2 ล้อใหญ่เล็กคึกคักไม่น้อยหน้า

ชิงเปิดผ้าคลุมมอเตอร์เอ็กซ์โป

นอกจากรถยนต์ 4 ล้อจะเผยโฉมรุ่นใหม่กันคึกคักแล้ว ค่ายจักรยานยนต์ก็ไม่น้อยหน้า เข้าร่วมจัดแสดงกันเต็มพื้นที่ของมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 ทีมงานไปรวบรวมภาพบรรยากาศมาให้ชมกันทีละค่ายครับ

YAMAHA

MT-07SP มอเตอร์ไซค์ Sport Naked Bike ถูกออกแบบและพัฒนามาจากรุ่นเดิม มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 ลูกสูบเรียง 698 ซีซี Crossplane ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 73.7 แรงม้าที่ 9000 รอบต่อนาที ท่านั่งที่ให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น ได้ทำการปรับระบบกันสะเทือนหลังใหม่สามารถปรับระดับ Rebound เพื่อช่วยเพิ่มให้สามารถเข้าโค้งได้ดีขึ้นและยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น

MT-09SP มอเตอร์ไซค์ Sport Naked Bike ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Crossplane 3 ลูกสูบ 847 ซีซี ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 113 แรงม้าที่ 10000 รอบต่อนาที ได้ทำการปรับระบบกันสะเทือนหลังใหม่ โดยใช้โช้คอัพหลังเดี่ยวของ Ohlins ที่สามารถปรับระดับ Preload ได้

AEROX 155 MotoGP Edition มาพร้อมเครื่องยนต์ออโตเมติกบลูคอร์ 155 ซีซี 4 วาล์วบลู และระบบวาล์วแปรผัน VVA (Variable Valve Actuation) ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ฉลองความสำเร็จ ทีม YAMAHA สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ เปิดราคาอยู่ที่ 68,400 บาท

 

YZF-R3 MotoGP Edition รถสปอร์ตไบค์จากตระกูล R-Series ลายใหม่ฉลองแชมป์ส่งตรงความแรงจากสนามแข่งด้วยเครื่องยนต์ 321 ซีซี สูบคู่ 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว รีดแรงม้าสูงสุด 42 แรงม้า แรงบิด 29.6 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมคลัชแบบเปียกใช้ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้งล้อหน้าและหลัง พร้อมด้วยระบบเบรก ABS เสริมความปลอดภัยในการขับขี่ ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก มีน้ำหนัก 170 กิโลกรัม ราคา 191,500 บาท

All New YZF-R15 MotoGP Edition รถสปอร์ต DNA สายพันธ์แชมป์ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ลูกสูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุกระบอกสูบ 155 cc. จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด และระบบวาล์วแปรผัน VVA (Variable Valve Actuation) ให้กำลังสูงสุดที่ 19 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อวินาที และแรงบิดสูงสุด 14.7 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบต่อนาที เกียร์สปอร์ต 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch เพิ่มความนุ่มนวลในการเข้าเกียร์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ Upside Down แพงหน้าปัดสปอร์ต พร้อม Shift Light สไตล์สปอร์ต ราคา 97,500 บาท

 

HONDA

บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ได้แก่ Honda 500 Series, 650 Series และ Rebel 500  โชว์เทคโนโลยี DCT ระบบควบคุมคลัตช์อัตโนมัติและระบบเปลี่ยนเกียร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้าที่มีอยู่ในรถรุ่น Africa Twin, NC750X, NM4, CTX700 และ GOLDWING  พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2017

ฮอนด้าได้จัดไฮไลท์รถบิ้กไบค์ที่ได้รับความนิยมและมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องมาให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึง Riding Passion ของคนในยุคนี้ กับHonda 500 Series ที่สุดแห่งความคุ้มค่าของรถบิ้กไบค์ระดับ New Entry ที่มาพร้อมกับสีและลวดลายใหม่ อย่างรุ่น CBR500R, CB500F, CB500X

นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังมีบิ๊กเซอร์ไพรส์กับการ เปิดจอง Honda 650 Series สีใหม่ลายใหม่เป็นที่แรกของโลก ประกอบด้วยรุ่น CBR650F และCB650F และยังทำการเปิดตัวเข้า Honda Rebel 500 สีใหม่ และ Rebel Special Edition Midnight Blue สีน้ำเงินเข้มใหม่ เสริมความดุดันลึกลับน่าค้นหาด้วยรายละเอียดชิ้นส่วนโลหะอย่างลงตัว  โดยมีจำหน่ายเพียง 200 คันในโลกเท่านั้น 

สำหรับโปรโมชั่นพิเศษ ฮอนด้า เอาใจผู้ขับชื่นชอบ 2 ล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวน์เริ่มต้นที่ 10,500 บาท และอัตราดอกเบี้ยพิเศษรถ Domestic (ที่ผลิตในประเทศ) เริ่มต้นที่ 3.75% ผ่อนเริ่มต้นที่ 2,900 บาท  และรถ Import อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 3.29%  ให้สามารถเป็นเจ้าของรถฮฮนด้าบิ้กไบค์ 14 รุ่นยอดนิยมได้ง่ายแค่เอื้อม  พร้อมแถมฟรีกล้อง GoPro HERO4 รุ่น Silver มูลค่า 11,999 บาท ตลอดจนฟรีประกันภัยชั้น 1 ทะเบียน พ.ร.บ. และข้อเสนอพิเศษอื่นๆอีกมากมาย  รวมมูลค่าสูงสุด 255,000 บาท

 

CRF 250 Rally เครื่องยนต์ 4 จังหวะ DOHC หัวฉีด PGM-FI 250 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีด ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Single Shock ขนาด 9.4 นิ้วทำงานร่วมกับ Pro Link ระบบเบรกหน้าดิสก์เดี่ยวขนาด 256 mm ทำงานร่วมกับปั้มเบรกแบบ 2 ลูกสูบ ระบบเบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 220 mm ทำงานร่วมกับปั้มเบรกแบบ 1 ลูกสูบ วงล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 21 นิ้ว ที่มาพร้อมยางวิบากขนาด 3.00-21 51P และวงล้อหนักขนาด 18 นิ้วพร้อมยางวิบาก 120/80-18M/C 62P หน้าจอแสดงผล LCD ไฟหน้า LED

CB1000R รถมอเตอร์ไซ Sport Naked bike มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 998 ซีซี ด้วยระบบ Torque Control เทคโนโลยีการควบคุมแรงบิดและเครื่องยนต์ ให้กำลังสูงสุด 143.5 แรงม้าที่ 10500 รอบต่อนาที ให้กำลังบิดสูงสุด 104 นิวตันเมตรที่ 8250 รอบต่อนาที ท่อไอเสียแบบคู่ โช้คหน้าแบบหัวกลับ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด

CB300R รถมอเตอร์ไซ Sport Naked bike มาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียว 286 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ให้แรงม้ามาสูงสุดที่ 31 ตัว และทอร์คสูงสุดที่ 27 นิวตันเมตร จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด โช้คอัพด้านหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ขนาด 41 mm และด้านหลังเป็นแบบ Monoshock ที่สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ ระบบเบรก ABS มาทั้งหน้าและหลัง

PCX Hybrid New PCX Hybrid ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 124.8 ซีซี ระบบขับเคลื่อนด้วยระบบอัติโนมัติ ระบายความร้อนด้วน้ำ ทำงานด้วยระบบถ้าขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 0-40 กิโลเมตรจะใช้ระบบไฟฟ้า และจาก 40 กิโลเมตรขึ้นไปขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์

 

Suzuki

SV650X เครื่องยนต์ขนาด 645 ซีซี 2 ลูกสูบแบบ V-twin 90 องศาแบบ DOHC สี่จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดของ และ Exhaust Valve 2 หัวขนาด 25.5 มิลลิเมตร หัวฉีดแบบ 10 รูที่จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ตอบสนองอัตราเร่งด้วย Suzuki Dual Throttle Valve (SDTV) ที่ทำงานร่วมกับ Butterfly Valve ได้อย่างลงตัว สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบอีเล็กทรอนิกส์ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด Constant Mash ระบบคลัทซ์แบบเปียกซ้อนกันหลายชั้น น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 198 กิโลกรัม

 

Triumph

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดไฮไลต์รถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ตระกูลแอดเวนเจอร์แอนด์ทัวร์ริ่งกับเจ้า ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที (Tiger 800 XRT) และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ (Tiger 800 XCA) โฉมใหม่! ที่พัฒนาเพิ่มเติมด้านชิ้นส่วน ระบบขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมขึ้น โดยทั้ง 2 ในงาน  EICMA Show ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และพร้อมให้คนไทยสัมผัสอย่างใกล้ชิดรและจับจองเป็นเจ้าของครั้งแรกก่อนใครในเอเชียแปซิฟิกภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบขนาด 800 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุดที่ 95 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที ได้ทำกี่พัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะ เพื่อเพิ่มความสามารถในการขับขี่บนถนนและทางออฟโรด (Off-Road) ให้ใช้งานง่าย แผงหน้าปัด TFT แบบ Full Colour ขนาด 5 นิ้ว กระจกหน้ารถแบบปรับได้ 5 ตำแหน่ง และ Aero Diffuser เพื่อการป้องกันลม เบรกหน้ามาตรฐานสูงของ Brembo

ระบบกันสะเทือน Showa มีปุ่มสวิตช์ที่แฮนด์บังคับเลี้ยวและจอยสติ๊กควบคุม 5 ทิศทาง มาพร้อมกับปุ่มกดที่มีไฟในตัวอย่างสวยงาม มีไฟ LED เต็มดวงแบบเฉพาะที่โดดเด่น อีกทั้งการอัพเดทระบบควบคุมความเร็วคงที่ การปรับปรุงโครงรถ ตลอดจนงานตัวถังระดับพรีเมี่ยมที่เคลือบผิวสีคุณภาพสูง มีระบบไอเสียที่มีลักษณะเฉพาะและน้ำหนักเบาขึ้น ให้สุมเสียงที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น มีอัตราทดเกียร์ 1 แบบใหม่ที่สั้นขึ้นเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ Off-road การตอบสนองที่ความเร็วต่ำบนทุกสภาพถนน และการเร่งในทันที ซึ่งให้ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจสำหรับผู้ขับขี่

 

ด้านเทคโนโลยี ABS ระบบคันเร่งไฟฟ้า (Ride-by-Wide) ระบบควบคุมความเร็วคงที่ด้วยปุ่มเดียว (Cruise Control) ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบปรับได้ (Traction Control) รวมถึงปลอกมือบิดและที่นั่งอุ่นไฟฟ้า ความสูงที่นั่งแบบปรับได้ ตลอดจนช่องเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น และที่สำคัญ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ ยังมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกสรรอีกมากกว่า 50 รายการให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า

Bonneville Bobber Black  เครื่องยนต์ 1200 ซีซี ให้กำลัง 77 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อวินาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที มาพร้อมดิสเบรคแบบคู่พร้อมคาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบแบบคู่จาก Brembo  กระบอกโช้คหน้า Showa ไฟหน้า LED พร้อมล้อหน้าหนาขนาด 16 นิ้ว พร้อมโช้คหน้าขนาด 47 มิลิเมตร

Bonneville Speedmaster มอเตอร์ไซค์คัสตอมแท้ เครื่องยนต์ 1200 ซีซี ให้กำลัง 77 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อวินาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ไฟหน้า Nacelle แฮนด์บังคับเลี้ยวสไตล์ Beach Bar หมุดพักเท้า บังโคลนหลังแบบยึดตาย และล้อซี่ลวดขนาด 16 นิ้ว ดิสก์เบรคหน้าคู่ พร้อมคาลิปเปอร์จาก Brembo ส่วนดิสก์เบรกหลังเพี่ยวพร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก Nissin โดนทั้ง 2 รุ่นมีราคาคร่าวๆ 625,000 บาท

 

KTM

บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์พรีเมียมสัญชาติออสเตรีย แบรนด์ “เคทีเอ็ม” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดประสบการณ์กับกิจกรรม “ARE YOU DUKE ENOUGH?” ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์การแข่งขัน DUKEHANA รอบชิงชนะเลิศ พร้อมชมการแสดงมอเตอร์ไซค์ผาดโผนจาก “ร็อค บาโกรอส” (Rok Bagoros) สุดยอดสตั๊นท์ระดับโลก ด้วย KTM 390 DUKE รุ่นใหม่ล่าสุด และมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์ตรีมสไตล์ “ร็อค แอนด์ โรล” กับคอนเสิร์ตสุดมันจากศิลปินวง Musketeers และกิจกรรมความสนุกอื่นๆ อีกมากมาย

