WFH WITH MAZDA

อยู่กับมาสด้า 3 สัปดาห์ 3 โมเดล

 

โดย วชิระ เรืองมาลัย

 

ช่วงอดไปตอแหลนอกบ้าน นอกเมือง จากภารกิจหยุดเชื้อเพื่อชาติ ตั้งแต่เดือนปลาย ๆ มีนาคมที่ผ่านมา ผมต้องงัดมาตรการหากิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำในบ้านออกมาใช้จนเกือบหมดมุก ตั้งแต่ออกกำลังกาย ทำอาหาร ทำงานบ้าน ล้างรถยนต์ ซ่อมมอเตอรไซค์ จนมีโอกาสได้คุยกับทีมงานประชาสัมพันธ์มาสด้า ซึ่งช่วงนั้นเค้าก็ทำงานกันแบบ WFH แต่ยังคงมีรถทดสอบให้สื่อมวลชนได้รับรถมาลองขับ และพอมีเวลานำรถส่งให้ที่บ้านได้บ้าง ผมเลยแจ้งความจำนงไปว่ามีมาสด้าบางรุ่นที่ผมยังไม่เคยลองสัมผัสใช้งาน ผมแจ้งไปว่ามีรถ 3 รุ่นที่ยังไม่เคยลองขับอย่างจริงจัง บลา ๆ ๆ  

 

ผมบอกว่าเอาที่สะดวกนะครับ รุ่นไหนพอมีคิวรถว่างไม่มีสื่อใหญ่ ๆ คิวทอง เค้ามาจับจองไปขับก็บอกผม ไอ้ผมมันไม่ค่อยได้ไปหยิบยืมเท่าไหร่ กลัวว่าจะไปขัดคิว ขัดขาเหยียบตีนพวกสื่อใหญ่เค้า ถ้ามันว่างช่วงนี้รถมันก็ออกมาเป็นเวลาสักพักแล้ว ผมเอาไปล้างให้ได้ เค้าก็เลยส่งมาให้ติดต่อกัน 3 รุ่น เค้าบอกว่า พี่ไม่ต้องมาประชดประชันหรอกนะ เดี๋ยวจัดไปให้ 3 คัน 3 รุ่นรวดทีเดียวเลยละกัน 555 มันประชดกลับ

เป็นอันว่าในช่วงเวลาต่อเนื่องกันรวมเวลาเกือบ 1 เดือนผม WFH อยู่กับมาสด้า รวม 3 รุ่น แถมน้ำมันก็ถูกอย่างกับขรี้ แต่ที่ไม่ดีคือกรุจะขับไปไหน มันล็อคดาวน์กันทุกจังหวัด แถมมีเคอร์ฟิว ตรวจไข่ เอ๊ย! ตรวจไข้ไล่จับไปกักตัวกันทั่วบ้านทั่วเมือง  

ในการอยู่บ้านคราวนี้ ผมเลยได้ทำความรู้จักเพิ่มเติมตั้งแต่ มาสด้า CX-8 เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร, มาสด้า CX- 5 T SP เครื่องยนต์เบนซินรุ่นล่าสุด 2.5 เทอร์โบ และ อีก 1 รุ่นคือ มาสด้า 3 แบบ 4 ประตู ซีดาน วันนี้ขอถือโอกาสเอาประสบการณ์ที่อยู่กับมาสด้าทั้ง 3 รุ่นมาบอกเล่าเก้าสิบเพิ่มเติมให้ฟังกันครับว่าประทับใจรุ่นไหนอะไรยังไงบ้าง

  

  

 

