มาสด้าเผยพร้อมลุย เสริมทัพรถยนต์ใหม่ 6 รุ่นรวด

    ฟุ้งปี 59 โตเป็นอันดับ 1รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น

มาสด้า เซลส์  พร้อมลุยเต็มพิกัดในปี 2560 เตรียมเสริมทัพรถยนต์รุ่นใหม่ด้วยกัน 6 รุ่น โดยชูเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด SKYACTIV-Vehicle Dynamics การันตีความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี กลยุทธ์หลักคือลูกค้าสำคัญสูงสุด เตรียมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศภายใต้รูปลักษณ์และแนวคิดใหม่ MCI เน้นพัฒนาบริการหลังการขาย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 50,000 คัน ภายในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 18% เผยถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจปี 2559 ยอดพุ่งโดยเฉพาะอัตราการเติบโตสูง เป็นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอันดับ 1 ที่เติบโตสูงสุด  8% สวนทางกับยอดรวมของตลาดที่ลดลง 4%

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนการพัฒนาธุรกิจของมาสด้าในปี 2560 คาดว่าตลาดรถยนต์จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5-8% หรือมากกว่า 800,000 คัน สำหรับมาสด้าเตรียมเปิดตัวรถใหม่มากถึง 6 รุ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้องการให้มากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าการขายที่ท้าทายด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 18% หรือมากกว่า 50,000 คัน และคาดการณ์เป้าส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 6% โดยจะเน้นการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานภายใต้รูปลักษณ์ใหม่ หรือ Mazda Corporate Identity เพื่อยกระดับสู่ประสบการณ์แบบพรีเมียมของแบรนด์ และเน้นการบริการทั้งก่อนและหลังการขายด้วยการเสริมศักยภาพทีมงานผู้จำหน่ายทั้งสองด้านอย่างไม่หยุดยั้ง

มร.อัตสึชิ ยาสึโมโต รองประธานบริหารชาวญี่ปุ่น กล่าวถึงบทบาทของมาสด้า ประเทศไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาสด้าว่า ประเทศไทยคือตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมาสด้าในการสร้างยอดขาย และประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มียอดขายสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเติบโตในปีที่ผ่านมานั้น มาสด้า ประเทศไทยสามารถทำยอดขายได้เติบโตถึง 8% ถือครองส่วนแบ่งการตลาด 5.5% เพิ่มขึ้น 0.7% ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตเป็นอันดับ 1 ของมาสด้าทั่วโลก และขยับเป็นตลาดอันดับสองที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดรองจากประเทศออสเตรเลีย

ทั้งนี้ประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และเป็นฐานการผลิตรถยนต์ครบวงจรแห่งแรกของมาสด้า นอกจากประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถผลิตทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และการประกอบรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานมาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเริ่มผลิตและส่งออกระบบเกียร์อัตโนมัติ สกายแอคทีฟ ไปยังประเทศแม็กซิโก ประเทศจีน และในภูมิภาคอื่นๆแล้ว โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ในจังหวัดระยอง และยังเป็นฐานการผลิตและฐานส่งออกสำคัญของมาสด้า ผลิตรถยนต์มาสด้ามากถึง 4 รุ่น นั่นคือ Mazda3, Mazda2, CX-3 และมาสด้า บีที-50 โปร

