โคโรลล่า อัลติส ใหม่

ข้ามสู่ขีดสุดที่เหนือกว่า

 

ข้ามสู่ขีดสุดที่เหนือกว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถรุ่นนิยมของคนไทย โคโรลล่า อัลติส ใหม่“Make A New High” รถรุ่นนี้ได้รับการกล่าวขานจากรัฐบาล ประยุทธ์2 ว่าเป็นรถที่ผู้บริโภครอคอยจนเศรษฐกิจชะลอการจับจ่ายใช้สอย แอบขำนิดนึง แต่ก็อาจมีมูล สำหรับอะคาร์ได้มีโอกาสหยิบยืมรถมาทดลองขับทั้งเครื่องยนต์ไฮบริดและเครื่องยนต์ เบนซิน

 

สำหรับ โตโยต้า อัลติส รุ่น ใหม่นี้นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่งโตโยต้าเคลมว่าประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบเต็มรูปแบบคันแรกในตลาดนี้ สำหรับประเทศไทย  นอกจากนั้นยังมีรุ่นสปอร์ตใหม่ “Corolla Altis GR-Sport” ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Gazoo Racing Sport” ทำให้ขับสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

 

ก่อนจะไปบอกกล่าวถึงสมรรถนะในการขับขี่ เรามาดูจุดเด่นของอัลติสเจนนี้กัน สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ ผู้บริหารโตโยต้าได้กล่าวไว้ว่า ยังคงรักษาไว้ซึ่งแกนหลักของความเป็นรถยนต์โคโรลล่า โดยมีการพัฒนารถยนต์เพื่อให้ทุก ๆคนได้รู้สึกสนุกสนานไปกับประสบการณ์ที่ได้รับจากการขับขี่ อีกทั้งยังคงเป็นรถที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งโคโรลล่า อัลติส ใหม่ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ก่อให้เกิดการพัฒนาครั้งใหญ่ และเป็นรถที่ดีกว่าเดิมอย่างก้าวกระโดด จุดขายหลัก ๆ ที่ทำให้อัลติสรุ่นนี้ดูแตกต่าง ประกอบด้วย

การออกแบบภายนอกมาพร้อมแนวคิด “Shooting Robust” กับเส้นสาย ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ให้ความหนักแน่น ภายในได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide” ตัวรถกว้างขวาง คำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ให้ความเพลิดเพลินและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง จากสายตาก็พอดูเข้าท่าเข้าทางแต่ไม่ได้สวยแปลกตาไปจากเดิมนัก

 

 

เข้ามาถึงจุดเด่นอีกประการหนึ่งคือประสิทธิภาพของการขับขี่ – สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถโดยรวมลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone เพิ่มความนุ่มนวลในขณะโดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงการเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงและ การสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่าง ๆ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

 

จุดที่ 3 ชัดเจนมาก ๆ คือ ระบบ ไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 4 นับครั้งแรกที่ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นเดียวในตลาด C-Segment ที่ใส่ระบบ Full hybrid system ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ประหยัด ลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

 

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 1.6 ลิตร เบนซิน เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการในทุกกลุ่มลูกค้า โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร  ให้มีอัตราเร่งตอบสนองที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั่วไป ในส่วนของความสนุกสนานในการขับขี่ ตอบสนองรวดเร็ว ทันใจ เหยียบคันเร่งมาได้ดั่งใจต้องเป็น เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร รุ่น GR ให้ความรู้สึกมันส์กว่าในรุ่นไฮบริด แต่ทั้ง 2 แบบตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของผู้บริโภคไม่ซ้ำกัน คือแล้วแต่ความชอบ หากชอบความประหยัด รักษ์โลก ก็เลือกเครื่องยนต์ไฮบริด หากชอบความเร็ว ปรีดปร๊าด ให้อารมณ์พุ่งพล่านก็ต้อง GR

 

 

ทั้งหลายทั้งปวง โตโยต้า อัลติสมี ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ทั้งระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Active Safety) โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) อีกทั้งยังคงมีระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill Start Assist Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น

ระบบความปลอดภัยหลังการชน (Passive Safety) โดยตัวรถมีการเสริมโครงสร้างด้านหน้า เพื่อช่วยถ่ายเทแรงในกรณีที่เกิดการปะทะ และโครงสร้างด้านข้างแบบวงแหวน ช่วยลดการยุบตัวจากการชน รวมทั้งมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มความมั่นใจในการปกป้องผู้โดยสารรอบคัน

 

นอกจากนี้ Toyota Safety Sense ใหม่ล่าสุด ที่มีระบบการทำงานเพิ่มเติมคือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์ คันหน้าและระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่หรือระบบการเชื่อมต่อ  สะดวกสบายไปกับ Apple CarPlay และ T-Connect Telematics เพื่อช่วยให้ไม่พลาดในทุกการเชื่อมต่อ ทุกที่ และทุกเวลา สำหรับระบบนี้บางคนอาจจจะชอบ แต่สำหรับผมแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะบางจังหวะมันดึงกลับ ทำให้เสียจังหวะ โดยเฉพาะในเวลาที่เราจับพวงมาลัยแบบหลวม ๆ เหมือนผ่อนคลายหากเราไปคร่อมเลนมันก็จะขื่นพวงมาลัยกลับมาอยู่ในเลน เหมือนเดิมเป็นระบบที่ดีล่ะ แต่ส่วนตัวคือไม่ชอบ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็สามารถปิดระบบได้ หากไม่ท่านไม่พึง ประสงค์จะใช้รถช่วย อย่างไรก็ตามรถอยู่รุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันเริ่มมีระบบนี้กันหลายยี่ห้อล่ะ ธรรมดาครับระบบสามารถ พัฒนาตามกันได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแฟนคลับของแต่ละยี่ห้อล่ะครับว่าจะเลือกแบรนด์ไหนไปเป็นเจ้าของ

 

 

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด        

- Hybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท

- Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท

- Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

- 1.8 GR-Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท

- 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท

- Limo เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท