รีวิวทดลองขับ NEW MG ZS 2020

ราคาถูกกว่าญี่ปุ่น คุณภาพเทียบชั้นยุโรป

 

โดย วชิระ เรืองมาลัย

 

ZS นิวโมเดล 2020 เปิดตัวในไทยท่ามกลางภาวะวิกฤติโรคระบาด โควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ด้วยวิธีการจัดงานพรีเซนต์รถแบบออนไลน์ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของบริษัท โดยแทบไม่มีใครได้ยลโฉมจริงของรถไม่ว่าจะเป็นบรรดาสื่อมวลชนหรือแม้กระทั่งลูกค้าและผู้จำหน่าย อันเนื่องจากภาวะที่ทุกคนต้องทำหน้าที่อยู่กับบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลาม

 

ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ได้ผิดแผนการตลาดสักเท่าไหร่ครับเพราะ บ้านเอ็มจีเค้าก็เตรียมเปิดผ้าคลุมรถรุ่นนี้กันเอาไว้แต่แรกแล้ว โดยช่วงนั้นคาดว่าจะเอาไปโชว์ตัวและขายกันในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ เดิมที่จะจัดขึ้นในช่วงเวลาปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

MG ZS ใหม่ 2020 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย คือ C+ D+ และรุ่นท็อปคือ X+ ที่จำหน่ายในราคา 799,000 บาท ส่วนราคาในรุ่นรองลงไปคือ D+ และ C + ราคาขายจะลดหลั่นลงไปต่างกันโดยถูกลงเกรดละ 10,000 บาทความแตกต่างของแต่ละรุ่นก็จะมีรายการอุปกรณ์ที่ต่างกันไป โดยในรุ่นท็อปถ้าจัดเต็มนั้นก็จะได้ล้อ 17 นิ้ว

 

 

ผมเองได้เห็นตัวจริงได้ไปลองขับ ZS ใหม่ 2020 มาก็ให้หลังจากวันเปิดตัวมาเกือบ 2 เดือนครับ พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมาตรการต่าง ๆ เริ่มผ่อนคลายลง ทาง บริษัทเค้าก็ได้จัดให้พวกสื่อได้มีโอกาสสัมผัสรถกันแบบเบา ๆ บนเส้นทางแบบไปกลับ สั้น ๆ 100 กว่ากิโลเมตรเศษรีบไปรีบกลับไม่มีการแวะเวียนสังสรรค์ทานข้าวร่วมกัน หรือกิจกรรมใดที่จะต้องไปรวมกลุ่มกันเพราะเรายังคงต้องตั้งกาดให้รัดกุมป้องกันการกลับมาระบาดซ้ำตามนบายของภาครัฐ เพื่อเป็นการช่วยชาติช่วยส่วนรวม

 

 

ระยะทางสั้น ๆ 100 กว่ากิโลเมตรับรถขับคนละคันรีบไปรีบกลับก็น่าจะเพียงพอให้เรารับทราบถึงสมรรถนะของรถคันนี้ ภายหลังการขับขี่ผมบอกกับทีมงานครับว่า สำหรับผมแล้วรถคันนี้มีไรดีเยอะจริง ๆ ครับ มันนิยามออกมารวมความได้ไม่ยากผมเลยบอกพวกเค้าว่า รถคันนี้ “ราคาดีกว่ารถญี่ปุ่น แต่คุณภาพเทียบชั้นรถยุโรป” มันเป็นยังไงผมจะขยายความกันแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ ละกันนะครับว่าผมประทับใจตรงไหนของ ZS ใหม่บ้าง

 

 

อย่างแรกที่บอกว่า ราคาดี หรือถูกกว่ารถญี่ปุ่นนั้น มันแน่นอนครับ คุณลองเอารารา ZS ใหม่ ไปเทียบกับราคารถญี่ปุ่นในคลาสเดียวกันได้เลยครับ เป็นเรื่องไม่ยากส่วนที่บอกคุณภาพเทียบชั้นรถยุโรปนั้น ผมขอขยายความคือ สำหรับผม ประทับใจความที่เค้าเทียบชั้นยุโรปได้อยู่ 2 เรื่องคือ เรื่อง ช่วงล่างและการควบคุมรถกับเรื่องของ ความประณีตหรือความเนี๊ยบในการประกอบกับคุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ภายในรถ

 

 

เรื่องแรกช่วงล่างครับ รถคันนี้ให้ฟิลลิ่งการควบคุมตามคาแรคเตอร์เดิมของ MG คือเป็นช่วงล่างยุโรป เน้นความหนึบและนุ่ม การเกาะถนนดีเกินคาดหวังของผม แฮนเดอริ่งของรถเทียบชั้นรถเยอรมัน พวงมาลัยแม่นน้ำหนักดี การทรงตัวของรถ ในภาวะการขับทั้งในโค้งทั้งความเร็วสูงช่วงโดดคอสะพาน รู้สึกถึงความพยายามของรถในการที่จะยึดติดอยู่กับพื้นสัมผัส ไม่มีอาการโหวงเหวงเหมือนรถญี่ปุ่นบางยี่ห้อด้วยซ้ำ ต้องบอกว่าผมประทับใจในความเสถียรของรถ และระบบการเก็บเสียงจากพื้นสู่ห้องโดยสารเป็นพิเศษ เป็นรถครอสขนาดเล็กที่ผมว่าให้สไตล์ขับขี่ที่สนุกสนานได้ทีเดียวครับ

 

 

ความประทับใจที่สอง ที่ผมบอกว่าผมสังเกตและชื่นชอบก็คือเรื่องของของวัสดุที่เลือกมาใช้ใน ZS ใหม่นี้ มีความพรีเมี่ยมขึ้น รวมทั้งรายละเอียดความประณีตหรือความเนี๊ยบในการประกอบนั้นมีมากกว่าเดิมเยอะ เมื่อเทียบกับรถของพวกเค้าเอง ผมหมายถึง MG รุ่นอื่น ๆ ในยุคแรก ๆ เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วนะครับ เพราะตอนนั้นผมว่ามันหยาบและมีความเป็นจีนแท้ ๆ จนเกินไป ไม่เชื่อลองไปดูสิครับ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งเอ็มจี 6 เอ็มจี 5 ในเวอร์ชั่นปีแรก ๆ ลองมาเทียบกับ MG โฉมใหม่ ๆ ปีใหม่ ๆ ตั้งแต่ HS และ ZS นี้ดูครับ ความเนี๊ยบในการประกอบและความใส่ใจในคุณภาพวัสดุต่างกันอย่างกับฟ้ากะเหว

 

 

ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องที่คนอื่น ๆ พูดกันไปบ้างแล้ว ผมก็ว่าเหมือนพวกเขาหละครับไม่ได้คิดต่างอะไร โดยเฉพาะในเรื่องของ รูปโฉมโนมพรรณและห้องโดยสารนั้น ZS มาเที่ยวนี้ผมเปรียบเทียบง่าย ๆ เลยครับว่ามันเป็นรถที่มีเทคโนโลยี ที่ไม่ด้อยไปกว่าใครมีมากกว่าหลายค่ายด้วยซ้ำ สรุปโดยรวมทั้ง รูปลักษณ์หน้าตาและภายในห้องโดยสารผมให้ระดับ 5 G มีความหล่อเหลา และพรีเมียมขึ้นเยอะเทคโนโลยีและออฟชั่นจัดมาแบบเต็ม ๆไม่มีกี๊กไม่มีหวง ในราคาที่ต้องบอกว่า มิตรภาพ จะหารถยี่ห้อไหนจัดมาให้ได้ในแบบจบ ๆ กับรุ่นท็อปแค่ 799,000 บาทไม่มีครับ

 

 

 

มาดูเรื่องเครื่องยนต์กันนิดครับ ที่ ZS. ใหม่ 2020 ไม่ได้นิยาม ออลนิว เป็นแค่นิว ก็เพราะยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม 1,500 ซีซี เบนซิน 4 สูบ 116 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอต่อนาที บางคนและหลายคนบอกว่าเครื่องยนต์เล็กและอืดเกินไปผมก็ว่ามีส่วนบ้างและบางทีก็ไม่ใช่ ต้องบอกว่ารถคันนี้ออกตัวตามสไตล์ของรถเล็กเบนซินทั่วไปคันเร่งไวพอสมควรครับ แต่จังหวะกดออกไปแล้วจะชะลอรอรอบนิดนึง ฉะนั้นสปีคในช่วงต้นอย่าไปหวังว่าจะทำตัวเลขดี ๆ ในช่วงเร่ง 0-100 ซึ่งผมก็อยากจะถามว่า จะถามหาหรือทำไปเพื่อ ? คือเพื่ออะไร ลองดูประเภทของรถก่อนครับว่าสร้างมาเพื่อผู้ใช้งานแบบไหนกลุ่มไหน เมื่อนึกได้กระนั้นแล้ว ผมว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมิใช่หรือ รถคันนี้สร้างมาเพื่อใช้งานจริง มีความอเนกประสงค์เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง อัตราเร่งที่ใช้สำหรับเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมืองไม่ได้ขี้เหล่อะไร ความคล่องตัวก็สูงด้วยขนาดและมิติไม่ได้ใหญ่โตเทอะทะ ความเร็วเดินทางระดับ 120-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในทางไกลก็ใช้รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 2-3,000 รอบ ให้อัตราสิ้นเปลืองที่ไม่มาก เครื่องยนต์ก็ตอบสนองดี โดยเฉพาะรุ่นนี้ได้เปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่มา จากเดิมที่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีค ลูกใหม่นี้เป็นแบบ CVT 8 สปีค ช่วยให้การส่งกำลังราบลื่นและวิ่งไหล ๆ ในความเร็วปลายได้ดีกว่ารุ่นเดิม ที่ชื่นชอบอีกอย่างสำหรับการทดลองขับขี่

 

 

 

และจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับ ZS ก็คือ ความกว้างและความสบายในการนั่งทั้งขับขี่และโดยสารของรถครับ ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เอสยูวี คันที่ดูว่าเล็ก ๆ เมื่อเอาไปเทียบกับเอสยูวีรุ่นพี่ ๆ ที่มีเรือนร่างใหญ่โตคันนี้ออกแบบให้ภายในรถมีสเปคที่ดีมาก ๆ ครับ กว้างขวางนั่งสบาย ๆ ทั้งที่นั่งหน้าและหลัง มีพื้นที่ เหลือ ๆ ทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น เลกรูม เฮดรูม เรื่องนี้ก็ต้องชมครับ และด้วยประการทั้งปวง อย่าหาว่าอวยกันเลยครับลองขับสั้น ๆ รถไม่ ๆ อะไรก็ดีผมอาจจะยังไม่มีหรือมองไม่เห็นขอติ ใครได้ลองไปขับถ้าไม่เห็นด้วยอย่างที่ผมคอมเม้นไปก็ลองมาแลกเปลี่ยนกันช่วยกันดู แต่ตอนนี้ผมว่า ซื้อ ๆ ไปเถอะครับ สบายกระเป๋าคุ้มค่าเกินราคาจริง ๆ ครับ