NEW MAZDA 2

เรียบง่าย....งดงามครับ

 

โดย วชิระ เรืองมาลัย

 

เป็นรถคันสุดท้ายในปี 2562 ที่ผ่านมาจริง ๆ ครับ สำหรับงานทดสอบรถของผม เพราะมาสด้า 2 ใหม่ เพิ่งเปิดตัวโชว์ตัวในงานมหกรรมยานยนต์ ที่เมืองทองธานีเดือนธันวาคม หลังจากจบงาน ส่งท้ายปี เราก็ได้บินไปทดลองขับมาสด้า 2 โฉมใหม่กันแบบระทึกใจไปเลยกันที่สนาม ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรีมย์ ผมมีรีวิวและข้อมูลน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังครับ

 

ครับ ในมาสด้า 2 ใหม่นั้น มาสด้าได้นำเสนอคุณค่าอยู่ 5 ตัว เพื่อตอบโจทย์สิ่งที่เราต้องการอันประกอบด้วย อย่างแรกคือเรื่องของ ดีไซน์ ที่ได้รับการยอมรับภายใต้ดีไซน์ KODO ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน เป็นดีไซน์ที่นำเทรนอยู่เสมอ ถัดมาคือความพิถีพิถันในแง่ของการประกอบ การเลือกคุณภาพวัสดุที่ใช้ในตัวรถ เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้โดยสารและผู้ขับขี่ข้อนี้ชัดครับ วัสดุ แมททีเรียลต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประกอบภายในรถรุ่นใหม่นี้เกรดดีขึ้นมาก

 

ประการที่สาม การออกแบบรถเพื่อการตอบโจทย์การใช้งานโดยเฉพาะมุ่งเน้นไปที่คนขับทำยังไงให้คนขับมีตำแหน่งการนั่งที่เหมาะสมและปุ่มคอนโทรลต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของการใช้งาน ประการที่ 4 เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาทำให้รถมาสด้า 2 รุ่นใหม่นี้ ขับง่ายขึ้น เพื่อลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล หรือเส้นทางโค้งเคี้ยวมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ใส่เข้ามาเพื่อให้มีความสบายในแง่ของการใช้งานรถมากยิ่งขึ้นสุดท้ายคือ เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ในเรื่องความแรง สมรรถนะ และเรื่องของการประหยัดน้ำมัน

 

การเปลี่ยนแปลงดีไซน์ของมาสด้า 2 เป็นการอัพเกรดดีไซน์ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมามาสด้า 2 เป็นการเพิ่มเทคโนโลยีต่าง ๆเพิ่มเข้ามาตลอด แต่ครั้งนี้มาสด้า 2 ใหม่มีการเปลี่ยนโฉมเป็นครั้งแรกทั้งภายในและภายนอกอย่างเห็นได้ชัด เช่นภายนอกมีการเปลี่ยนกระจังหน้าให้เป็นแบบเดียวกับมาสด้า 3 หรือรถเจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้ารวมถึงไฟหน้าด้วยเช่นกัน หลอดไฟที่เป็นเดไทม์ซิกเนเจอร์ของมาสด้า 2 รุ่นนี้จะมีการเปลี่ยนดีไซน์เป็นแบบกลม ๆ เป็นดีไซน์เดียวกับมาสด้า 3 ด้วยเช่นกัน

 

 

ส่วนกันชนหน้าได้มีการปรับเปลี่ยนมีการออกแบบเป็นแนวนอนเยอะขึ้นเพื่อให้มีดีไซน์ที่ดูกว้างดูมีความมั่นคงหนักแน่น รวมถึงมีการเปลี่ยนล้อขนาด 16 นิ้ว เป็นลายใหม่ ซึ่งล้อ 16 นิ้วจะอยู่ในดีไซน์รถรุ่นดีเซลทั้ง 2 เกรด เมื่อเทียบกันระหว่างรถรุ่นใหม่กับรถรุ่นเก่าจะเห็นความเปลี่ยนภายนอกได้อย่างชัดเจนที่สำคัญสะท้อนความหรูหรา สง่างาม บนตัวรถภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” หรือ เรียบง่ายแต่งดงามแบบเดียวกับเจนเนอเรชั่นใหม่ที่อยู่ในรถมาสด้า 3

 

 

ด้านหน้ามาสด้า 2 ใหม่มีการเปลี่ยนแปลงของทั้งรุ่น 4 ประตู และ 5 ประตู ดังนั้น 4 ประตู และ 5 ประตูจะมีหน้าตาที่เหมือนกัน ด้านหลังของรถ 5 ประตู มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของไฟท้าย เชฟของไฟด้านนอกจะเป็นเชฟเดิมแต่ด้านในของโครมไฟมีการเปลี่ยนแปลงเพราะฉะนั้นไฟท้ายด้านหลังก็จะมีการออกแบบด้านในเป็นไฟวงกลมคล้าย ๆ กับไฟหน้าเหมือนกันซึ่งเป็นซิกเนเจอร์แบบใหม่ของมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่

 

 

ในส่วนของกันชนด้านหลังมีการออกแบบให้สอดรับกับการออกแบบด้านหน้าโดยการออกแบบไปในทางแนวนอนและมีการใช้แถบโครเมี่ยมตกแต่ง เพื่อให้รถมีความมั่นคงและสวยงามยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรถรุ่น 2018 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารถมาสด้า2 รุ่นใหม่ มีดีไซน์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน

สำหรับรุ่น 4 ประตู ด้านหน้าจะเหมือนกับ 5 ประตู รุ่น 4 ประตู ไฟท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะยังคงใช้ไฟท้ายของรุ่นปีที่แล้วเพียงแต่ว่ากันชนด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ด้วยการออกแบบใหม่ด้านหลังมีการออกแบบเน้นการออกแบบในเชิงแนวนอนมากยิ่งขึ้นจะสอดรับกับตัวดีไซน์ 5 ประตูด้วยเช่นกัน

 

 

ภายในมีการเปลี่ยนแปลงในทุกเกรดของมาสด้า 2 มีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดเลยไม่ว่าจะเป็นเบาะ คอนโซนด้านหน้า เบาะนั่งเป็นหนัง รุ่นที่แล้วเป็นเบาะหนังสีดำมีแถบสีแดงในการออกแบบและในมาสด้า 2 รุ่นใหม่ใช้เบาะออกสีฟ้า ๆ เทา ๆ ในแง่ของเบาะภายในที่เป็นเบาะหนังตกแต่ด้วยบริเวณที่เป็นสีดำลักษณะคล้าย ๆ หนังผสมอะคันทารา เพื่อให้มีความกระชับในการนั่ง เพราะเวลาผู้โดยสารนั่งอยู่บนรถเวลาเข้าโค้งก็จะไม่ถัดไหลไปตามแรงบิดของรถช่วยให้นั่งได้อย่างมั่นคงมากขึ้นเช่นกัน สีที่เลือกใช้ช่วยส่งผลให้ภายในดูกว้างขวางดูหรูหรายิ่งขึ้น

 

 

การออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่โดยเฉพาะ จริง ๆ แล้วคอนเซ็ปต์มาสด้าคอนเซ็ปต์นี้ตั้งแต่ตอนเปิดตัวมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่ ตั้งแต่มีสกายแอคทีฟเทคโนโลยีในช่วงต้น ๆ คอนเซ็ปต์คือการขยับล้อหน้าไปข้างหน้านิดหนึ่ง เพื่อให้มีที่วางขาของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น ทำให้มาสด้าสามารถออกแบบแป้นคันเร่งให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันให้สมมาตรกับเท้าซ้ายเท้าขวา ทำให้เกิดท่านั่งที่เหมาะสม สามารถขับขี่ด้วยระยะทางไกล ๆ ก็ไม่เมื่อย ทำให้ลดอาการเหนื่อยล้าต่าง ๆ 

เรื่องของมุมมองที่จากบริเวณของคนขับได้มีการแบ่งสัดส่วนได้อย่างชัดเจน ในตัวที่เป็นมาสด้า KODO ดีไซน์ มีการขยับเสา A มาด้านหลังนิดหนึ่งเพื่อเปิดมุมมองของผู้ขับผ่านกระจกได้กว้างขึ้น เพราะฉะนั้นการถอยหลังเสา A มานิดหนึ่งจะช่วยให้มุมกว้างขึ้น การมองกระจกหน้า ด้านซ้าย – ขวามองได้ง่ายขึ้น สามารถเห็นบริเวณรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน

 

 

สำหรับข้อมูลการขับขี่และอินโฟเทนเม้นต่าง ๆ ถูกวางในตำแหน่งที่ใกล้สายตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของ MZD มีการตั้งขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้สายตามากขึ้นทำให้เวลาใช้งานมีความปลอดภัยมากขึ้นในแง่ของการขับขี่ ระบบเชื่อมต่อจะติดตั้งในมาสด้า 2 รุ่นใหม่ ที่เรียกว่ามาสด้าคอนเน็คในมาสด้า 2 ใหม่นี้พร้อมรองรับ Apple Car Play จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถมาสด้า 2 รุ่นใหม่ รุ่นไหนที่มีหน้าจอ 7 นิ้วจะมี Apple Car Play ติดตั้งมาให้เลย เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ยังมีแอคทีฟไดรวิ่งดิสเพลย์ จะมีหน้าจอใสที่อยู่หลังพวงมาลัยตรงนี้จะแสดงผลข้อมูลการขับขี่และความปลอดภัย ระบบ บรายสปอร์ตต่าง ๆ สามารถโชว์ได้บนหน้าจอใส ปุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นควบคุมอัจฉริยะสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างง่ายดายด้วยเช่นกันรุ่นนี้มีการติดตั้งวัสดุซับเสียงเพิ่มหลากหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น ซุ้มล้อมด้านหน้าและหลัง ส่งผลให้ห้องโดยสารมาสด้า 2 ตัวนี้ภายในห้องโดยสารมีความเงียบมากยิ่งขึ้นทั้ง 4 และ 5 ประตู

 

 

ตำแหน่งที่นั่งและความสบายภายในห้องโดยสารมีการพัฒนาโดยการใช้คอนเซ็ปต์ของมาสด้าสกายแอคทีฟเข้ามาพัฒนาเบาะนั่งของมาสด้า 2 จะช่วยให้เกิดการรองรับตำแหน่งสำคัญของผู้ขับขี่ได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระดูกเชิงกรานด้านบน บริเวณกระดูกซี่โครงตรงกลาง ซี่โครงด้านหลัง และตรงต้นขา ซับพอร์ตร่างกายของคนขับได้ดีมากยิ่งขึ้นและช่วยให้คนที่อยู่บนรถสามารถควบคุมร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดการเหนื่อยล้า ให้การขับขี่ในการเดินทางไกล ๆ ตัวนี้จะเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกันกับมาสด้า3 ที่พึ่งแนะนำไปรวมถึงในคอนเซ็ปต์ที่ใช้ในตัว ซีเอ็กซ์-8 ด้วยเช่นกัน

 

 

ไฮไลท์อีกตัวคือเทคโนโลยีสำคัญที่ใส่เพิ่มในแง่ของการขับก็คือ  GVC Plus หรือระบบควบคุมสมรรถนะการขับอัจฉริยะขั้นสูง ตัวนี้มีการแนะนำครั้งแรก อยู่ในมาสด้า3 รุ่นใหม่ แต่มาสด้าก็เอามาใส่ในมาสด้า 2 เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถขนาดเล็กหรือซีตี้คาร์ได้ดียิ่งขึ้น ระบบนี้จริง ๆ แล้วเป็นการต่อยอดจาก GVC การทำงานก็คือ เวลาเราเริ่มเข้าโค้งพวงมาลัย หรือขับทางตรงมีการปรับพวงมาลัยแรงบิดของเครื่องยนต์จะมีการบิดลดลงเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความสมดุลในการเข้าโค้ง ถ้าระหว่างที่อยู่ในโค้งแรงบิดจะกลับคืนมาเพื่อรักษาสมดุลนั้น แต่พอเวลาเราออกจากโค้งแล้วหรือเราหักพวงมาลัยกลับคืนมาทางตรงก็จะมีการเพิ่มแรงเบรกเล็กน้อยที่ล้อหน้าด้านหน้าของโค้งเพื่อให้รถกลับเข้าสู่ทางตรงมายิ่งขึ้นและเพิ่มความสมดุล ความบาล้านซ์ของรถ

 

ประโยชน์ของตัว GVC Plus ในขณะที่ต้องหักหลบ หรือเปลี่ยนแลนกะทันหันในความเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  จากการได้ลองทดสอบในสนามเราสังเกตได้เลยว่ารถที่มี GVC Plus สามารถรักษาทิศทางของรถได้ง่ายกว่าตัวรถจะไม่ค่อยส่ายและจะไม่มีการปรับด้านหลังเรียกได้ว่าเกิดความปลอดภัยและความสบายของผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

ระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมานอกจากความสนุกในการขับขี่มาสด้ามีให้ลูกค้าของพวกเขาแล้ว แล้วความปลอดภัยยังเป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญ ระบบไอแอคทีฟเซ้นท์ระบบที่ช่วยเตือนด้านซ้ายด้านขวาเวลามีรถที่แซงขึ้นมาบางทีเรามองไม่เห็นโดยเฉพาะอย่างงยิ่งมือใหม่หรือสตรีที่ไม่คล่องในแง่ของการขับขี่โจทย์นี้ช่วยให้การขับขี่มาสด้าได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นมาสด้า 2 ยังมี ระบบเตือนเวลาถอยหลังแล้วมีรถมาด้านหลังระบบก็จะเตือน

 

 