CX-8 แถ ๆ แท่ด ๆ แรด ๆ อยู่ระแวกบ้าน

ครอสโอเวอร์รุ่นเดอะของมาสด้า เป็นรุ่นพี่ ไซส์ใหญ่สุดแบบ 6-7 ที่นั่ง จำได้ว่ามีประสบการณ์ขับ CX-8 เน้นที่รุ่นท็อปคือ XDL สกายแอคทีฟดีเซล 6 ที่นั่ง ระหว่างทดสอบเดินทางจากเชียงใหม่ไปเชียงราย ประทับใจกับ CX-8 ตรงที่ความนุ่ม นั่งสบายและช่วงล่างหนึบเครื่องสกายแอคทีฟดีเซลขนาด 2.2 ลิตร 190 แรงม้าที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงครับ 460 นิวตันเมตร มาที่รอบต่ำมากแค่ 2,000 รอบเอง จัดเป็นรถที่มีพลังเครื่องยนต์ดี และประหยัดสุด ๆ กินน้ำมันจิ๊บ ๆเอง ผมนี่แฟนดีเซลอยู่แล้วครับ ส่วนตัวใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส ดีเซล E 220d 190 แรงม้า เท่ากับ CX-8 แต่เป็นเก๋ง

ปกติที่บ้านชอบรถขนาดใหญ่ ความชอบเปลี่ยนไปตามกาลเวลาประสบการณ์ เวลาและสังขารอายุกับกาลเทศะสำคัญครับ ตอนวัยเรียนวัยรุ่นเป็นแฟนเพลงคาราบาว เพลงเพื่อชีวิต เดี๋ยวนี้แก่ตัว เหงา ๆ เปิดฟังแต่เพลงคลาสสิค ยุค 80 , 90 ส่วนศิลปินไทยผมก็ฟังเพลงสบาย ๆ ไม่กระแทกแดกดัน ช้า ๆ เพลิน ๆ จำพวกภูสมิง เบิร์ดกะฮาร์ท อะไรแบบเนี้ย รถก็เหมือนกันครับ ตอนวัยรุ่น อยากมีอยากขับรถสปอร์ตเห็นแก่ตัวพวก 2 ประตูเครื่องวางกลาง เสียงท่อบึ้มบั้ม ระคายหูยายข้างบ้าน นั่งหลังแข็งขึ้นลงยาก ๆ เปิดประตูออกมาเดินจุ๊ยแอคหญิงแถวหน้าสโมสรมหาลัย เดี๋ยวนี้ให้ใช้รถสปอร์ตพวกนี้คงบรรลัยครับกว่าจะเดินขึ้น เดินลง เปิดเข้า เปิดออกบั้นเด้าคงระบม เดินกระโผลก กระเผลกไปทั้งวัน 

 

ส่วนรถอีกคันที่บ้านใช้ฟอร์จูนเนอร์ครับ ดังนั้นมาสด้า CX-8 ถือว่าค่อนข้างตรงกับความต้องการของผมอยู่มิใช่น้อย แม้รถรุ่นนี้จะเหมาะกับครอบครัวใหญ่ สำหรับครอบครัวผมมีกัน 2 คน เป็นหลัก ผมกับเมีย ไม่มีใครอื่นใด เพราะทุกคนก็มีรถประจำตัวกันหมด ส่วนแม่ยายก็ไม่ชอบออกจากบ้าน ทั้งบ้านเราเลยมีกันสองคน แต่ทั้งสองคนหมายถึงทั้งผมและเมีย จะชอบรถที่มีขนาดใหญ่ สเปซเยอะ ๆ เพราะเป็นคนแก่จำพวกพะรุงพะรัง ชอบขนข้าวของเต็มรถไปไหนมาไหนทีกว่าจะออกจากบ้านได้ต้องขนของออกไปใส่รถเกือบหมดเหมือนย้ายบ้าน โดยเฉพาะคุณภรรเมีย ชอบคือว่า เออนะ เดี๋ยวก่อน ขาดโน่นขาดนี่สารพัด แค่จะออกไปกินข้าวเย็นนอกบ้าน ชานเมือง ยังต้องเช็คลิสต์เลยครับในรถขาดไรบ้างระหว่างทางจะได้ไม่ต้องแวะซื้อหา ทั้งที่ไปแค่เช้าเย็นกลับและไปไม่ไกล