ด้วยความสำคัญของประเทศไทย มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เล็งเห็นถึงศักยภาพของบุคลากรไทยที่สั่งสมประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนาน และเข้าใจตลาดภายในประเทศไทยเป็นอย่างดี จนกลายเป็นจุดแข็งของมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ที่มีโครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันในทุกระดับ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน เหนือสิ่งอื่นใด มาสด้านั้นมีการส่งเสริมความรัก ความหลงใหลในการทำงานจากภายในสู่ภายนอก จากบุคลากรเจ้าหน้าที่ในองค์กรสู่เครือข่ายผู้จำหน่ายและคู่ค้าต่างๆ เกิดเป็นความมุ่งมั่นทุ่มเทเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อสร้างแบรนด์มาสด้าอันเป็นที่รักของเราทุกคนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นเป้าหมายในการบริหารงานที่ดีและควรให้การสนับสนุน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวถึง “กลยุทธ์ด้านการตลาดของมาสด้าในปีนี้ว่า เรายังคงมุ่งไปที่การสร้างแบรนด์ให้เกิดความแข็งแกร่งและพรีเมียมมากขึ้นทั้งระบบ ทั้งผลิตภัณฑ์ รูปแบบของศูนย์บริการ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน การบริการด้านการขายและคุณภาพของการบริการหลังการขาย รวมทั้งการสร้างและสานต่อเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และรูปลักษณ์การออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ ที่วันนี้มาสด้าได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ที่สุดของเทคโนโลยีในวันนี้และวันหน้า คือ สกายแอคทีฟที่สามารถตอบสนองลูกค้าได้ทั้ง 2 อย่าง คือ ความแรง และประหยัดน้ำมัน ตามที่เราสื่อสารไปยังลูกค้า รวมทั้งการเปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาดประเทศไทย ตลอดจนเสียงตอบรับอย่างล้นหลามในทุกรุ่นในปีนี้ นอกเหนือจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มากถึง 6 รุ่น แล้ว ลูกค้ายังจะได้พบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากมาสด้า นั่นคือ SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่กำลังจะมาพร้อมกับมาสด้า3 ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 24 มกราคมนี้ด้วย”

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข กล่าวเพิ่มเติมถึง ภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ และสภาพด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป หรืออีกมุมหนึ่งคือแทบจะไม่มีปัจจัยบวกอะไรเข้ามากระตุ้นตลาดให้เกิดความคึกคัก ส่งผลให้ยอดขายรวมทั้งปีไม่เติบโตมากนัก อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย แต่ยอดขายตลาดรถยนต์โดยรวมก็ถือว่าประสบความสำเร็จสามารถบรรลุถึงยอดขายใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ คือประมาณ 767,000 คัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยประมาณ 4% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่าน จากตัวเลขยอดขายรวมอยู่ที่ 797,242 คัน

สำหรับผลดำเนินการของบริษัทในปี 2559 ที่ผ่านมา มาสด้าตั้งมั่นในเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน และพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เกิดความแข็งแกร่งมาโดยตลอด ด้วยการเปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาดประเทศไทยมากถึง 5 รุ่น แม้ทั้งหมดจะเป็นรุ่นปรับโฉมใหม่ แต่ก็ช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดและได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากลูกค้า ถือว่าเป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของมาสด้า จากยอดจำหน่ายรถยนต์รวมจำนวนทั้งสิ้น 767,000 คัน เป็นยอดขายของมาสด้าที่ทะลุเป้าถึง 42,537 คัน ซึ่งมาสด้าเป็นค่ายเดียวที่ยอดขายพุ่งขึ้นได้สูงสุด 8% เมื่อเทียบจากปี 2558 ที่ผ่านมาที่มียอดขายอยู่ที่ 39,471 คัน และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ตามเป้าหมาย คือ 5.5% โดยยอดขายในแต่ละรุ่นประจำปี 2559 มีดังนี้

  • All New Mazda2 จำนวน 23,223 คัน เพิ่มขึ้น 22% ส่วนแบ่งการตลาด64%
  • All New Mazda3 จำนวน 4,121 คัน ลดลง 42% ส่วนแบ่งการตลาด13%
  • All New Mazda CX-3 จำนวน 4,787 คัน เพิ่มขึ้น 262% ส่วนแบ่งการตลาด61%
  • All New Mazda CX-5 จำนวน 3,323 คัน ลดลง 13% ส่วนแบ่งการตลาด30%
  • New Mazda BT-50 PRO จำนวน 7,052 คัน ลดลง 12% ส่วนแบ่งการตลาด12%
  • Mazda MX-5 จำนวน 31 คัน เพิ่มขึ้น 11% ส่วนแบ่งการตลาด na

สิ่งที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ เกิดจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาสด้า ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างมุ่งมั่น และแข็งแกร่ง จนกลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือก นับว่ามาสด้าประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งจนทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์และตัดสินใจเลือกรถจากแบรนด์เป็นอันดับแรกแล้วจึงค่อยเลือกรุ่นรถที่เหมาะสมกับความต้องการของตน ทั้งนี้เป็นเพราะลูกค้าต่างมั่นใจในคุณภาพที่เหนือกว่าของรถยนต์มาสด้า ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะและความประหยัดของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่พิสูจน์ได้จริง รวมถึงดีไซน์อันโดดเด่นของโคโดะ ดีไซน์ ซึ่งเป็นที่ดึงดูดใจของลูกค้าอยู่เสมอ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเสริมถึงนโยบายสำคัญที่มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างสูงในปีที่ผ่านมาคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ดังนั้นกิจกรรมการตลาดที่มุ่งเน้นส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ในทุกประเภท  โดยเฉพาะ Sports Marketing การเปิดตัว “โปรช้าง” คุณธงชัย ใจดี นักกอล์ฟระดับโลกและอันดับหนึ่งของประเทศไทย มาเป็น SKYACTIV TECHNOLOGY AMBASSADOR คนแรกของมาสด้า ตามด้วยการเดินหน้าผลักดันแผนพัฒนากีฬาควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย จับปากกาลงนามต่อสัญญาฉบับใหม่เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของทีม “สวาดแคท” เจ้าแมวพิฆาต เพื่อลุยสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว นับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

มาสด้าไม่ลืมที่จะตอบแทนลูกค้า และทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยตามแผนพัฒนาธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้และการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เริ่มประเดิมโครงการแรกตั้งแต่ต้นปี ด้วยการสร้างสรรค์รายการผ่านสื่อโทรทัศน์ภายใต้ชื่อ FootSteps By MAZDA ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทุกวันอาทิตย์ นำเสนอ สาระโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นตัวอย่างในการทำงานและดำเนินชีวิต หวังพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย และผลักดันแนวคิดตามพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางสานต่อสู่ชุมชนในภูมิภาคในการน้อมนำคำสอนและเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านการรักษาฐานลูกค้า มาสด้าได้จัดกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ การจัดกิจกรรม CRM เอาใจคนรักมอเตอร์สปอร์ต จับลูกค้ามาเข้าคอร์สเสริมทักษะการเรียนรู้ด้านความปลอดภัย ฝึกอบบรมเทคนิคการขับขี่แบบ      แอดวานซ์เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ขั้นสูง การขับขี่ปลอดภัย รวมถึงการขับขี่ในแบบ จินบะ-อิตไต จากนักแข่งมืออาชีพ พร้อมกระทบไหล่ดาราเซเลบริตี้นักซิ่งชื่อดังของเมืองไทย เปิดประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจกับรถยนต์มาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ให้กับลูกค้าได้ร่วมทดสอบสมรรถนะสูงสุดของรถมาสด้าในแทร็คเสมือนลงสนามแข่งจริง สร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามาสด้า ตอบรับนโยบายสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

นอกจากนี้มาสด้ายังได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เริ่มจาก MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN การเดินทางแบบคาราวานครั้งประวัติศาสตร์เชื่อมโยงอารยธรรมของสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค พร้อมพิสูจน์สมรรถนะรถมาสด้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ประกอบด้วยรถยนต์มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซี-เอ็กซ์ 3 และมาสด้า ซี-เอ็กซ์ 5 และต่อยอดเส้นทางประวัติศาสตร์ เปิดประสบการณ์สุดขั้วโลก กับบันทึกการเดินทางเพื่อพิชิตดินแดนที่ไม่เคยมีใครกล้าพิสูจน์ ด้วยการทดลองขับรถ      สปอร์ตอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ Mazda CX-3 และ Mazda CX-5 กับเส้นทางที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของธรรมชาติ ภูมิประเทศอันสวยงาม และภูมิอากาศสุดขั้ว ที่ท้าทายทั้งรถและคนขับ ไม่มีอะไร...หยุดยั้งเราได้ Only the sky is the limit” นำสื่อมวลชนไปพิชิตดินแดนไซบีเรียผ่านทะลุหลังม่านเหล็กของรัสเซีย ที่ความท้าทาย สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ด้วยระยะทางกว่า 6,500 กิโลเมตร

ทุกกิจกรรมดังกล่าวยังคงเป็นนโยบายที่มาสด้าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเดินทางสู่เป้าหมายยอดขาย 50,000 คันในปีนี้