Duke 390 รถมอเตอร์ไซ Sport Naked Bike จากทาง KTM มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สูบเดียว 373 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังสูงสุด 44 แรงม้า แรงบิด 37 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนเกียร์ 6 สปีด  ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ USD ขนาด 43 มิลลิเมตร, ระบบเบรก ABS ด้านหน้าเป็นจานเบรกขนาด 320 มิลลิเมตร และคาลิปเปอร์ลูกสูบคู่จาก Bybre by Brembo ด้านหลังจานดิสก์ขนาด 230 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยว น้ำหนักตัวรถ 149 กิโลกรัม ราคา 199,000 บาท

 

1290 Super Adventrue R บิ๊กไบค์แวดเวนเจอร์ที่มาพร้อมขนาดเครื่องยนต์วี 2 สูบขนาด 1,301 ซีซี 4 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่8,750 รอบต่อนาที แรงบิด 140 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีด Slipper Clutch ไฟหน้ามุลติฟังชั่น LED ระบบเซ็นเซอร์ปรับระดับของรถ MSC With MTC และ C-ABS ระบบโช้ค WP เบรก Brembo มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 217 กิโลกรัม ราคาค่าตัว 1,299,900 บาท

790 Duke เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดขนาด 799 ซีซี 2 ลูกสูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยระบบ Semi dry-sump lubrication ขนาดของกระบอกสูบ X ช่วงชักอยู่ที่ 88 x 65.7 มิลลิเมตร สร้างแรงม้าสูงสุดได้ 105 แรงม้าที่ 9000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 86 นิวตันเมตรที่ 8000 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบคลัทซ์มือแบบ Wet Multi-plate ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ ระบบไฟรอบคัน LED หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล TFT ที่แสดงข้อมูลของตัวรถอย่างครบถ้วน รวมไปถึงไฟบอกตำแหน่งเกียร์ พร้อมการแสดงการทำงานของระบบ Traction Control และระบบช่วยออกตัว Launch Control พร้อมระบบ ABS ทั้งหน้าและหลัง มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 169 กิโลกรัม ราคาคร่าวๆคาดว่าไม่เกิน 370,000 บาท

 

BMW บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวบิ๊กไบค์หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Rallye Version ครั้งแรกในประเทศไทย มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และอีกรุ่นที่พึ่งเปิดตัวไปกับเจ้าบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS สองล้อคู่ใจที่ให้ทุกวันเป็นวันผจญภัย

R 1200 GS Rallye Version ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์สองสูบ ระบบหล่อเย็นด้วยอากาศและน้ำ เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS ความจุ 1,170 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดที่ 125 แรงม้าที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบท่อไอเสียแบบใหม่ลดอัตราการปล่อยมลภาวะตามเกณฑ์ EU4 pollutant class โหมดในการขับขี่ “Dynamic Pro” และ “Enduro Pro” ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการตอบสนองการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ติดตั้งระบบ Dynamic Electronic Suspension Adjustment (ESA) หรือการปรับค่าสปริงหรือความหนืดของโช๊คด้วยระบบไฟฟ้า และระบบ Dynamic Traction Control (DTC) หรือระบบควบคุมการเกาะถนนแบบไดนามิก ทำให้เข้าโค้งได้ง่ายยิ่งขึ้น ระบบ Hill Start Control อำนวยความสะดวกเมื่อสตาร์ทรถในบริเวณพื้นที่ลาดชัน

รูปลักษณ์ภายนอกของปรับโฉบเฉี่ยวด้วยกระจกบังลมแบบสปอร์ต ล้อซี่ลวด ยางออฟโรด และกล่องใส่สัมภาระ โดย เสริมลุคสปอร์ตร้อนแรงยิ่งขึ้นด้วยสี Lupine Blue พร้อมแต่งแต้มลวดลายเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต ด้านข้างถังน้ำมันและฟรมสี Cordoba Blue ที่ตัดกับระบบขับเคลื่อนสีดำทั้งชุด ค่าตัวของเจ้าบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Rallye Version อยู่ที่ 985,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

G310GS

G 310 GS ใหม่รุ่นที่สองต่อจากบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 วาล์ว 2 แคมชาฟท์ ระบบหัวฉีดน้ำมันแบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 34 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที บังโคลนหน้าแบบสูง เอกลักษณ์ของเส้นสายอันเฉพาะตัวของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล GS ช่วงท้ายที่สั้นและยกสูง ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และระบบกันสะเทือนหน้าที่มีขนาดยาว ให้ผู้ขับขี่อยู่ในท่านั่งหลังตรงที่ผ่อนคลาย พร้อมช่วยในการบังคับทิศทางที่คล่องแคล่วและแม่นยำอีกด้วย