ฉะนั้นมาสด้า CX-8 จึงตอบโจทย์ครอบครัวเอรา จัดเป็นรถที่นั่งสบายที่สุดนอกจากจะกว้างมีสเปซเยอะตามสไตล์ ของเอสยูวีขนาดใหญ่ 6-7 ที่นั่งแล้ว CX-8 ยังถือว่าเป็นรถที่มีความนุ่มนวลสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตระกูล CX ที่มาสด้าเค้ามี อาจจะเป็นเพราะ เบาะนั่งของ CX-8 หนานุ่ม ไม่บางกรอบ เน้นกระชับสปอร์ตตามสไตล์ มาสด้าซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเค้าทำ CX-30 และผมได้ลองขับมาเมื่อเดือนมกราคม 2563 ก่อนโควิด-19 พีค รองลงมาสำหรับความนุ่มนวลของเบาะที่นั่งซึ่งถือว่าหนานุ่ม กว่า CX-5 และมาสด้า 3

 

 

CX-8 มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ สกายแอคทีฟดีเซล และ สกายแอคทีฟ เบนซิน แต่ละแบบ เครื่องยนต์มีให้เลือกเครื่องยนต์ละ 2 เกรด ตัวเครื่องเบนซิน จะใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบ 16วาล์ว 194 แรงม้าที่ 6,000 ต่อนาที แรงม้ามากกว่า ตัวดีเซลอยู่ 4 ตัว ส่วนแรงบิดเบนซินอยู่ที่ 258 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที น้อยกว่าตัวดีเซล และแรงบิดมาช้ากว่า ดีเซลอยู่ 2,000 รอบ แรงบิดของดีเซลมาตั้งแต่ 2,000 รอบต่อนาที ถ้าชอบอัตราเร่งตีนต้นก็เลือกเบนซิน ถ้าชอบแรงบิดสูงเรียกมาทุกรอบ ลากยาว ๆ ทนทานประหยัดลมกระเป๋าตังค์ก็จัดดีเซลกันไปเลยครับ  

ตัวเบนซินที่ผมไปรับมาล้างครั้งนี้ เป็นรุ่น 2.5 SP 7 ที่นั่ง จะบอกว่ามันเหมาะกับครอบครัวผม ทุกคนไม่ค่อยเชื่อ เพราะผมบอกแล้วว่า บ้านผมครอบครัวผมมีแค่ 2 คน ผัวกะเมีย เอางี้ละกันถ้าใครถามว่ามึงจะเอาไปทำห่าไรรถมีตั้ง 7 ที่นั่ง แต่มึงมีกันแค่ 2 คน ที่เหลือ 5 ที่นั่งมึงจะไว้ให้ใคร ตอบเลยละกันครับ คือ “กุจะเอาไว้รับพระ”  เพราะทำบุญบ้านบ่อย จะได้ไม่ต้องเป็นภาระหาจ้างรถตู้

 

 

เอามาจอดไว้ที่บ้านก็ไม่ค่อยได้ขยับไปไหนกันละครับ อาทิตย์นึงเต็ม ๆ ได้แต่ ถอยเข้า ถอยออกจากข้างในไปจอดนอกรั้ว กลางคืนต้องเอาเข้าบ้าน ถ้าจอดนอกบ้านกลัวรถเค้าหาย บ้านอยู่กลางเมืองก็ลำบากที่จอดหายากครับ เอาฟอร์จูนเนอร์ไปจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดของมาสด้า ขืนมีรถอยู่บ้าน 3 คันก็จะเอาเข้าบ้านไม่ได้ จะซื้อบ้านใหม่มีที่จอดใหญ่ ๆ เยอะ ๆ ก็ไม่มีปัญญา เอารถมาทดสอบก็เหมือนเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม ทำงานวงการนี้มา 30 ปี รถที่เอามาทดลองขับต้องระมัดระวังดูแลของ ๆ เค้าให้ดี ไม่ใช่ตะบี้ตะบันขับส่ง ๆไปวัน ๆ จอดอิเหละ เขะขะรับผิดชอบของ ๆ เค้าไม่ได้

