อีซูซุ คาราวานสัญจรประจำปี 2559

เส้นทางที่ 3 ไทย (อุบลราชธานี) – ลาว

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์อีซูซุ คาราวานสัญจรการเดินทางท่องเที่ยวในรูปคาราวานทางรถยนต์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าอีซูซุทั่วประเทศ พร้อมการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศอีกด้วย โดยได้รับการตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจากกลุ่มผู้ใช้อีซูซุด้วยดีเสมอมา อีกทั้งยังเกิดปรากฏการณ์การชักชวนครอบครัวและเพื่อน ๆ ให้มาร่วมเป็นประชาคมอีซูซุด้วยการซื้อรถอีซูซุ เพื่อที่จะได้ร่วมกิจกรรมอีซูซุ คาราวานสัญจรด้วยกัน

นับได้ว่าอีซูซุ คาราวานสัญจรเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างให้ประชาคมอีซูซุแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุผลตาม วิถีอีซูซุ นั่นคือผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ช่วยให้สังคมพัฒนาสำหรับอีซูซุ คาราวานสัญจรประจำปี 2559  สีสันแห่งความสุข สนุก 4 เส้นทางจัดไปอย่างสนุกสนานแล้ว 2 เส้นทางคือ กรุงเทพฯระยอง เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา และเส้นทางที่ 2 เชียงใหม่- อ่างขาง ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน ในเส้นทาง 3 ไทย (อุบลราชธานี) – ลาว  จัดขึ้นภายในวันที่ 10-14 สิงหาคม 2559 และเส้นที่ 4 ชุมพรเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2559 นี้

สำหรับเส้นทางที่ 3 ไทย (อุบลราชธานี) – ลาว  ขบวนคาราวาน สัญจรได้พบ ณ จุดสตาร์ทของผู้แทนจำหน่ายอีซูซุตังปักอุบลราชธานี ซึ่งมีรถสมาชิกเข้าร่วมขบวนทั้งหมด 32 คัน ซึ่งมีท่านผู้บริหาร บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเขตภาคอีสาน และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวเปิด พร้อมกับปล่อยขบวนคาราวาน เคลื่อนไปยังด่านช่องเม็กฝั่งไทยหรือวังเต่า ฝั่งลาว

ระยะทางโดยประมาณ 40 กว่ากิโลเมตร  ในวันแรกในประเทศลาว ขบวนคาราวานจะได้เที่ยวชมปราสาทวัดพู เมืองปากเซ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑสถาน ที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO เป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของลาว

ประเทศลาวหรือชื่อทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” (Lao people’s Democratic Republic) เป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพื้นที่ประมาณ  236,800 ตารางกิโลเมตร ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีพรมแดนติดต่อกับประเทศจีนและพม่า ทิศตะวันออกติดต่อกับประเทศเวียดนาม ทิศใต้ติดต่อกับประเทศกัมพูชาและทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย

เมืองปากเซ เป็นเมืองสำคัญของแขวงจำปาสัก มีความอุดมสมบูรณ์ด้วย ทั้งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยเดินทางเข้าออกผ่านประเทศไทย ทางด่านเข้าเมืองช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี การท่องเที่ยวในวันแรกที่ไปถึงปากเซคือ การเข้าชมปราสาทวัดพู

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO เป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของลาว ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในศตวรรษที่ 6-8 ค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า

ต่อมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้าง อีซูซุ คาราวานสัญจร เส้นทางที่ 3 ใช้เวลาซึมซับ และอิ่มเอมไปกับปราสาทวัดพู ด้วยความเก่าแก่ จนได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ช่วยการันตีความน่าสนใจ

อีกทั้งการเคลื่อนตัวของประชาคมอีซูซุหลายร้อยชีวิตรวมสื่อมวลชนและทีมงาน ประกอบกับฝนที่ตกประปรายไว้ก่อนที่คณะของเราจะเดินทางไปถึง ทำให้พื้นค่อนข้างเฉาะและลื่น ทุกคนต้องใช้ความระมัดระวังในการเคลื่อนตัวอย่างช้า พร้อมไปกับการฟังประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าที่สืบทอดต่อๆกันมา แบบค่อยเป็นค่อยไป เดินกันแบบไม่รีบร้อน เพราะระยะทางค่อนข้างไกล

 

ในช่วงปลายๆ ต้องปีนบันไดขึ้นไปด้วย จึงต้องรอบคอบ ไม่รีบร้อน อย่าพลาดพลั้งได้ ดังนั้นการเดินทางสัญจรในวันแรก คาราวานเราจึงเที่ยวชมเพียงปราสาทวัดพูเพียงแห่งเดียว เมื่อจบจากปราสาทวัดพู  เราเข้าพักที่โรงแรมจำปาสักแกรนด์พักผ่อนคลายเมื่อยก่อนเดินทางต่อในวันถัดไปยังเมืองปากซองและเมืองสะหวันนะเขต

วันที่ 2 ของการเดินทางสำหรับ อีซูซุ คาราวานสัญจร เส้นทางที่ 3 นี้ ในช่วงเช้าจะไปชมความงดงามของน้ำตกตาดฟาน เป็นน้ำตกฝาแฝดที่สูงที่สุดในสปป.ลาว เกิดจากการไหลมารวมกันของสายน้ำของภูเขา 2 ลูก ระหว่างที่คณะของเราไปถึงน้ำตกตาดฟานถูกทะเลหมอกปกคลุมหนาตา

จนไม่แน่ใจว่าจะเห็นความงามของน้ำตกหรือเปล่า หลายคนตั้งตารอ หลายคนเริ่มเปลี่ยนอิริยาบถไป นั่งจิบกาแฟ ชอปปิ้งผลิตภัณฑ์ประจำถิ่น  สำหรับคณะสื่อมวลชนถ่ายรูปไป ลุ้นไป ลุ้นมา อยู่หลายตลบ สุดท้ายพระพายก็เป็นใจ พัดม่านหมอกให้เรามีโอกาสได้ชมความงดงามของน้ำตกตาดฟานกันแบบเต็มๆตา แม้ว่าในบางส่วนจะเห็นเพียงน้ำตกข้างเดียว ในช่วงแรก

แต่มีหลายท่านยังคงรอคอยชมความงามหลังม่านหมอกต่อไป ท้ายที่สุดก็ได้เห็นน้ำตกฝาแฝดชัดเจน แจ่มจรัส สวยงาม ทรงคุณค่ามาก เรียกว่าสมกับการรอคอย..

น้ำตกตาดฟาน เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสัก เรียกอีกชื่อว่าน้ำตกดงหัว (ฟาน แปลว่า เก้ง) จุดเด่นอยู่ตรงสายน้ำ 2 สาย ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงราว 120 โดยสายน้ำทางซ้ายมือไหลมาจากห้วยผักกูดและทางขาวมือเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอุททยานแห่งชาติดงหัวสาว มีจุดชมวิวที่ตั้งอยู่คนละฟากเข้ากับตัวน้ำตก ในระดับความสูงเท่า ๆ กัน จากตรงนี้สามารถชมวิวตัวน้ำตกในมุมสูงได้อย่างชัดเจน และในยามเช้ายังเป็นทะเลหมอกที่สวยงามอีกด้วย

หลังชมความงามของน้ำตกตาดฟานเป็นที่เรียบร้อยในช่วงเช้า เราต้องเคลื่อนขบวนไปยังเมืองสะหวันนะเขต โดยมีระยะทางโดยประมาณ 200 กิโลเมตร  ประชาคมอีซูซุต้องขับขี่ตามกันเป็นขบวนสวยงาม ด้วยความสดชื่น ร่มรื่น เขียวขจี ของสองข้างทางจากเมืองปากซองถึงเมืองสะหวันนะเขต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายๆคันไม่รู้สึกเหนื่อยล้า กลับชื่นชอบ แม้ว่าถนนหนทางในบางช่วง ไม่ดีนัก และเจอกับฝนตลอดเส้นทาง แต่ทุกท่านกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับอุปสรรคเล็กน้อยๆเพียงเท่านี้ เพราะทุกท่านมั่นใจในศักยภาพของรถอีซูซุ นี่เป็นคำยืนยันของผู้ขับขี่จริงๆ ระยะทาง 200 .. เพียงเท่านั้นคืนนี้ทุกคนจะได้พักผ่อนกินอิ่มนอนอุ่นกันที่โรงแรมดาวสะหวันรีสอร์ทแอนด์สปาพร้อมอาหารมื้อค่ำอร่อยๆก่อนได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัยและเตรียมร่างกายไปชมความงามในวันถัดไป

เมืองสะหวันนะเขต หรือชื่อตามทางการ คือเมืองขันธบุรี อยู่ติดชายแดนประเทศเวียดนามและอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทย เป็นแขวงที่มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ สปป.ลาว รองจากเมืองหลวงกำแพงพระนครเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ มีเนื้อที่ 3,920 ตารางกิโลเมตรตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำโขงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตรงข้ามกับอำเภอศรีเชียงใหม่จังหวัดหนองคาย

ในวันที่ 3 ของการเดินทางของอีซูซุ คาราวานสัญจร ไทย-ลาว คณะของเราวันนี้ต้องเดินทางประมาณ 400 ..โดยเดินทางจากสะหวันเขต-เวียงจันทน์ โดยช่วงเช้าจะไปสักการะพระธาตุอิงฮัง เป็นพระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกสันหลังของพระพุทธเจ้า ว่ากันว่าเป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนมของไทยตั้งอยู่ในเมืองคันทะบุลี แขวงสุวรรณเขต คาดว่าน่าจะเป็นศิลปะแบบเขมร องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ 3 ฐานลดหลั่นกันเป็นลำดับ โดยฐานล่าง-กลางเป็นศิลปะแบบดั้งเดิมแต่ฐานบนและยอดเจดีย์เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง

หลังจากกราบไหว้พระธาตุอิงฮังเป็นที่เรียบร้อยและได้แวะรับประทานอาหารและเดินทางต่อไปสู่นครหลวงเวียงจันทน์และเข้าพักเช็คอินณโรงแรมแลนด์มาร์คแม่โขงริเวอร์ไซด์พร้อมงานเลี้ยงรับรองในค่ำคืนแห่งความสนุกสนานโดยมีคุณปนัดดาเจณณวาสินกรรมการรองผู้จัดการบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัดและคณะผู้บริหารรวมทั้งผู้แทนจำหน่ายในประเทศลาวให้เกียรติรวมในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ของพวกเราประชาคมอีซูซุด้วยความบันเทิงและเป็นกันเอง

ในวันสุดท้ายของคาราวานสัญจร ณ ประเทศลาว ขบวนได้ชื่นชมกับความงดงามในเมืองเวียงจันทน์ พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ อีกหลายแห่ง  ทั้งพระธาตุหลวง (พระเจดีย์โลกะจุฬามณี) เป็นสถานที่สำคัญของประเทศลาว เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติและยังแทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาว ต่อจากนั้นมาชมประตูชัยซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อนระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งสุดท้ายในภาคเช้าของวันนี้ เป็นวัดศรีสะเกษ (วัดสีสะเกด)หรือวัดสะตะสะหัดสารามซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ติดกับหอคำ

หลังรับประทานอาหารกลางวัน คณะอีซูซุ  คาราวาน สัญจรได้แวะสักการะ วัดพระศีรเมือง (วัดสีเมือง) หรือวัดแห่งโชคลาภ วัดสีเมืองตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ทางทิศตะวันออกของสถานทูตฝรั่งเศส ภายในวัดสีเมืองเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์ ต่อมาถูกกองทัพสยามทำลายลง และสร้างวัดสีเมืองขึ้นใหม่อีกครั้ง ภายในวัดสีเมืองมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย

ที่บริเวณสวนสาธารณะภายในวัด มีพระบรมรูปของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ตั้งอยู่บนแท่นสูงกลางสวนสาธารณะ พระหัตถ์ทรงถือสมุดใบลานที่จารึกประมวลกฎหมายฉบับแรกของลาวไว้ พระบรมรูปเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์นี้เป็นของขวัญที่ทางสหภาพโซเวียตมอบให้ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะเป็นจำนวนมาก

เพราะมีความเชื่อที่เล่าขานต่อกันมาคือว่าเมื่ออธิษฐานขออะไรแล้วก็จะสมหวังดังปรารถนา ยกเว้นเรื่องของความรักคณะของเราต้องทยอยเข้าไปกราบไหว้ แม้เราจะเจอกับฝนที่ตกโปรยปรายตลอดก็ตาม ฝนไม่ได้มีผลให้ความตั้งใจแรงกล้าของ ประชาคมอีซูซุลดน้อยลง  ถือเป็นการปิดทริปอีซูซุคาราวานสัญจรที่คุ้มค่ามากจริงๆ