S 500 e PLUG-IN HYBRID AMG Premium

“อยู่กับฉัน นานกว่านี้ จะได้ไหม”

เรื่อง วชิระ เรืองมาลัย

 

จั่วหัวกันมาเป็นเพลงเลยละกันครับสำหรับพ่อดาวดวงเด่นลำนี้ ภูมิฐานผสานพลังรถกินไฟกับ 6 สูบเบนซินเทอร์โบคู่ 333 ม้า เค้าคือ พี่คนโต ของเก๋งซาลูน จากค่ายดาวสามแฉก เมอร์เซเดส เบนซ์ S 500 e สุดยอดของความหรูหราภูมิฐาน สะดวกสบาย มันคือ ยานยนต์แห่งอนาคตที่นุ่มนวลรวดเร็วในแบบที่เหนือกว่า ด้วยระบบชาร์จไฟแบบ PLUG-IN HYBRID ผสมเครื่องยนต์ที่ทรงพลังเบนซินแบบ 6 สูบวี เทอร์โบคู่ 333 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 7 จีทรอนิคพลัส พร้อมแพทเดิลชิฟ

คุณลุงดอมอัชฌ์บุญประสิทธิ์  ผู้อำนวยการสร้าง  พีอาร์นะจ๊ะ ค่ายดาวสามแฉก เค้าส่ง S 500 e มาลงโรงจอดรถผม 3-4 วัน ก่อนที่จะรับกลับไป ผมน้ำตาจะไหล อยากร้องเพลง “อยู่กับฉัน นานกว่านี้” ให้ลุงแกฟังซัก 3 เที่ยว รู้จักปะลุง เพลงวัยรุ่นของวง เก็ตสะโนว่า อะ ก็พี่แกส่งลงมายั่วน้ำลาย ช่วงก่อนปิดเทอมสงกรานต์ แล้วก็รับกลับไปโดยไม่มีเยื่อใย ไม่รู้รึไงว่าใครนั่งทำตาปริบๆ หลงคิดไปว่าจะได้ควงจนถึงวันหยุดยาวไปวิ่งให้เค้าสาดน้ำปะแป้งเล่น

เหมาะจริงไรจังครับสำหรับคุณเจ้าของรถระดับท็อปเอ็กเซคคลูทีฟโดยเฉพาะที่นั่งหลังของลำนี้ระบบช่วงล่างแบบถุงลมนุ่มเนิบสนิทใจสำหรับบุคคลในระดับวีไอพีมันคือที่สุดของความผ่อนคลายในขณะโดยสารกับระบบนวด ENERGIZING MASSAGE และ 6โปรแกรมปรับท่านั่ง สำหรับเบาะที่นั่งด้านหลัง ห้องโดยสารหรูหราสุดภูมิฐานพร้อมไฟแอลอีดีเรืองแสงล้อมรอบ ปรับเปลี่ยนตามอารมณ์ได้ 7 เฉดสี ที่สุดแห่งความบันเทิงและการเชื่อมต่อโลกภายนอกด้วยจอแสดงผล 12.3 นิ้ว ฟิลลิ่งยามค่ำคืนนี้แสงสีในห้องโดยสารสุดแสนจะโรแมนติก

หลังรับรถมาคิดเลยครับว่ารถลำนี้ผมขับไม่เหมาะแน่ผ่านไปไหนใครๆมันก็รู้หมดแหละฮวงซุ้ยฮวงจุ้ยเอ้ยโหงวเฮ้งแบบไอ้หมอนี่มันคนขับรถชัดๆ  ผมวางแผนหลอกเพื่อนได้หลายคนครับ นัดกันไปเล่นกอล์ฟออกรอบที่เมืองกาญจน์นะจ๊ะ ก่อนที่จะสละตำแหน่งพลขับให้พวกมันในช่วงขากลับ

หลังจากที่ผมขย่มมันซะน่วมในขาไปแล้ว 5555 ดังนั้น ระยะทาง 200 กม.เศษ หลังผ่านศึกเกมกอล์ฟกลางแดดกล้ามา 18 หลุม ผมงี้กระโดดลงเบาะหลังดื่มด่ำชุ่มฉ่ำกับที่นั่งหลัง ยันกรุงเทพฯ ทำกิจกรรมหลายรายการเลยตั้งแต่งีบพร้อมคนนวด ทั้งเอนนอนยาว เหยียดแข้งเหยียดขา ตื่นมาหกคะเมนตีลังกาหนุกหนานกับ ไอแพดใบเขื่องที่ติดตั้งอยู่หลังพนักพิงที่โดยสารหน้าของผม ทุกอิริยาบถผ่อนคลาย สบายหรูหราทำตัวอย่างกับพระราชานอนนวดอยู่สบายรูมยังไงยังงั้นเลยครับ 

S 500 e เป็นเอสคลาสเสียบปลั๊กที่ค่ายดาวสามแฉกปล่อยออกมาขายในบ้านเราเมื่อต้นปีนี้เองครับ ตัว S 500 e นี้มีด้วยกัน 2 เวอร์ชั่นคือ S 500 e Exclusive ราคา 6,390,000 บาท และ S 500 e AMG Premium ราคา 6,990,000 บาท ลำที่ลุงดอมส่งมานี้ เป็นรุ่น AMG ครับ ถ้าผมซื้อก็จะไม่เอาตังค์ทอนกันหละ จ่ายเลย 7 ล้านอีกหมื่นนึงทิปพนักงานขายไม่รู้จะพอป่าว 

 

S 500 e ซีดานระดับพรีเมียมที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ไฮบริด นวัตกรรมด้านยานยนต์ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกชั้นเลิศ ผนวกกับภาพลักษณ์อันหรูหราของรถยนต์ตระกูลเอสคลาสเข้าไว้ด้วยกัน ดีไซน์ภายนอก ที่ให้ความหรูหราสง่างาม ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัย งดงามน่าดึงดูดใจ และสปอร์ตมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ที่ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นเป็น 3 มิติ นับตั้งแต่ฝากระโปรง ความสวยงามของลายเส้นด้านข้าง ความโค้งมนของเส้นหลังคา ตลอดด้านท้ายรถที่ออกแบบให้มีความลาดเท ทำให้ S 500 e  มีสัดส่วนตัวรถสวยงามสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์หรู


ห้องโดยสารเน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูงและการออกแบบที่เน้นการใช้งานได้จริงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ที่ได้รับการออกแบบพิเศษ Designo high-gloss sunburst brown myrtle wood แบบ 2 โทนสี รวมทั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบ Exclusive package ตัดเย็บลายเบาะแบบ Diamond design พร้อมด้วยผ้าหลังคา และแผงบังแดดด้านหน้าหุ้มด้วย DINAMICA Microfibre และไฟเรืองแสงล้อมรอบ

ห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่สามารถปรับเฉดได้ถึง 7 สี นอกจากนั้นยังติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนังสลับลายไม้ 2 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่น ซึ่งเป็นพวงมาลัยนิรภัยที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามความเร็วรถ ซึ่งจะช่วยทำให้การควบคุมทิศทางรถเป็นไปอย่างเที่ยงตรง แม่นยำ และปลอดภัย

พลังขับเคลื่อน S 500 e  จะเป็นชุดเครื่องยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด ที่ประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าผนึกกำลังกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ V6 3.0 ลิตร 333 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.  ที่ 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

คู่กับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด 8.7 กิโลวัตต์ ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลัง ที่สามารถชาร์ตไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง พร้อมกับสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 31 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเพียง 1 ครั้ง ด้วยอัตราการปล่อย COที่ลดเหลือเพียง 62 กรัม/กิโลเมตร รวมไปถึงมีระบบควบคุมกำลังอัจฉริยะที่สามารถควบคุมพลังงานตามสภาพเส้นทางและรูปแบบการขับขี่เพื่อประสิทธิภาพการใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่สูงที่สุด

มาดูกันครับว่าในที่นั่งคนขับผมได้อะไรจาก S 500 e ลำนี้มั่ง   แน่นอน ความสะดวกสบายในการควบคุมรถ ด้วยที่นั่งซึ่งสามารถจัดท่านั่งได้ตามอำเภอใจ ส่วนพละกำลังไม่ต้องกังวลครับ เหลือเฟือ จากแรงบิด 480 นิวตัน กำลังม้า 333 ตัว จากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 24 วาล์ว เทอร์โบคู่ และ  อีก 116 ม้าจาก มอเตอร์ไฟฟ้า

สิ่งที่ชื่นชอบประการแรกดูเหมือนบอดี้จะใหญ่เทอะทะแต่เมื่อควบคุมพวงมาลัยเลี้ยวง่ายคล่องตัวแม้จะใช้ในเมืองและสภาพการจารจรที่ติดขัดแออัดดูเหมือนไม่ใช่ว่าคุณกำลังควบคุมยานลำใหญ่ประการต่อมาเรื่องพละกำลังในการวิ่งทางหลวงหายห่วงจริงครับเครื่องยนต์ตอบสนองจัดจ้านเกียร์ทำงานราบรื่น 7 จีทรอนิคพลัส เกียร์ที่พัฒนาไปอีกขั้นนุ่มนวล แม่นยำ  บวกโหมดขับเคลื่อนสปอร์ต ไม่จำเป็นต้องไปใช้ แพทเดิลชิฟ คุณก็สั่งมันออกแรงพุ่งทะยานไปได้ทันทุกสถานการณ์ ห้องโดยสารที่เงียบและสบายมากมาจากระบบช่วงล่างแบบถุงลม บางครั้งถ้าละสายตาและเพลินกับคันเร่ง คุณเหลือบตากลับมาอาจจะเห็นมาตรวัดความเร็วชี้ไปที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยไม่ทันตั้งตัวได้เหมือนกันครับ

สิ่งที่ไม่ชอบเพื่อนผมไม่สามารถฝากถุงกอล์ฟไปด้วยกันได้เลยครับห้องเก็บสัมภาระท้ายถูกแบตเตอรีมาเบียดเบียนจนทำให้ไม่สามารถใส่ถุงกอล์ฟได้จากการใช้งานจริงโดยสาร 2 ท่าน ถุงกอล์ฟ 2 ใบไม่มีพื้นที่เหลือให้ใครอีกต่อไปแล้วครับ แล้วทีนี้ ถ้า ผม 1 คน บวก ภรรยา ตีกอล์ฟทั้งคู่มีลูก 2 คน บวกคนขับรถซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ไอ้เวรนี่แหละส่วนเกิน ผมจะถีบมันลงไปให้พักงานชั่วคราว  เพราะบ้านเรามี 4 คน ผมต้องขับ ภรรยานั่งหน้า ลูก 2 คนโดยสารที่นั่งหลัง ผมกับภรรยาตีกอล์ฟทั้งคู่ มีถุงกอล์ฟ 2 ใบ ตายห่ากันเลยครับ ไม่มีที่เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า ทั้งของตัวเองของภรรยาและลูกอีก 2คน  ทั้งที่ลงทุนไป 7ล้าน ฮ่วยยย เอาไฟฟ้าออกไปหรือไม่นะ ช่วยย้ายแบตเตอรีไปที่อื่น  ผมมีเงินจ่ายซื้อรถ 7 ล้านค่าน้ำมันแค่นี้จิ๊ปๆ โอเคนะ  จุ๊บบๆ