เคยมีเหตุครับ พรรคพวกกันนี่ล่ะ ไปยืมฮอนด้า ซีอาร์วี เอาของเค้ามาทดลองขับ จอดไว้นอกบ้าน เช้ามาหายไปทั้งลำ ขโมยงัดเอาไปซะ ตื่นเช้ามากุมขมับหายเมาขี้ตาอย่างไว จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อใช้เค้า งานเข้าสิครับ ภาระอันใหญ่หลวงของคนอาชีพนี้ สมัยเป็นโสด ผมบอกกับผู้หญิงว่า สโลแกนพี่ รักกับพี่ ถึงไม่มีตังค์แต่น้องจะได้นั่งรถหลายยี่ห้อ ขอให้บอกว่าฝันถึงยี่ห้อไหนพี่มีมาให้ทั้งนั้น แต่ข้อสำคัญน้องต้องช่วยพี่รับผิดชอบรถของเค้าที่พี่เอามาด้วยนะถึงจะอยู่ด้วยกันได้ แล้วจะเหลือใครละครับมันก็เปิดตูดกันไปหมดหละ

 

 

กลับเข้าเรื่องมาสด้าดีกว่า  CX-8 ตัวเบนซิน 2.5 ใช้งานดีครับ เครื่องยนต์ตอบสนองดี ต้นจัดปลายไหลได้ใช้น้ำมันไปครึ่งถัง วน ๆ เวียน ๆ อยู่ในเมือง อาทิตย์นึง มีแอบขึ้นทางด่วนออกไปแถบ ๆ วงแหวนตะวันตกบ้าง รถราเงียบกริบขับสบายเพราะอยู่ในช่วงที่ผู้คนอยู่กับบ้านไม่ค่อยใช้รถรากัน โดยรวมแล้วก็ชอบ แต่ใจรักดีเซลตัวท็อปมากกว่า ถึงแม้ว่าราคาจะกระโดดไปถึง 2 ล้าน และที่ยังตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัยอยู่ตั้งแต่วันแรกที่เห็น CX-8 มาจนกระทั่งวันนี้ก็คือทำไมถึงไม่จัดระบบเกียร์แบบแพทเดิลชิฟที่พวงมาลัยมาให้ ทั้งที่มาสด้านั้นว่าไปแล้ว เป็นรถที่ให้ความสำคัญกับการขับและนักขับ แต่วิศวกรก็ให้เหตุผลว่ามันเป็นรถเอสยูวี ขนาดเขื่อง ซึ่งผมก็ยังเถียงว่า จะใช่เหรอ เอสยูวีขนาดใหญ่ก็ใส่ได้ไม่เห็นแปลกที่ไหน ทำไมไม่ตัดออฟชั่นพวกช่วยขับช่วยความปลอดภัย เตือนติ๊ด ๆ ออกไปแล้วใส่แพทเดิลชิฟมาแทน คุยกันก็ยังไม่เคลียร์ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคำถามที่ท่านถาม ผมเลยเชื่อว่า นั่นหละคือมันกั๊กเอาไว้โมเดลหน้า แบบว่าไมเนอร์เชนจ์อะไรเงี้ยะหละครับ

ดีครับ CX-8 เป็นรถ เอสยูวีไซส์ใหญ่ที่ได้เปรียบรถ ปิกอัพพีพีวี ที่บอกว่าตัวเองเป็นเอสยูวี คือการใช้งานคล้าย ๆ กันอรรถประโยชน์ใกล้เคียงกัน แต่ข้อดีของ ตัวรถ CX-8 มีมากกว่าในแง่ที่ว่าเป็นรถที่มีตัวถังแบบ โมโนค๊อกในขณะที่ PPV ที่มีพื้นฐานมาจาก ปิกอัพที่ใช้แชสซีส์และแหนบซึ่งช่วงล่างการควบคุมจะมีความกระด้างมากกว่า ฉะนั้นความนุ่มนวลใน CX-8 การควบคุมและแฮนเดอริ่งในภาวะต่าง ๆในการขับจะใกล้เคียงขับรถเก๋งมากกว่า เพราะระบบช่วงล่างเป็นคอล์ยสปริงสตรัท และน่าจะเป็นตัวเปรียบเทียบกับรถ PPV ที่มีอยู่ในตลาดโดยเฉพาะในรุ่นเริ่มต้นของ CX-8 สกายแอคทีฟเบนซินตัวเริ่มแบบ 7 ที่นั่งที่ขายในราคา 1,599,000 บาท

ส่วนใครที่กำลังหมายมั่นปั้นมือว่าจะซื้อรุ่นนี้เข้าโรงจอดก็ไปเล็ง ๆ กันดูครับ สนนราคาที่ขายอยู่ รุ่น 2.5 S เบนซิน 7 ที่นั่ง  1,599,000 บาท ขยับขึ้นไปเป็นรุ่น 2.5 SP เบนซิน 7 ที่นั่ง 1,699,000 บาท ถัดมาเป็นดีเซลมี 2 เกรดคือ  XDL 2.2 ดีเซล 7 ที่นั่ง ราคา 1,890,000 บาทและรุ่นท็อปที่ผมว่าถ้าราคา ขยับลงมาต่ำหว่า 2 ล้านได้จะขายดียิ่ง คือรุ่น XDL EXCLUSIVE 6 ที่นั่งสนนราคา 2,069,000 บาท ครับ

 

 

CX-5 2.5 TURBO วาร์ปไปนครนายก

ขับ CX-8 ถอยข้าถอยออกอยู่บ้านอาทิตย์นึงวนทางด่วนไปไม่ กี่รอบ เพิ่งใช้น้ำมันไปได้ไปแค่ครึ่งถังเผลอแผลบเดียวหัวหน้าโต รองประธานฝ่ายรถทดสอบของมาสด้า หยอกครับ!! เสี่ยโตมีออฟฟิศทำงานแบบเอาท์ดอร์กว้างขวางคนเดียวนั่งทั้งชั้น จอดรถได้เป็นร้อยคัน 555 ควบมาสด้า CX-5T SP 2.5 TURBO มาขอเปลี่ยนเอา CX-8 ไปตรวจเช็ค ตามรอบ

สำหรับคันนี้ จี๊ดเลยครับ คิดในใจยังไงก็ต้องขอไปแรดต่างจังหวัดซักวันแหละ สมองทำงานวางแผนทันทีที่เห็นรถ เอาจังหวัดไหนดีที่ไม่มีด่านตรวจเข้ม ขี้เกียจเจรจาถ้าบังเอิญถูกเชิญไปกักตัวในป่าช้าวัดประจำตำบล

 

 

มาสด้า CX-5 สกายแอคทีฟจี หรือเบนซิน 2.5 ลิตร เทอร์โบ จัดว่าเป็นของใหม่ในคลาสของมัน จากเดิมที่มีเฉพาะแบบเครื่องยนต์ เบนซิน 2.0 ลิตร และดีเซล 2.2 ลิตร เครื่องยนต์ 2.5 เทอร์โบ เพิ่งเข้ามาเสริมพอร์ตของ CX-5 เมื่อช่วงปลายปี 2019 สนนราคาขายเค้าตั้งไว้ที่ 1,850,000 บาทแพงกว่าทุกเกรด

CX-5 T SP เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ G หรือเบนซิน เทอร์โบ แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 2,488 ซีซี 231 แรงม้ามาที่ 5,000 รอต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอต่อนาที แรงม้ามากกว่าตัวดีเซล 2.2 ที่มีอยู่ 190 ตัว ส่วนแรงบิดน้อยกว่าดีเซลนิดหน่อยเพราะเครื่องดีเซลมาสด้า 2.2 ลิตรมีแรงบิด 450 นิวตันเมตร แต่ถ้าเทียบกับเครื่องยนต์ตัว 2.0 เบนซินเดิมแล้ว รุ่น 2.5 T SP จะเหนือกว่าทั้งเรื่องของอัตราเร่งและแรงบิดครับ เครื่องเบนซิน 2.0 ตัวเดิมของ CX-5 มีแรงม้า 165 ตัวแรงบิด 210 นิวตันเมตร

แน่นอนครับ หลังติดเบาะ ผมเหาะฝ่าสายฝนไปนครลุงตู่ เอ๊ย! นครนายก หาโลเคชั่นถ่ายภาพซื้อไก่ย่างเหนียวนึ่งกินในรถ เพราะยังเป็นช่วงล็อคดาวน์ร้านอาหารการกิน ปิดเงียบกริบ ถนนหนทางโล่งพอที่จะเรียกพลัง 2.5 TURBO มาใช้กันแบบได้ลากยาว ๆ

 

 

มันสนุกเมามันส์ได้อารมณ์ จี๊ดจ๊าดหลังติดเบาะจริงครับ เครื่องตัวนี้สมบูรณ์ครับ เหมาะสำหรับขาแรงคอเอสยูวีที่ชอบความสะใจในอัตราเร่งกดติดตีน เรียกรอบได้ต่อเนื่องคือรถมันดื้อมันสู้ ถ้าใจคุณไปตีนคุณไวมันก็ไม่ยอมทั้งใจทั้งตีนคุณครับ บอกได้เลยว่าเป็นรถเอสยูวีขนาดกลางที่ขับมันส์มาก ช่วงล่างหนึบนุ่มค่อนไปถึงแข็งกระด้างนิด จงใจเซ็ทช่วงล่างเบาะท่านั่งมาให้รองรับคือมีความดิบนิด ๆใส่เข้าไปเพื่อเติมอารมณ์สปอร์ตให้กับรถเอสยูวีที่มีคาแลคเตอร์จี๊ดจ๊าด

ถ้าจะซื้อก็ไม่ต้องถามหาว่าจะกินน้ำมันหรือไม่ ผมว่าไม่อยู่ในวิสัยที่ควรจะถาม ซึ่งคนที่มีกำลังและประเมินตัวเองว่าจะใช้รถเบนซินเทอร์โบ ก็อย่าเอาคำถามนี้ไปถามเค้าเลยครับมันเป็นการสร้างความอึดอัดหาวเรอให้กับคนขายเค้ามากกว่า แค่ถามว่ากินมากกว่ารุ่นปกติ พวกไม่มีเทอร์โบมากมั้ยอยู่ในปริมาณที่รับได้รึป่าว ไม่ใช่ว่าเอาแต่ซดโฮก ๆ ก็พอละครับ

อยู่กับ CX-5 2.5 เทอร์โบ ผมไปนครนายก - กทม. ในช่วงวันสองวันแรกที่รับมาหลังจากนั้นอีก 4-5 วัน ก็แค่ถอยเข้า-ออก หน้าบ้านในบ้าน เพราะน้ำมันเหลือประมาณ 1 ขีด รอหัวหน้าโต เอามาสด้า 3 มาเปลี่ยนให้ มีน้ำมันมาเต็มถังค่อยหาที่ไปใหม่ละกันครับ 555

 

 

MAZDA3 SEDAN ดอดไปเยี่ยมยายที่สิงห์บุรี

มาสด้า 3 อยู่ในร่าง 2 สไตล์ คือ แฮทซ์แบคหรือฟาสแบค 5 ประตู กับซีดาน 4 ประตูมาตั้งแต่ไหนแต่ไร รูปลักษณ์ของทั้งสองแบบก็มีความสวยงามแตกต่างกันไปคนละแบบ มีแฟนคลับแบบของใครของมัน ผมเองตั้งธงว่าชอบแบบ ซีดาน 4 ประตูมาตั้งแต่โมเดลก่อน จนมาถึงโมเดลล่าสุดที่มาแบบออลนิวในปี 2019 ที่ผ่านมา              

แล้วผมก็ยังรักลุ่มหลงน้ำลายไหลในแบบ 4 ประตูซีดานไม่เปลี่ยนแปลง ชอบที่ด้านท้ายครับ ผมว่ามันเด้ง งอนงามดูมีมิติ ลงตัวตั้งแต่รูปทรงมิติฝาท้ายไฟท้ายกันชนท้าย ท่อคู่และสเกิ๊ต ลงตัวทุกมุมมอง ในขณะที่แบบ แฮทซ์แบคผมก็ไม่ได้จงเกลียดจงชัง แต่กลับไม่ชอบเท่าไหร่ คือ 4 ประตูซีดานในมุมมองของผมมันเหมือนผู้หญิงก้นเด้งเรือนร่างนางแบบสะโอดสะองมีเอวหน้าท้องแบนราบมีซิกแพค ในขณะที่แบบ 5 ประตู ผมมองว่าเธอดูเหมือนสาวอวบ ช่วงล่างหนาขาไม่ยาวเรียวที่สำคัญก้นเธอห้อยเพราะไม่ได้ทำสควอร์ซ 555