และระบบใหม่ที่มีการติดตั้งเพิ่มในรุ่นมาสด้า 2 รุ่นนี้ก็คือระบบกล้องรอบทิศทาง 360 องศา กล้องรอบทิศทาง ตัวนี้จะถูกใส่อยู่แล้วในรถรุ่นใหญ่ ๆ ของมาสด้าที่เป็น CX- 5, CX-8 และมาสด้า 3 ครั้งนี้มีการนำมาใส่ในมาสด้า 2 ด้วย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่เป็นสุภาพสตรีมีประโยชน์เวลาถอยจอด ถอยในที่แคบ ๆ ขับรถในที่แคบ ๆ ขับได้ยาก ๆ ระบบนี้จะช่วยให้การขับขี่ในสถานการณ์นั้น ๆ ง่ายยิ่งขึ้น

 

 

รถมาสด้า 2 มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทั้งคันไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ เกียร์ รวมถึงบอดี้ต่าง ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เรารู้จักกันคือ GVC Plus มาสด้า 2 ใหม่ ตัวนี้ใส่มาครบทุกอย่างที่เป็นสกายแอคทีฟจริง ๆ ครับ

ในส่วนของเครื่องยนต์เรามาสด้า 2 ใหม่มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มรถซีตี้คาร์ที่ไม่ต้องพึ่งพาเทอร์โบมีกำลัง แรงม้า แรงบิดที่เพียงพอต่อการใช้งาน ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร และทางเลือกที่ 2 สำหรับใครที่ต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงที่สุดไม่ว่าจะเป็นแรงบิด หรือ สมรรถนะเรื่องการประหยัดน้ำมันมาสด้า2ใหม่ก็มีเครื่องยนต์คลีนดีเซลนำเสนอแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และประหยัดน้ำมันสูงสุดด้วยเช่นกัน 26 กิโลเมตรต่อลิตร

เกียร์ก็จะเป็น 6 สปิด แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ อันนี้ก็เป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของมาสด้า 2 เมื่อเทียบกับรถยี่ห้ออื่นในกลุ่ม อีโค่ลัซิตี้คาร์ที่ส่วนใหญ่ในระบบ CVT เกียร์ 6 สปีดของมาสด้า 2 ชนะเลิศครับ ขับสนุกประหยัดน้ำมัน แรงได้ดังใจส่งกำลังได้ราบเรียบนุ่มนวล คิดาวน์สั่งได้ เรียกใช้เป็นมา ยิ่งขับในสนามยิ่งได้วคามมันในอารมสปอร์ตทีเดียวครับเที่ยวนี้

 

 

สกายแอคทีฟ แชสซีส์และบอดี้ ถือเป็นเทคโนโลยีหลักของมาสด้า2 ตัวนี้เช่นกัน มาสด้า 2 ใหม่ มีการแนะนำสีใหม่ทั้งหมด 3 สีพิเศษที่จะมีเฉพาะบางโมเดลเท่านั้นได้แก่ MX-5 และ CX-3  ตอนนี้เอามาใส่ในมาสด้า2 ด้วย และอีก 1 สีใหม่คือสีโซนิค ซิลเวอร์ สีเงินใหม่ เมื่อรวมสีใหม่มารวมกันมาสด้า 2 ใหม่จะมีสีใหม่ทั้งหมด 8 สี รถ 5 ประตู จะมีสี 8 สี ส่วนรถ 4 ประตูจะมีแค่ 7 สี เพราะว่าสีโซนิค ซิลเวอร์ จะเป็นสีเฉพาะรุ่น 5 ประตูเท่านั้น

 

 

โดยสรุปสำหรับทริปสุดท้ายและท้ายสุดส่งท้ายปีในการทำงานปี 2562 กับการทดสอบรถมาสด้า 2 ใหม่นี่คุ้มจริง ๆ ครับ ได้พิสูจน์สมรรถนะและการใช้งานของรถที่ได้ชื่อว่าเป็นโมเดลแชมป์เปี้ยนของระในคลาส อีโค่และซิตี้คาร์อย่างมาสด้า 2 ใหม่ที่ในปี 2562 ก็จบยอดขายได้สวยงามและเป็นอีกหนึ่งตำนานในการขึ้นมายืนอยู่บนบัลลังค์แชมป์ของรถที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดเป็นที่ 1 ในตลาดไทยในเซกเม้นท์นี้ มาสด้า 2 ใหม่สอบผ่านในทุกด้าน จัดเป็นรถซิตี้คาร์อีโค่คาร์ที่มาเต็มไม่มีกั๊ก ออกแบบได้นำสมัย วัสดุเกรดพรีเมี่ยมขึ้น การขับขี่และควบคุมสมบูรณ์ขึ้น น่าใช้จริง ๆ ครับ คุ้มที่จะลงทุน