นายกฯ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย
ดิ้นเจาะตลาดนอกไทย
ร้องรัฐฯ สร้างโอกาสให้ SME ไทยก่อนตุยยกยวง
สัมภาษณ์ คุณสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย
จากปัญหาที่คาราคาซัง รอการแก้ไขของรัฐบาล เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยังไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องในอุตสาหกรรมนี้ ได้รับผลกระทบ ทำให้สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกับอีก 9 สมาคมสัญชาติไทย ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งมีสมาชิกรวมกันมากกว่า 1,500 ราย ร่วมลงนามแถลงการณ์ ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐบาล มุ่งรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจของชาติ (เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา)
ทั้งนี้ ได้มีโอกาสต่อข้อซักถามสถานการณ์ในปัจจุบันของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ คุณสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ดังนี้
ปัจจุบันซัพพลายเชนมีสัดส่วนที่เป็น SME ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
ประมาณ 70% เป็น SME หากมองจากพีระมิดของผู้ผลิตชิ้นส่วน ส่วนยอด เฟิร์สเธียร์ คือบริษัทที่มีญี่ปุ่นเข้ามาในฐานะ JB เป็นจอยเวนเจอร์ ดังนั้นญี่ปุ่นจะให้ความรู้กับบริษัท เฟิร์สเธียร์อย่างดี และไม่ค่อยได้รับผลกระทบนัก เพราะเขาสามารถปรับตัวได้เร็วและมีศักยภาพส่วน OEM ราว 70% โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทคนไทย เป็น SME ล้วน ๆ ซึ่งกลุ่มนี้คือกลุ่มที่เราในนามของสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ต้องซัพพอร์ต โดยพยายามให้ความรู้ และช่วยมองหาตลาดให้ SME ปรับตัวไปผลิตชิ้นส่วนในตลาดอื่น หรืออุตสาหกรรมอื่น ซึ่งไม่ง่ายนัก เพราะ เธียร์ 3 มีกว่า 400 บริษัท จากสมาชิกในชมรม 670 บริษัท
พวกเราในทุกสมาชิก มีความสามารถโดยเฉพาะในเรื่องของแม็คคาทรอนิกส์ เป็นความโดดเด่นของผู้ประกอบการไทยอย่างหนึ่ง เราสามารถดิ้นไปในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ผู้ผลิตฉีด ชุบ เราก็ขยับไปทำตลาดเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง หรือเชลฟ์วางสินค้าได้สบาย ๆ คนญี่ปุ่นให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทยเยอะ แต่ปัญหาคือการมองหาตลาดที่ SME ไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้เอง ดังนั้นรัฐฯ ต้องเป็นผู้ชี้ช่องทางให้กับเขา
ในปัจจุบันผมในฐานะนายกสมาคมฯ พยายามหาออร์เดอร์ และทรานฟอร์มไปทำในตลาดอื่น ๆ ซึ่งผมก็ช่วยเหลือสมาชิกได้บางส่วนเท่านั้น
ออเดอร์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่หายไปสักกี่เปอร์เซ็นต์ในปีนี้
ต้องตีว่าเฉลี่ย 2 ล้าน น่าจะ 30% ที่หายไป เพราะฉะนั้น 30% ที่หายไปส่วนหนึ่งก็ไปหาออเดอร์ใหม่ หาตลาดต่างประเทศมารับออเดอร์ มีหลายบริษัท อย่างตอนนี้เอง ตลาดอินเดีย โตมากมีหลายบริษัทเริ่มผันตัวไปจับออเดอร์ที่อินเดีย บางบริษัทไปจับตลาดโปรตุเกส ไปจับตลาดยุโรป ในช่วงเวลานี้เหมือนทุกคน พยายามหาออร์เดอร์เอง เพราะอย่างที่ผมบอกไปว่าตลาดโลกมันใหญ่มาก เพียงแต่ทำอย่างไรให้ศักยภาพในการเข้าถึงออร์เดอร์ มันง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น เพราะอย่างไรก็ตามทุกบริษัทคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ และรอวันปิดบริษัทแน่นอน