เรื่องเรือนร่างรูปทรงความสวยความงามมันแล้วแต่ว่าสวยของใครเป็นของใครใช่มั้ยครับ อย่าให้บรรยายต่อเลยครับ คือผมสามารถอรรถธิบายได้ยาวนะครับสำหรับเรื่องเรือนร่างของยวดยานหรือหญิงสาวเนี้ยะ แต่มันจะออกเรด RR เดี๋ยวจะหาว่าหมกมุ่น

 

 

แต่กระนั้นรึ คนใกล้ตัวที่รู้จักส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกเป็นเจ้าของแบบ 5 ประตูแฮทซ์ หรือฟาสแบค เพราะเค้าอาจจะดูแล้วได้กำไรเพิ่มมาอีกประตูนึง คือด้านท้าย 555 สำหรับผมคุ้นเคยกับมาสด้า 3 ดีเพราะขับมาเยอะ โดยเฉพาะแบบ 5 ประตูโมเดลเดิม แล้วก็เคยติติงทีมงานไปว่าสิ่งที่อยากให้มีในมาสด้า 3 หากมีการปรับโฉมหรือเปลี่ยนโมเดลนั้นก็คือไลท์ติ้งภายในรถ แผงข้างประตูโมเดลเก่ามืดทึบไป กลางคืนต้องลูบคลำเอาจะเปิดกระจกบานหน้าไปกดเอาบานหลัง ได้ผลครับ โมเดลใหม่มานี่ ไลท์ติ้งดี สว่างไสว ขอชมเชย เวลาจะเขี่ยไม่ต้องใช้สัมผัสด้วยความรู้สึกอีกต่อไปแต่มีไฟสัญลักษณ์สว่างส่องให้มองเห็นได้ชัดเจน

หลังจากรับมาสด้า 3 จากรองประธานโต มาในช่วงหลังสงกรานต์ ให้นึกถึงคุณยายที่นั่งรอลูกหลานอยู่ที่บ้านพี่ป้าน้าอาย่านอำเภอพรมบุรี โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ลูกหลานไม่ได้ไปรวมญาติกันในปีนี้ เลยทำเอายายผมที่อายุปาเข้าไป 93 ปี กินข้าวปลาไม่ได้ย้ายไปนอนโรงพยาบาลแอดมิดไปสองสามคืน

 

 

พี่ป้าน้าอา ก็ย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นห่วงลูกหลานจะพาเอาเชื้อไปติดยาย ซึ่งสูงอายุมากแล้ว อันที่จริงยายผมยังเป็นยายทวดที่ยังจัดว่าแข็งแรงมาก ๆ วัน ๆ ปลูกต้นไม้ ถางหญ้าร้องคาราโอเกะทั้งที่หูฟังไม่ได้ยิน อารมณ์ดีเลิศ ยิ้มหัวเราะได้ตลอดเวลาแถมดูหมอแม่น จำได้ว่าในช่วงปีใหม่  2563 ที่ผ่านมายังไปแวะไปเยี่ยมรวมญาติกันที่บ้านพรหมบุรีร้องคาราโอเกะกันอยู่เลยครับ แต่ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา น้า ๆ อา ๆ บอกว่ากินไม่ค่อยได้นอนไม่ค่อยหลับกังวลเป็นห่วงลูกหลานจนซูบผอม ต้องพาไปโรงพยาบาลและหมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ผมเองก็ตัดสินใจลังเลอยู่นานว่าจะดอดไปหาดีมั้ย พอดิบพอดีกับ พี่โตเอามาสด้า 3 ซีดานลำมาเปลี่ยนให้ ก็เลยแอบย่องไป อยู่ห่าง ๆ จะกอดก็กอดไม่ได้สัมผัสตัวไม่ได้ ในทุกครั้งที่เจอกันทีไรก็จะกอดกันแน่นเสมอ แกจะรักผมมาก และสนิทกับผมมาก ด้วยผมหลานคนแรกของตระกูล และเลี้ยงผมมาแต่น้อย  

 

  

 

การเดินทางไป - กลับ ลาดพร้าว – อ่างทอง – ไชโย - พรหมบุรี สองร้อยกว่าโลนิด ๆ ขับสบาย ๆ ชิว ๆ จิ้มมือถือซิ้งค์แอปเปิลคาร์เพลย์ฟังเพลงผ่านยูทูปนุ่มหูจากลำโพงเทพ แบรนด์โบส เหมือนอยู่ท่ามกลางคอนเสิร์ตยุค 90 เมียบอกเปิดอยู่แต่เพลงเดิม ๆ ฟังตั้งแต่ในบ้านตอนออกกำลังเข้ารถมายังฟังสล็อตเดิม ๆ

แล้วไงหละของเดิม ๆ แหละมันดีที่สุดเพราะเลือกแล้ว ผมบอกมันไม่เดิมทั้งหมดหรอกลองฟังรายละเอียดสิ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนเพลงในมิกซ์ มันแทรกโฆษณาใหม่เข้ามาตลอด ลองฟังสิ รำคาญมันก็ตรงเนี้ยะแหละบอกตรง

 

 

เส้นสาย เรียบง่าย หรูพรีเมี่ยม ทั้งภายนอกภายใน ไม่เยอะแยะเกะกะ ซับซ้อนน่ารำคาญ เหมือนรถญี่ปุ่นแบรนด์อื่นที่ขี้กังวลเติมนั่นโน่นนี่จนออกมารกเป็นลิเกหลงโรง คือคอนเซ็ปท์ของมาสด้า 3 และมาสด้ายุคใหม่ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร สกายแอคทีฟ ช่วงล่าง เกียร์ บอดี้ คอมมูนิตี้ ชาแนล รวมไปถึงเชฟตี้ทุกอย่างเป็นสกายแอคทีฟเต็มลำ จัดมาใหม่หมด มาสด้า 3 เป็นรถขับสนุก เน้นอารมณ์การขับขี่อยู่แล้ว แบบ 4 ประตูก็ยังคงความเสถียรไม่น้อยกว่า แฮทซ์แบคที่มีประตูที่ 5 มาถ่วงน้ำหนัก พวงมาลัยใหม่ แรก ๆ ผมก็มองว่าไม่ค่อยสวยเพราะมองว่าในโมเดลเก่ามันหนาหนึบกระชับมือกว่าวงใหม่ที่มองว่าทั้งวงและก้านมันเล็กไปไม่กระชับมือแถมสไตล์มันดูเอ็กซ์โซติกหน่อย แต่พออยู่และดูไปนาน ๆ เออจริงว่ะ มันสวยกระชับและออกแบบได้ลงตัวกว่าและแบบเก่าก็จะเริ่มเอาท์ ๆ จากความคิดผมไปโดยปริยาย

 

 

มาสด้า 3 แบบ แฮทซ์แบค หรือ ฟาสแบค ที่มี 5 ประตูจะมีให้เลือก 3 เกรด

- รุ่น 2.0 C SPORT ราคาเริ่มต้น 969,000 บาท

- รุ่น2.0 S SPORT ราคา 1,069,000 บาท

- รุ่น2.0 SP SPORT รุ่นท็อปราคา 1,198,000 บาท

ส่วนแบบ 4 ประตู ซีดานก็มีให้เลือก 3 เกรดเช่นกัน

- รุ่น2.0 C ราคา 969,000 บาท

- รุ่น2.0 S ราคา 1,069,000 บาท 

- รุ่น 2.0 SP ราคา 1,198,000 บาท

มาสด้า 3 ทุกเกรดใช้เครื่องยนต์เดียวกัน 1,998 ซีซี 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 213 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที เป็นเก๋งคอมแพตสปอร์ตซีเซกเม้นท์ที่เน้นขับสนุกควบคุมได้อารมณ์ช่วงล่างหนึบสไตล์ยุโรปที่ถือว่าเด่นที่สุดในคลาส ณ เวลานี้ครับ