Mercedes-AMG E 53 4MATIC+

5 ล้าน ทอนพัน แลก 435 ม้า

 

 

       E53 ภายใต้รหัสตัวถัง W213 ลำนี้จัดว่าเป็นรถปลายๆโมเดลแล้วครับ ไม่ใช่รถใหม่อะไร ที่ตั้งใจเอามารีวิวนี้ก็เพราะ ส่วนตัวที่บ้านนั้นใช้ W 213 ปี 2018 ซื้อมาได้ครบ 3 ปียังผ่อนไม่หมดเลยครับ เพิ่งขับไปยังไม่ถึง 3 หมื่นโลเลย  

       เพียงแต่รถผมเป็นเวอร์ชั่น ดีเซล รหัส E220d AMGแพกเกจ สนนราคาตอนซื้อมาปีนั้น 3.99 ล้านบาท แต่ตอนนี้ W213 เวอร์ชั่น ดีเซลกำทำรุ่น SPORT ออกมาขายไม่ใช่ AMG แพกเกจ หาซื้อได้ในสนนราคาประมาณ 3.3 ล้านบาทครับ แต่สำหรับ E53 ลำนี้ตอนเปิดตัวเป็นรถCKD ใหม่ๆ ราคาขายอยู่ที่ 5.26 ล้านบาท ตอนนี้ราคาปัจจุบันขยับลงมาเหลือ 4.99 ล้านบาท เอาเป็นว่า 5 ล้านทอนพันนึง ได้มีโอกาสเอามาใช้เป็นเรื่องเป็นราวอยู่หลายวัน ไปดูรีวิวกันครับว่าจะเด็ดดวงยังไง

 

ภายนอกหล่อเข้มสไตล์ AMG

       ภายใต้กระดองของ W213   AMG E53  ลำนี้เพิ่มความหล่อเข้มดุดันให้กับหน้าตาและเรือนร่าง หลายรายการครับ อาทิ ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED คือการปรับเปลี่ยนการทำงานของหลอดไฟหน้าไปตามสภาพการจราจรและถนนอย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำที่สุด

 

      ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look ปลายท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system    สปอยเลอร์หลังบนฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler Lip ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20″ ตกแต่งด้วยสีดำ ระบบเบรกแบบจานเบรก 4 ล้อ พร้อมสัญลักษณ์ AMG บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า รวมๆ ก็ดูหล่อและดุ กว่ารถผมอีกนิดนึงครับ ยอมไม่ได้ครับ E220d ของผมก็เป็นรุ่น AMG สปอร์ตแพกเกจ นะครับ 555

 

ภายในกว้างและหรูแน่นอน

       ส่วนตัวชอบและหลงเสน่ห์ อีคลาส โมเดลนี้มาตั้งแต่4-5 ปีที่แล้วที่ได้ลองขับตั้งแต่เป็นเวอร์ชั่น CBU  โดยเฉพาะในห้องโดยสาร ผมว่ามัน แพรวพราว ครบเครื่องกว่า ค่ายเยอรมันด้วยกันที่มีอยู่ สำหรับผม ห้องโดยสารของเบนซ์จะนำหน้า อาวดี้และ บีเอ็มอยู่ประมาณ G นึง หรือเจอนเนอเรชั่นนึง ประมาณว่า ถ้า อาวดี้ กับบีเอ็มเป็น 4 G  เบนซ์ก็ล้ำหน้ากว่าไปรอเป็น 5G ก่อนครับ  ภายในห้องโดยสารของ E คลาสก็คือ แผงหน้าปัด ดิจิตอลจอยาว และการสร้างบรรยากาศขับขี่ไม่ซ้ำซากจำเจ คลิกเปลี่ยนจอเปลี่ยนสีห้องโดยสารในเวลากลางคืนได้ถึง 64 เฉดสี

       เรื่องความกว้างก็ให้มากกว่าเพื่อนในคลาส ห้องโดยสารมีขนาดกว้างสบาย นั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัด  ของ E53 ลำนี้ดีไซน์ด้วยเบาะหุ้มหนังแบบ AMG ARTICO leather ตัดสลับ DINAMIC microfiber เพิ่มระบบความปลอดภัยด้วยระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัต สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านน้า เข็มขัดนิรภัยสีแดงเพิ่มความสปอร์ตให้กับภายในรถมากยิ่งขึ้น เบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ที่สามารถบันทึกลักษณะการปรับเบาะได้ถึง 3 แบบ ระบบอุ่นเบาะเฉพาะคู่หน้า พวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ พวงมาลัยแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA microfiber

       มีการตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ AMG carbon-fiber หน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital Widescreen Cockpit ระบบ Audio 20 GPS พร้อมหน้าจอขนาด 12.3″ หน้าจอแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า HUD (Head-up-display) ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmaster surround sound system ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย และระบบไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

 

สมรรถนะเครื่องยนต์ดุดันครับ

       E 53 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร พร้อม Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงม้าอยู่ที่ 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม.

      ระบบเกียร์ เป็นเกียร์อัตโนมัตเดินหน้า 9 จังหวะ (AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Tranmission) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering wheel gershift paddle) พลังรถเหลือๆจัดจ้าน เสียงคำรามหวานหู เปลี่ยนโหมดขับได้ 4 โหมดตั้งแต่ อีโคโนมี สปอร์ต สปอร์ตพลัส และ อินดิวิดวล ช่วงล่างและการรองรับก็จัดสเปกมาให้สำหรับนักขับที่มีกิเลส หลงใหลในแทรคโดยเฉพาะฟิลลิ่งการขับขี่ดุดันเร้าใจหายห่วง การควบคุมรถอารมณ์ดิบมีนิดหน่อย ในโหมดเร้าใจ สปอร์ตพลัส แข็งๆหนึบๆนิดนึง พวงมาลัยหน่วงดีตึงมือ และแม่นยำ ขับสนุกเร้าใจครับ ช่วงนี้ราคาดี น่าช้อนเก็บไว้ใช้ครับสำหรับสาวก AMG

 

      สุดท้ายท้ายสุดมาดูเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัยความปลอดภัยแน่นระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา เซ็นเซอร์ช่วยนำรถเข้าจอด กล้องมองภาพรอบทิศทาง ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน ระบบเตือนแรงดันลมยาง ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ระบบเบรกป้องกันล้อหมุนฟรี ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่า(สำหรับผู้ขับขี่) ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศรีษะ 4 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 4 ที่นั่งโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัต ระบบ EQ Boost ช่วยในการออกตัว และการทำงานของระบบไฮบริด เปิด-ปิด ฝากระโปรงท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ ระบบกุญแจ KEYLESS-GO สำหรับเบน์ ซื้อๆไปเถอะครับ ผม ก็ใช้ครับ