ช่วงล่างของบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ มีความคล้ายคลึงกับบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ด้วยเฟรมตัวถังเหล็กกล้า และท้ายรถแบบ bolt-on ที่มีความทนทานและแข็งแกร่ง ระบบช่วงล้างล้อหน้าแบบ upside-down fork มาคู่กับระบบช่วงล่างล้อหลังแบบสวิงอาร์มอลูมิเนียมเดี่ยวและสปริงที่ติดตั้งบนสวิงอาร์มโดยตรง

G310R

BMW G310GS เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 313 ซีซี 4 จังหวะ 2 วาล์วแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 80 mm x 52 mm กำลังสูงสุดที่ 33.6 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที  ควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิงโดย อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 35 กิโลเมตรต่อลิตร  ระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่  น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 158.5 กิโลกรัม สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 199,000 บาท

 

Kawasaki

KSR Final Edition

Ksr รุ่นสุดท้ายก่อนปิดสายการผลิต มาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 111 ซีซี 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ได้ทำการออกแบบลวดลายกราฟฟิคล่าสุดมาในสี Starry Night Blue Camo และ Military Green Camo โดยมีราคาอยู่ที่ 55,600 บาท

Z900 RS และ Kawasaki Z900 RS Cafe เครื่องยนต์ขนาด 948 ซีซี 4 ลูกสูบเรียง 4 จังหวะแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่สามารถสร้างแรงม้าสูงสุดได้ 109 แรงม้าที่ 8500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 98 นิวตันเมตรที่ 6000 รอบต่อนาที ราคาค่าตัวของ Kawasaki Z900 RS อยู่ที่ 499,000 และ Kawasaki Z900 RS Café อยู่ที่ 505,000 บาท

Ninja H2 SX เจ้ายักษ์เขียวแห่งค่ายคาวาซากิ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี 4 ลูกสูบเรียง 4 จังหวะพร้อมระบบ Supercharge ได้กำลังสูงสุด 207 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 137.34 นิวตันเมตร หน้าจอแสดงผล multi-function TFT แบบ  Full Color ในรูปแบบของ LCD ระบบ Engine Brake Control, KRTC (Kawasaki Traction Control), Quickshifter UP/DOWN และระบบช่วยออกตัว Launch Control ราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,090,000 บาท

 

Ninja 250 เครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 249 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 38.9 แรงม้า แรงบิด 23.5 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีด มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 167 กิโลกรัม ราคาค่าตัวอยู่ที่ 179,500 บาท

Benelli

Leoncino เครื่องยนต์สูบเรียง 2 สูบ ขนาด 499.6 ซีซี 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 47 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 45 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 170 กิโลกรัม ราคาคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 190,000 – 200,000 บาท

New Benelli 402S เครื่องยนต์สูบเรียง 2 สูบ ขนาด 399.3 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด กำลังสูงสุดที่ 39.4 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 35 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ความสูงเบาะอยู่ที่เพียง 740 มิลิเมตร น้ำหนักตัวแบบรวมของเหลวแล้วอยู่ที่ 160 กิโลกรัม

 

Ducati

New Ducati Panigale V4 รถมอเตอร์ไซบิ๊กไบค์ดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์ V4 4 สูบ ขนาด 1,103 cc ให้กำลังสูงสุด 214 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 125 นิวตันเมตรที่ 10,000 รอบต่อนาที Ducati พัฒนาเฟรมแบบใหม่ “Front Frame” มีคุณสมบัติคือยืดหยุ่น น้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ทำให้น้ำหนักตัวรถเหลือแค่ 198 กิโลกรัม

Multistrada 1260 เครื่องยนต์ 1,260 ซีซีแรงม้าสูงสุด  158 hp ที่ 9500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ทำได้ 129.5 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบบ ABS, Wheelie Control และระบบกันสะเทือนหลัง semi-active Ducati Skyhook Suspension (DSS) ระบบไฟหน้า LED ที่มีระบบ clever cornering lights ระบบ Traction Control 8 ระดับ  น้ำหนักตัวอยู่ที่ 209 กิโลกรัม

 

