าผาคล้ายใบหน้ายักษ์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยการเดินทางไปสัมผัสความงามของเขาหน้ายักษ์ต้องใช้การขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้นเราจึงได้ใช้ระบบ 4x4 Terrain Management System (TMS) ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยเลือกใช้โหมดโคลน/ทราย พร้อมกับ 4x4 High หรือ 4x4 Low ทำให้การเดินทางเข้าไปยังจุดหมายได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

 

 

เรานำฝูงแร็พเตอร์ลงเฟอร์รี่ที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม เพื่อข้ามไปยังเกาะคอเขา ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน ที่นั่นนอกจากจะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่ทอดตัวทางทิศตะวันออกและหาดทรายขาวทางทิศตะวันตกแล้ว ยังมีร่องรอยความเจริญของวัฒนธรรมในอดีต จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี เดิมที่นี่เป็นเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทรของชาวอินเดีย จีน อาหรับ และมลายู เนื่องจากเป็นเมืองท่าค้าขายและที่จอดเรือหลบมรสุม บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ที่มีมานานนับพันปี

 

 

 

วันถัดมาเราได้ทดสอบระบบ Terrain Management System (TMS) ในโหมดการขับขี่ออฟโรดสุดท้าทายในรูปแบบต่าง ๆ อย่างจุใจ ทั้งโหมดหญ้า/กรวดหิน (Grass/Gravel) ซึ่งออกแบบมาให้ขับขี่บนทางออฟโรดที่เป็นกรวดและพื้นผิวลื่น การใช้โหมดหิน (Rock) พร้อมกับ 4x4 Low สำหรับการปีนป่ายหินในทางลาดชัน รวมถึงโหมดบาฮา (BAJA) การขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง ที่มาพร้อมโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ FOX Shock เพื่อซับแรงกระแทกเมื่อขับขี่บนเส้นทางที่เป็นกรวด หญ้า ทรายและเป็นหลุมเป็นบ่อ

 

 

จบการพิสูจน์สมรรถนะไขความลับแร๊พเตอร์บนเกาะเราข้ามกลับ เพื่อไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งในระหว่างทางได้ไปเยี่ยมชม กะปง แกรนด์ แคนยอน ประติมากรรมธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงต่ำไม่เท่ากัน ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการทำเหมืองแร่ในสมัยก่อนที่มีการขุดหาแร่ดีบุก ด้วยระบบเหมืองฉีด จึงทำให้มีกองทรายอยู่จำนวนมหาศาล ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะจนพังทลายเป็นพื้นที่รูปร่างแปลกตากว่า 50 ไร่ เป็นที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในดินแดนหินผาที่ดูคล้ายสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องลือในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในการเดินทางสื่อมวลชนได้ใช้ระบบ Terrain Management System (TMS) โหมดการขับขี่โคลน/ทราย อีกครั้งหนึ่ง ได้ทดสอบและสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ บนเส้นทางธรรมชาติภูเขาหินปูนที่สลับซับซ้อนอันสวยงามและท้าทาย ก่อนออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ

 

 

เราได้ร่วมพิสูจน์การผสานการทำงานของขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.0 ลิตร แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เทคโนโลยีล่าสุด มอบพละกำลัง 213 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวกว่าที่เคย พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Terrain Management System (TMS) ลุยทุกเส้นทางหฤโหด รวมถึงระบบกันสะเทือนที่มาพร้อมโช๊ค FOX Shock ที่ช่วยซับแรงกระแทกในการขับขี่ทางวิบากได้อย่างดีเยี่ยมและสำหรับผมต้องบอกว่ายอมรับในประสิทธิภาพแร็พเตอร์ว่าดีสมราคาจริงครับ