ผู้ประกอบการถ้ามองตลาดในประเทศอย่างเดียว จะเหนื่อย เพราะมีออร์เดอร์หายไป ถึง 6 แสนออร์เดอร์ จากยอดเดิมคือ 2 ล้าน ดังนั้นการไปจับตลาดต่างประเทศ ที่อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย ตะวันออกกลาง แม็กซิโก บราซิล ยังมีตลาดที่น่าสนใจอีกเยอะ อย่างซาอุฯ ผลิตรถปีละ 2 แสนคัน ไม่เคยมีผู้ประกอบการใดไปเลย ตอนนี้ผมเข้าไปเปิดตลาดคนแรก ๆ แล้ว เราก็เอาโอกาสนี้มาทำ มาแบ่งปัน เราต้องดิ้น ถ้ารอรัฐบาลมาช่วยอย่างเดียวมันไม่ทันจริง ๆ
ปัจจุบันซัพพลายเชนปรับไปทำอุตสาหกรรมอะไรบ้างแล้ว
อย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว ก็ทำเรือดำน้ำ ทำรถไฟ ทำอะไรต่าง ๆ เนี่ยได้ไม่จำเป็นต้องเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างบางแหล่งทำชิ้นส่วนโต๊ะ เครื่องมือช่าง ส่งขายอเมริกาออเดอร์ทำแทบไม่ทัน เพราะว่าอเมริกาต้องการเชลฟ์วางของเขาสั่งออเดอร์มามากมาย หรือแม้แต่ทำที่ใส่จักรยานที่ยุโรป ซึ่งเขาจะมีดีไซน์ตัวใส่จักรยานขายดีเกือบ 300 ล้าน เราและสมาชิกที่มองไปในทิศทางเดียวกัน ก็พยายามเบนเข็มไปในรูปแบบอื่นมากขึ้น เพียงแต่การรุกคืบ การเข้าถึงแหล่งใหม่ มันไม่ได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าโอกาสไม่เอื้อ ก็ถือว่าเป็นจุดด้อยที่น่ากลัวของอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทย
อุตสาหกรรมในเวียดนามเป็นอย่างไร
อุตสาหกรรมในประเทศ เวียดนาม หรือ อินโดนีเซีย อาจไม่ใช่รถยนต์ไป แต่ถ้าชิ้นส่วน แบตเตอรี่ต่าง ๆ ต้องเป็นพวกที่ขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมรุก พร้อมขยาย พร้อมจับคู่ ถ้าทำตามสั่งคงจะยาก และศักยภาพของกลุ่มเธียร์ 3 คือปัจจัยที่น่ากังวลที่สุด ซัพฯ เล็กต้องเข้าหาคน ผนึกไปกับเข้า คนไหนที่ไม่มีโรงงานอาจไม่ไปต่อ มันไม่ได้ประโยชน์จากตัวอาเซียน เพราะอย่างที่บอกอัพได้ทั่วประเทศ เราอยู่ที่ไทยก็สูงอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเวียดนาม เราก็อยู่ไทยประสบความสำเร็จ ประเทศอื่น ๆ เขาใช้โลคัทไรท์เซชั่นเป็นตัวบีบให้ไปลงทุน แต่ถ้าไม่บีบอยู่ที่ไทยแล้วส่งออกไปก็พออยู่แล้ว เพราะมาตรการภาษี อาฟต้าคือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกยกเว้นการเก็บภาษีศุลกากร (เหลือ 0%) สำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนในภูมิภาค คือ 0%
ในฐานะนายกสมาคมในเฟสแรกที่เห็นเป็นรูปธรรมที่ช่วยเหลือสมาชิกเธียร์ 3
พยายามในเรื่องของการอัปสกิล สิ่งที่เราทำได้เอาอุตสาหกรรมที่เรามีอยู่ อัปสกิลขึ้นมา ให้เป็นแม็คคาทรอนิกส์ และพวกเราพยายามดึงเรื่องแม็คคาทรอนิกส์ขึ้นมาให้ทุกคนได้เรียนรู้ และผสมผสานความรู้ระหว่างแม็คคาทรอกส์ อิเล็กทรอนิกส์ และพยายามสร้างมันให้เกิด Value Added ทำในสิ่งที่โลกต้องการ เช่น ระบบ ADAS อยู่ในอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เราต้องทำเรื่องพัฒนาคนให้เก่งขึ้นไปอีก นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ เพราะฉะนั้นเรา บุคลากรต้องมีทั้งสกิล เมคคาทรอนิกส์คือเก่ง อิเล็กทรอนิกส์คุณใช้เป็น คุณเรียนรู้จากเขา และไปต่อยอด นั่นก็คือสิ่งที่ประเทศควรได้รับ ไม่ใช่ให้ประชากรหรือบริษัทชาวต่างชาติได้รับผลประโยชน์มากกว่าคนไทย กอบโกยพอใจแล้ว ยกหีบหนีกลับประเทศตัวเอง
กล่าวโดยสรุปเกี่ยวกับประเด็นนี้ หากรัฐมีมาตรการที่ชัดเจน และได้ประโยชน์ทุกมิติ ทั้งผู้ประกอบการรายเดิม ผู้ประกอบการรายใหม่ ผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการรายย่อย สำหรับตลาดในประเทศ ส่วนตลาดนอกประเทศรัฐควรสอดส่อง บอกกล่าว และชี้ช่องให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม ก็จะช่วยให้ทุกผู้ประกอบการลืมตาอ้าปาก ได้ไม่ล้มหายตายจากไปจากอุตสาหกรรม