Harley Davidson

ฮาร์ลีย์-เดวิดสันบริษัทผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำสัญชาติอเมริกันจัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นตกแต่งพิเศษประจำปี 2018 (2018 CVO™) และตระกูลซอฟเทล (SOFTAIL™) รุ่นใหม่ล่าสุดในงานมหกรรมยานยนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 34

ไฮไลท์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปคือการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยของรุ่น สตรีท บ๊อบ (2018 Street Bob™) แฟต บ๊อบ (Fat Bob™) เบรกเอาท์ (Breakout™) เดอลุกซ์ (Deluxe™) ซอฟเทล สลิม (Softail Slim™) โลว์ ไรเดอร์ (Low Rider™) รวมถึงแฟต บอย (Fat Boy™) และเฮอริเทจ คลาสสิก (Heritage Classic™) ซึ่งมาพร้อมการตกแต่งตามความต้องการด้วยระบบโฮลด์ฟาสต์ (Holdfast)  และยังมีอุปกรณ์ตกแต่งแบบถอดได้ กระเป๋าติดเบาะที่นั่ง  พนักพิงผู้โดยสาร แผงกันลม และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกมาตกแต่ง

สำหรับมอเตอร์ไซค์ตระกูล Softail™ ใหม่ล่าสุดจำนวน 8 รุ่นที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดทั้ง Fat bob™, Street Bob™, Breakout™, Deluxe™, Softail Slim™, Fat Boy™, Heritage Classic™ และ Low Rider™ มาพร้อมเครื่องยนต์มิลวอกี-เอต 107 (Milwaukee-Eight™ 107) และยังมี อ็อปชั่นเครื่องยนต์ 114 สำหรับบางรุ่น  ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 999,000 บาท

โดยในครั้งนี้ยังมีรถมอเตอร์ไซค์ CVO™ ปี 2018 ริ่มด้วยสตรีมไกลด์ (Street Glide™) ซีวีโอ โรด ไกลด์ (CVO Road Glide™) และซีวีโอ ลิมิเต็ด (CVO™ Limited) มาด้วยด้วยเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight™ ความจุ 1,923 ซีซี มีแรงบิดสูงสุด 166 นิวตันเมตร โดยรถมอเตอร์ไซค์ CVO™ มีจำนวนการผลิตจำกัดและสีตัวถังที่โดดเด่นที่สุดที่ฮาร์ลีย์-เดวิดสันเคยออกแบบและผลิตมา นอกจากนี้ รถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 3 รุ่นยังมีอุปกรณ์หูฟังไร้สาย ผู้ขับขี่สามารถใช้หูฟังบลูทูธเพื่อสื่อสารกับระบบอินโฟเทนเมนท์ของตัวรถ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 2,876,000 บาท

 

VESPA

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม “(VESPA 946) RED”, “Vespa GTS Super 300 ABS Sport Edition”, “Vespa Primavera 150 i-Get Touring Edition" และ “Vespa S 125 i-Get Sport Edition" รวมถึงโฉมใหม่ของ Moto Guzzi V7 II Stone คัสตอมคอนเซ็ปต์ 2 สไตล์พิเศษ ให้แฟนๆ สองล้อผู้หลงใหลการขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนได้สัมผัสรถใหม่ก่อนใครเป็นครั้งแรก และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ก่อนใครภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017

946 เร้ด (VESPA 946) RED สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมระดับโลกรุ่นพิเศษ จับมือกันระหว่าง พิอาจิโอ กรุ๊ป กับองค์กร RED ที่ก่อตั้งเพื่อช่วยเหลือองค์กรที่ต้านภัยโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย โดยได้ร่วมออกแบบเวอร์ชั่นพิเศษด้วยกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่ทุกคนร่วมมือป้องกันการติดเชื้อดังกล่าว และถูกสร้างเพื่อเฉลิมฉลองความสวยงามของสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมี่ยม และเป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มยานยนต์เดียวในโลกที่ได้รับเลือกโดย RED สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมรุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นสีแดงสดรอบคันสำหรับ (VESPA 946) RED โครงสร้างทำจากเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม เครื่องยนต์ 150 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ 3 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเบรกแบบสองจานดิสก์เบรกหน้า-หลัง และ ระบบ Dual – Channel ABS เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ ASR หรือ Traction Control ป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง ทั้งหมดนี้กล่าวได้ว่า (VESPA 946) RED คือ สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน มีค่าตัวอยู่ที่  599,000 บาท

