New Ford Focus แรง...แซงทุกคำท้า

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ที่ผ่านมา นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อปี 2541 ถึงปัจจุบัน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ปรับโฉมใหม่ โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตยิ่งขึ้น สมรรถนะในการขับขี่ที่คล่องตัว แม่นยำ ออกตัวพร้อมแรง หลังติดเบาะด้วยเครื่องยนต์ 1.5L EcoBoost Turbo  ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่สุดล้ำมากมาย

เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีอันสุดล้ำ ฟอร์ด ประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมเชิญสื่อมวลชนมาทำการทดสอบ ฟอร์ด โฟกัสใหม่ โดยแบ่งการทดสอบเป็น 2 ช่วง คือ ทดสอบขับทางเรียบ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร และ ทดสอบขับในแทคร็ค ณ สนามแข่งพีระ เซอร์กิต 

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ในช่วงการทดสอบขับทางเรียบนั้น ใช้เส้นทางจาก สยาม คันทรี่ คลับ แพลนเทชั่น - วันเดอร์ ฟาร์ม - พีระเซอร์กิต เป็นเส้นทางที่ผ่านการจราจรจริง พบเจอสถานการณ์จริง เรื่องที่เห็นได้ชัดเจนคือความเงียบของห้องโดยสารที่ถือได้ว่าทำได้ดีขึ้นมาก ช่วงล่างแน่นหนึบ พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering - EPAS)  ปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้หนักหรือเบาเพื่อให้เข้ากับความเร็วของรถ

 

ช่วยมอบการควบคุมที่แม่นยำ และเข้าโค้งอย่างแม่นยำด้วยระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง (Torque Vectoring Control) ที่ช่วยลดแรงบิดให้กับล้อที่อยู่ด้านในโค้ง ทำให้ช่วงล่างแน่นหนึบ และการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม นับเป็นจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้กับ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่

ด้านขุมพลังเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบทอรค์คอนเวอร์เตอร์ ลูกใหม่นี้ ส่งพละกำลังมาได้อย่างดีเยี่ยมมาตามเท้าตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างมั่นใจ ถ้าหากยังเร่งไม่ทันใจอีกก็สามารถกดแพดเดิ้ลชิฟที่พวงมาลัยได้ทันที เสมือนเรียกได้ดั่งใจสั่ง ผมชอบครับ มันช่วยให้ผมมั่นใจในการเร่งแซงได้เป็นอย่างดี และรวดเร็ว สะดวก ง่ายด้วยแพดเดิ้ลชิฟ ระบบนี้สามารถช่วยผู้ขับขี่จริงบนท้องถนนได้จริง โดยเฉพาะถนนประเภทสองเลนสวน

ต่อด้วยการทดสอบช่วงที่ 2 ในสนามแข่งพีระ เซอร์กิต  ซึ่งมี 3 สถานีให้ได้ทดสอบกันเริ่มจากการทดสอบสถานีทดสอบระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3 ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์รวมความบันเทิงภายในรถสั่งงานด้วยเสียงเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ถ้าหากอยากใช้ภาษาไทยก็ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วย iOS คุยกับ Siri Eyes Free ผ่าน Apple CarPlay

ส่วนสาวก Android ก็เชื่อมต่อผ่าน Android Auto เมื่อเชื่อมต่อแล้ว หน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้วก็จะเสมือนหน้าจอของสมาร์ทโฟนของเรา ในช่วงแรกต้องใช้เวลาในการเรียนรู้สักพัก ซึ่งก็ไม่ยากนัก แต่เด่นมากคือช่วยให้เราไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย หากต้องการเปลี่ยนเพลงหรือเลือกเพลงใหม่ ก็สามารถสั่งการผ่านซิงค์ได้เลยก็ถือว่าเป็นระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์อีกรูปแบบหนึ่งที่มาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ 

สถานีต่อมาทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในสนามแข่งโดยมีอินสตรัคเตอร์นั่งคอยแนะนำระหว่างทดสอบ เริ่มจากการออกตัวเพื่อวิ่งเข้าโค้งที่ความเร็วประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อทดสอบระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ทำงานร่วมกับระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง (Torque Vectoring Control) ก็ช่วยให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างง่ายดายและแม่นยำ  จิกโค้งได้ดี สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับได้เป็นอย่างดี

 

 

ส่วนในช่วงทางตรงเป็นการทดสอบในลักษณะสลาลอม เพื่อให้ได้เห็นถึงความแม่นยำของพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า พวงมาลัย (Electric Power Assisted Steering – EPAS) ให้น้ำหนักที่ดี สามารถทำให้เราควบคุมพวงมาลัยได้อย่างแม่นยำ ไม่สะบัดไปกระแทกกรวยยางที่ตั้งเป็นสัญลักษณ์กำกับเส้นทางเลย แม้แต่ต้นเดียว สำหรับผมแล้ว มันโดนใจจริงๆ ทดสอบทั้งหมด 3 รอบสนามซึ่งความเร็วแต่ละรอบค่อยๆ เพิ่มมาทีละนิด  ซึ่งฟอร์ด โฟกัส ใหม่ สามารถสร้างความมั่นใจให้ผมเอารถอยู่ครับ    

สถานีสุดท้ายเป็นการจำลองสถานการณ์เพื่อทดสอบระบบช่วยจอดแบบเทียบข้าง (Parallel Park Assist)  เมื่อถอยจอดเสร็จก็ทดสอบ ระบบช่วยนำรถออกจากช่องจอด (Park Out Assist)

แล้วมาทดลองใช้ระบบช่วยจอดแบบถอยเข้าซอง (Perpendicular Park Assist) มันดีนะ ง่ายเพียงกดปุ่มสั่งงานบนแผงควบคุมอุปกรณ์ ซึ่งจะสั่งงานให้เซ็นเซอร์แบบอัลตร้าโซนิกสแกนหาพื้นที่จอดที่เหมาะสม จากนั้นระบบจะเข้าควบคุมการทำงานของพวงมาลัยและหมุนพวงมาลัยเข้าสู่ที่จอดได้แบบ Hand-free ผู้ขับขี่ยังคงต้องควบคุมเบรก และเปลี่ยนเกียร์เพื่อเดินหน้าหรือถอยหลัง

 

มีประโยชน์มากสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่ยังไม่ค่อยมั่นใจ และสุดท้ายที่การทดสอบระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ Active City Stop ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งก็ทำงานได้ดีแบบหยุดหัวทิ่มกันเลยก็ว่าได้ แต่ทั้งนี้ระบบก็มีไว้เพื่อชะลอการชนเท่านั้น เพราะหลังจากรถหยุดผู้ขับขี่มีเวลาไม่นานประมาณ 2-3 วินาทีต้องควบคุมรถต่อนะครับไม่งั้นรถจะเดินหน้าต่อและชนคันหน้าแน่นอนแต่ก็ถือว่าลดความเสียหายได้พอสมควร

เรามาดูรายละเอียดอื่นๆ ที่ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ได้รับการปรับโฉมจนเกือบทั้งคันกันต่อครับ เริ่มจากไฟหน้าที่ยาวเรียวโฉบเฉี่ยวมากขึ้น พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกหน้าทรงสี่เหลี่ยม ฝากระโปรงหน้าแบบใหม่เข้ากันกับกระจังหน้ารถแบบสี่เหลี่ยมคางหมูที่จะปิด-เปิดรับอากาศอัตโนมัติ

กันชน และกระโปรงท้ายได้รับการปรับใหม่ พร้อมไฟท้ายที่ถูกออกแบบให้บางลง สปอยเลอร์หลังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ช่วยให้ลู่ลมได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ยังมีฐานรถที่ต่ำลง และกว้างมากขึ้น เน้นความกว้างขวางของตัวรถ พร้อมล้อแม็กลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว

ภายในได้รับการออกแบบใหม่ โดยทีมนักออกแบบของฟอร์ดที่ให้ความใส่ใจกับความคิดเห็นของลูกค้า ซึ่งต้องการให้โฟกัสรุ่นปัจจุบันใช้งานได้ง่ายขึ้น ดังนั้นฟอร์ด โฟกัส ใหม่ จึงปรับดีไซน์ภายในให้เรียบง่าย ประณีต โดยลดจำนวนปุ่มควบคุมให้น้อยลง และใช้งานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ในส่วนของเบาะนั่งหุ้มหนังแท้สีดำทรงสปอร์ตนั่งสบายโอบรับกระชับรับสัดส่วน พร้อมปุ่มปรับระดับแบบไฟฟ้าด้านคนขับ 

ภายในห้องโดยสารมีความเงียบมากขึ้น ด้วยการใช้วัสดุป้องกันเสียงคุณภาพสูง รวมถึงกระจกบังลมด้านหน้าแบบป้องกันเสียงรบกวน กระจกด้านข้างที่มีความหนาขึ้น พร้อมฉนวนป้องกันเสียงรถบกวนจากเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนา เพื่อให้ห้องโดยสารเงียบยิ่งขึ้น  ส่วนคอนโซลกลางแบบใหม่มีช่องเสียบ USB พื้นที่กว้างขึ้นสามารถปรับการใส่ของได้โดยวางขวดน้ำขนาด 1 ลิตรและแก้วน้ำ 400 .. ได้พร้อมกัน

