E 220 CDI 2016 ( W213)

ดีเซลใหม่ 194 ม้า 400 นิวตัน 9 เกียร์

โดย วชิระ เรืองมาลัย

11-13 กรกฎาคม 2559 ขับรถยาวๆ จากกรุงเทพฯ-อุดรฯ-เขาใหญ่-กรุงเทพฯ เบ็ดเสร็จ น่าจะมี พันกว่าโลครับ ไปกับ The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 W213  ที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะโดยจับเอาเอา The new E 220 d AMG Dynamic ไปเป็นม้าศึกอีคลาสใหม่ ทั้งกระบิลำนี้ ตั้งแต่ รูปร่างหน้าตา ภายนอกจรดภายใน เครื่องยนต์ ช่วงล่าง เป็นโมเดลเชนจ์ครับ วางเครื่องยนต์บล็อกใหม่ล่าสุดในตระกูล ดีเซล ซีดีไออันเลื่องชื่อของเบนซ์เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ om654 ความจุน้อยลง แค่ 2.0 ลิตร แต่พลังแรงม้าและแรงบิดสูงขึ้น มีม้า 194 ตัว แรงบิด 400 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ ชุดใหม่ 9G-TRONICภายในโอ่โถงหรูหรา เพียบพร้อมและผ่อนคลายไฮเทคโนโลยีมาพร้อมกับชุดหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี

เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง แม้ระยะทางจะไกลแสนไกลแต่ก็ไม่เมื่อยล้า เมื่อต้องทำเวลาเพื่อถึงจุดหมาย กับความเร็วในระดับ 180-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ไม่มีเครียดครับ เกียร์ พวงมาลัย การคอนโทรลอยู่ในระดับรองรับได้สุดยอด แถมยังประหยัดสุดโค่ย กับความเร็วในระดับ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเกียร์ทรอนิคโหมดสปอร์ตที่ตำแหน่งเกียร์ 9 รอบเครื่องยนต์ทำงาน 2,000 รอบเองครับอีคลาสใหม่ มีให้เลือกช้อปได้ 2 รุ่น E 220 d Exclusive ราคา 3,990,000 บาทและ E 220 d AMG Dynamic ราคา 4,790,000 บาท

E220 cdi ใหม่ W213 มันคือยนตรกรรมที่มาพร้อมกับสุดยอดแหงเทคโนโลยี ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณกลายเป็นเรื่องไร้กังวล พาคุณไปสูจุดหมายอย่างปราดเปรียวและสะดวกสบาย ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์สะท้อนนวัตกรรมแห่งอนาคตและยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม รูปลักษณ์ที่โดดเด่นทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักSensual Purity ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และนำเสนอเทคโนโลยี ยนตรกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้างให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

E-Class 2016 มีขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ผสานกับ ฝากระโปรงหน้าที่ดูยาว เส้นสายของส่วนหลังคาที่ออกแบบในสไตล์รถคูเป้ ทอดตัวเป็นเส้นโค้งยาวจรดด้านหลังของตัวรถ นอกจากนี้ รูปลักษณ์ด้านหลังของตัวรถได้รับการออกแบบให้ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของสมาชิกใหม่ในกลุ่มรถซาลูนของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมติดตั้งโคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียวโดยด้านในโคมแบ่งออกเป็นสองส่วน ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูสง่างามอย่างมีระดับ ส่วนไฟหน้าก็ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด MULTIBEAM LEDเทคโนโลยีชั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนะวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนมีประสิทธิภาพสูงสุด

หลักการทำงานของระบบตั้งอยู่บนพื้นฐานของไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟแบบ LED จำนวน 84 หลอด ให้ปรับระดับความสว่างอิสระจากกัน โดยมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวและคำนวณระดับ ความสว่างอัตโนมัติ และตอบสนองความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแม่นยำ

ที่สำคัญคือความปลอดภัยในขณะมีรถสวนทาง ด้วยระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS - Intelligent Light System) ปรับเปลี่ยนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์การขับขี่และรูปแบบของถนน ระบบ ALS - Active Light System ปรับโคมไฟหน้า ตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ระบบ Cornering Light เพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และระบบ Adaptive Highbeam Assist ปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตา ของผู้ขับขี่รถยนต์ที่วิ่งอยู่ในเลนตรงข้าม ยิ่งไปกว่านั้น MULTIBEAM LED ยังตรวจจับทางโค้ง มุมอับสายตาได้ในระยะทางที่ไกลมากกว่าเดิมอย่างทั่วถึง

สำหรับลำนี้ The new E220d AMG Dynamic ผสมผสานเทคโนโลยีและความหรูหราอยางลงตัว ใส่ใจในรายละเอียดภายในห้องโดยสาร รวมทุกสิ่งอำนวยความสะดวก เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง พร้อมความบันเทิงเต็มอิ่มกับจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ Widescreen Cockpit ที่กว้างพิเศษถึง 31.2 ซม. (12.3 นิ้ว) พร้อมระบบควบคุมและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต COMAND Online ไร้ขีดจำกัด

แผนที่นำทางแบบ 3 มิติ ฟังก์ชั่น WLAN/WiFi hotspot อีกทั้งยังมี Multifunction telephony เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlayTM) และ Android (Android Auto) รองรับเครือข่ายความเร็วสูงภายใน

 

เบาะที่นั่งห้องโดยสาร ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถตระกูลนี้ สำหรับรุ่น The new E 220 d AMG  Dynamic นอกจากจะมาพร้อมกับชุดหน้าจอ ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี

เครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร ซีดีไอ รุ่นใหม่ล่าสุด กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที แม้ว่าตัวเลขจะด้อยกว่า E250 CDI รุ่นเดิม ที่มีกำลังสูงถึง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร แต่ในรุ่นใหม่จะจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic อัตราเร่งไม่ได้ด้อยไปกว่า ตอนที่เป็น E250 CDI ในตัวถัง W212 เลยทีเดียวครับ  

แถมยังให้ความประหยัดระดับ 25.6 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยไอเสียต่ำเพียง 103 กรัม/กิโลเมตร ตามสเป้กโรงงาน e220 cdi ใหม่ท็อปสปีด 240 กิโลเตมรต่อชั่วโมงครับ แต่ตามสภาพการขับขี่ ในหลาช่วงเล้นทางโล่งยาว ผม กับคุณ อมร พวงงาม บรรณาธิการข่าวยานยนต์ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจก็ลากกันขึ้นไปถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในความรู้สึก ถึงแม้ต้องกระชับพวงมาลัยกันแบบระมัดระวังระดับ 5 คือสูงสุดแล้วในภาวะการขับขี่ช่วงนั้นถือว่า ไม่เครียดครับ ยังเอาอยู่ ในความรู้สึกทั้งน้ำหนักพวงมาลัย การควบคุม สภาพช่วงล่างการเกาะยึด ระบบดูซับเสียงในห้องโดยสาร ดีมากครับ

ภายในห้องโดยสารเงียบไร้ซึ่งเสียงจากภายนอกคือมีแต่น้อยมาก ทั้งเสียงยาง เสียงลมปะทะ คือพูดได้ว่ายังคุยกันรู้เรื่องสื่อสารกันได้ทั้งคนขับคนโดยสาร ไร้อาการกังวล แม้จะเหลือบดูมาตรวัดแล้วมันเกินความเร็วเดินทางไปเยอะมาก เรื่องพลังเครื่องยนต์ สมรรถนะช่วงล่างการควบคุมและขับเคลื่อน E220 cdi ใหม่ลำนี้สอบผ่านเกรดดีเยี่ยมในระดับมาตรฐานยุโรปครับ

สำหรับช่วงล่างเราสามารถปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ที่ต้องการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ควบคุมการส่งกำลังการตอบสนองของพวงมาลัย ระบบปรับอากาศฟังก์ชัน Eco Start / Stop เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง ผ่านปุ่ม DYNAMIC SELECT สามารถเลือกได้ 5 รูปแบบการขับขี่ ตั้งแต่  Eco เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง โหมด Comfort เพื่อความเนียลนวลขณะโลดแล่นบนท้องถนน

โหมด Sport สำหรับการขับขี่อย่างปราดเปรียว พร้อมพวงมาลัย Direct Steering ตอบสนองทุกจังหวะการขับขี่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ9 จังหวะ (9G-TRONIC) เปลี่ยนได้อยางนุ่มนวลและราบรื่น หรือเพิ่มอีกระดับความเร้ากับโหมด Sport+ มอบสัมผัสแห่งพละกำลังอย่างเต็มที่ และยังสามารถเลือกโหมด Individual ที่สามารถปรับการทำงานของระบบต่างๆให้มีความแตกต่างอย่างเป็นอิสระ ตอบทุกสไตล์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเองได้ครับ ตรงนี้บอกได้เลยครับว่าตอบโจทย์คนบ้าขับรถด้วยตัวเอง

จบทริปนี้มาเอาเป็นว่า ขอคอมเม้นท์บ้านๆ เข้าใจง่ายนะครับ สิ่งที่ได้รับรู้รสชาติของการควบคุมยานระดับหรูหราคันนี้ไปในเส้นทางยาวๆ และนานๆ ขอบอกเป็นภาพรวมๆ 2 ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกการได้รับรู้ซึ่งสมรรถนะที่สมบูรณ์แบบของรถที่ทรงพลัง ทำให้ การเดินทางเต็มไปด้วยความ ตื่นเต้นสนุกสนานในการควบคุมและสั่งการ เครื่องยนต์ดีเซลนั้น ทอล์ค มากมายครับ เรียกได้ว่าเหลือเฟือจริงๆ จัดเป็นเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ที่ได้รับการยอมรับว่าประสิทธิภาพที่รีดพลังออกมาได้นั้นดีเยี่ยม เครื่องยนต์ที่เดินเรียบและนุ่ม ปราศจากเสียงรบกวน หรือดังจากภายนอกสู่ห้องโดยสาร

การสั่นสะเทือนน้อย เมื่อผสานกับเกียร์ 9 สปีดใหม่ที่ถ่ายทอดกำลังได้อย่างต่อเนื่องราบเรียบทุกรอยต่อทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ไม่ว่าจะรอบสูงหรือต่ำ การสับเปลี่ยนฉับไว ทุกสภาวะที่ต้องการสั่งการ ไม่ว่าจะในโหมดขับเคลื่อนที่ D หรือใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเกียร์ชิฟที่แพทเดิลหลายท่านที่ห่วงกังวัลว่า ขนาดเครื่องยนต์เล็กไปหรือไม่นั้น ตอบเลยครับ ไม่เล็ก ขนาดกำลังดี เรียกได้ว่าถ้าเป็นพริกก็ขี้หนูสวนละครับ เม็ดเล็กเผ็ดจี๊ดร้อนแรงมาก

การควบคุมทั้งช่วงล่างและพวงมาลัยหนึบแน่นมั่นใจได้ ไม่ว่าจะในจังหวะไหน ทางราบเรียบคุมสบาย ในทางที่ต้องการความมั่นใจเส้นทางขรุขระ ถนนเป็นลอนคลื่นไม่ราบเรียบต้องคุมพวงมาลัยกระชับกันตลอดเส้นทางก็ยังคงความมั่นใจได้ครับ