 

จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส สปอร์ต อิดิชั่น (Vespa GTS SUPER 300 ABS Sport Edition)

รถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมเวสป้าเฟรมใหญ่สไตล์สปอร์ต สะดุดตาด้วยเฉดสีพิเศษ สีเหลืองด้าน (Giallo Gelosia) มาพร้อมชิวด์สั้นสีสโม้ค มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ “ควอซาร์ (Quasar)” ขนาด 300 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว ทรงพลัง ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ระบบเบรก ABS ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เสริมด้วยระบบASR (Anti-Slip Regulation) หรือระบบป้องกันการลื่นไถล และ Tilt Sensor ตรวจจับการเอียงของรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ซื้อ เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอบีเอส สปอร์ต อิดิชั่น ยังจะได้รับชุดของพรีเมี่ยมออกแบบพิเศษ ได้แก่ หมวกกันน็อคสีเหลืองด้านเข้าคู่กับตัวรถ หมวกแก๊ป ผ้าเช็ดหน้า และกระเป๋าเป้ ซึ่งเวสป้ารุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นเพียง 200 คันในประเทศไทยเท่านั้น มีค่าตัวอยู่ที่  599,000 บาท

พรีมาเวร่า 150 ไอ-เก็ท ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น (Vespa Primavera 150 i-get Touring Edition)  รถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมเวสป้าไฟกลมรุ่นพิเศษที่มาในเฉดสีเบจเมทัลลิคสุดคลาสสิก (Beige Tufo Di Lecce) มีจำนวนจำกัดเพียง 200 คันในประเทศไทย ตัวรถมาพร้อมชิวด์สั้น ตะแกรงหน้า-หลังสีโครเมี่ยมสำหรับบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม แต่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์หรูหราปราดเปรียวเช่นเดิม เสริมสมรรถนะความคล่องตัวด้วยกระเป๋าด้านข้างสีครีม ทุกเส้นทางนิ่มนวลด้วยเครื่องยนต์ i-Get ใหม่ และปลอดภัยกว่าเดิมด้วยระบบเบรก ABS ให้คุณสนุกสนานและมั่นใจไม่ว่าจะโลดแล่นไปในเส้นทางไหน โดยเวสป้า พรีมาเวร่า 150 ไอ-เก็ท ทัวร์ริ่ง อิดิชั่น มีค่าตัวอยู่ที่ 134,900 บาท

เอส 125 ไอ-เก็ท สปอร์ต อิดิชั่น (Vespa s 125 i-get sport edition)  รถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมรุ่นนี้จะมอบความเท่ให้คุณจนสุดทาง โดยมีการอัพลุคเท่ให้สปอร์ตกว่าเดิมมาพร้อมเฉดสีพิเศษ 2 สี ได้แก่ สีเงินด้าน (Argento Opaco) และสีดำด้าน (Nero Opaco) จำนวนจำกัดในประเทศไทยเพียงสีละ 450 คัน โฉบเฉี่ยวด้วยชิลด์สั้นสีสโม้คเข้าคู่กันกับไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำรุ่น พิเศษด้วยเส้นสายกราฟิกเน้นความปราดเปรียวด้านข้างตัวรถ พร้อมรับชุดของพรีเมี่ยมออกแบบพิเศษ ได้แก่ หมวกกันน็อคสีเข้าคู่กับตัวรถ และผ้าเช็ดหน้าลวดลายกราฟิก เอาใจสาวกสายสปอร์ตให้ทุกการขับขี่โดดเด่นในทุกเส้นทาง มีค่าตัวอยู่ที่  94,490 บาท

 

Moto guzzi

Moto guzzi v7 ii เครื่องยนต์ ขนาด 744 cc กระบอกสูบXช่วงชักที่ 80 mmX74 mm ระบบไอเสียแบบ 3-way ระบายความร้อนด้วยอากาศให้กำลังสูงสุด 52 แรงม้าที่ 6200 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 59 นิวตันเมตรที่ 4900 รอบต่อนาที ระบบเบรกแบบ Brembo ล้อแบบซี่ลวดล้อหน้าขนาด 18 นิ้วและล้อหลังขนาด 17 นิ้ว โอบรัดด้วยยางหน้าขนาด 100/90 ยางหลังขนาด 130/80