คอนโซลหน้าของฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ครบครันด้วยเทคโนโลยีมากมาย เริ่มจากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้านดีไซน์ใหม่พร้อม Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ทันทีในทุกโหมดการขับขี่ มาตรวัดสไตล์สปอร์ต เชื่อมต่อระบบความบันเทิงภายในรถ และการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3 (SYNCTM 3)  มาพร้อมหน้าจอสัมผัส Capacitive Touch Screen ขนาด 8 นิ้ว แบบ Multi Touch แบบเดียวกับที่ใช้ในสมาร์ทโฟน ใช้งานง่ายด้วยการใช้ไอคอนสื่อสารแทนข้อความ รวดเร็ว ไหลลื่น ด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Dual Core 1.7 GHz นอกจากนี้  ซิงค์ 3 ยังสามารถรองรับแอพพลิเคชั่น แอปเปิ้ล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay) และ Siri Eyes Free สำหรับไอโฟนให้คุณสามารถสั่งงานเป็นภาษาไทยได้  รวมถึงแอนดรอยด์ ออโต้ (Android Auto) ในมือถือที่ใช้ระบบแอนดรอยด์  ที่พร้อมให้ใช้งานอย่างเป็นทางการได้ในปลายปี 2016 ทั้งนี้เมื่อเชื่อมต่อมือถือแล้วจะสามารถใช้แผนที่จาก Google Maps ณ เวลานี้กูเกิ้ลยังไม่อนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย คาดว่าอีกไม่นานคงได้ใช้แน่นอน

ยังไม่หมดสำหรับเทคโนโลยีที่ให้มาใน ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เริ่มจาก ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Enhanced  Active Park Assist) ที่ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นด้วย ระบบช่วยจอดอัจฉริยะแบบถอยเข้าซอง (Perpendicular Park Assist) ที่มีให้เพิ่มเติมจาก ระบบช่วยจอดอัจฉริยะแบบเทียบข้าง (Parallel Park Assist) ใน ฟอร์ด โฟกัส รุ่นก่อนหน้า โดยระบบทำงานด้วยเซ็นเซอร์แบบอัลตราโซนิคอันล้ำสมัย 12 จุดที่ติดตั้งอยู่รอบตัวรถ

ซึ่งทำหน้าที่สแกนหาที่ว่างรอบๆ ตัวรถสำหรับจอด และช่วยควบคุมการหมุนพวงมาลัยเพื่อนำรถเข้าจอดในที่ว่างนั้นๆ มาพร้อมกล้องมองหลังขณะถอยจอด นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยนำรถออกจากช่องจอด (Park Out Assist) ซึ่งช่วยลดความกังวลในการนำรถออกจากที่จอดแบบคู่ขนาน โดยผู้ขับขี่เพียงควบคุมการเข้าเกียร์และเบรกเท่านั้น

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มีระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (Active City Stop) เพื่อช่วยชะลอการชน สำหรับการขับขี่ในสภาวะการจราจรที่เคลื่อนตัวที่ความเร็วต่ำ ระบบได้รับการปรับปรุงให้ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเซ็นเซอร์ที่ติดอยู่บริเวณกระจกหน้า ถ้ารถเราเข้าใกล้รถคันหน้าเร็วเกินไป โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ได้ชะลอหรือแตะเบรก (เท้าของผู้ขับขี่ไม่ได้แตะหรือวางที่เบรก) ระบบจะลดแรงบิดของเครื่องยนต์และทำการเบรกรถให้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีระบบ MyKey®  ช่วยกำหนดค่าการใช้งานของรถ เช่น ระดับความเร็วสูงสุดหรือกำหนดระดับเสียงวิทยุ เพื่อป้องกันการใช้งานเกินความจำเป็นของนักขับวัยรุ่นในครอบครัว พร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถยนต์

ระบบขับเคลื่อนของ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 ลูกสูบให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,6005,000 รอบต่อนาที ให้พละกำลังที่ดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรเลยทีเดียว ทั้งยังประหยัดน้ำมันในอัตราประมาณ 14-19 กิโลเมตร ต่อ 1 ลิตร รองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เทคโนโลยีหลักของเครื่องยนต์ประกอบไปด้วยระบบเทอร์โบชาร์จ ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแบบ ไดเรคอินเจคชั่น และระบบแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ บล็อกเครื่องยนต์อลูมิเนียมใหม่ ช่วยลดน้ำหนักของเครื่องยนต์ และเครื่องยนต์ใช้สายพานไทม์มิ่งแบบเปียกแช่ในน้ำมันตลอดเวลาทำให้มีอายุการใช้งานถึง 240,000 กิโลเมตรหรือประมาณ 12 ปี ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดรุ่นใหม่แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย

ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มีเพียงรุ่นเดียวคือ ฟอร์ด โฟกัส อีโค่บูสต์ เทอร์โบ 1.5 ลิตร ราคาเดียว 1,099,000 บาท มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน วินนิ่ง บลู (Winning Blue) สีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red) สีดำ (Black) สีเทา แม็คเนติก เกรย์ (Magnetic Grey) และสีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White)

หลังจากได้อยู่กับเจ้า ฟอร์ด โฟกัส ใหม่มาเกือบทั้งวัน ผมตอบได้ทันทีว่า โฟกัส ใหม่ถือได้ว่าเป็นรถที่มีความโดดเด่นทั้งสมรรถนะ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและระบบอัจฉริยะมากมาย เครื่องยนต์อีโค่บูสต์ เทอร์โบ 1.5 ลิตร แรงดีหลังติดเบาะ เร่งแซงมั่นใจ เข้าโค้งแม่น สมรรถนะช่วงล่างแน่นหนึบเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองมากๆทีเดียว...