พงศ์เผ่าเจ้าสัวยานยนต์ไทย
ตระกูล บุญวิสุทธิ์ กับอาณาจักร เมโทร กรุ๊ป
EP.2/2569
โดย วชิระ เรืองมาลัย
ตระกูล บุญวิสุทธิ์ กับอาณาจักร เมโทร กรุ๊ป “ผ่าแผนบุญวิสุทธิ์ เจน3” วิเคราะห์เส้นทาง อนาคตธุรกิจรถยนต์ “เมโทร กรุ๊ป” “บดินทร์ บุญวิสุทธิ์” รุ่นหลานทวงคืนบัลลังค์ “ดิสทริบิวเตอร์” ข่าวลือ? หรือข่าวจริง เลิกเบนซ์ เลิกมิตซูฯ
พี่บอส คือชื่อเล่นฉายาที่คนใกล้ตัวใช้เรียกขานถึง บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ผู้พี่ของ ศิลปิน เจ้าพ่อเพลงดิสโก้ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ศิลปินดังแห่งวงกรุ๊ปไรเดอร์
พี่บอส บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ก็คือประธานกรรมการบริหารเมโทร กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจยานยนต์แถวหน้าที่ ก่อร่างสร้างตัวมาจากยุค คุณปู่เจนที่ 1 คุณสุกิจ บุญวิสุทธิ์ (2498-2521) ในขณะที่เจน 2 คือ คุณบุญเลิศ บุญวิสุทธิ์ คุณพ่อของ พี่บอสนั้น เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักธุรกิจ รถยนต์เป็นตระกูลค้ารถ ในฐานะเจ้าของอาณาจักร “โตโยต้ามหานคร”
หลังปี 2556 ที่ตระกูลบุญวิสุทธิ์ ตัดสินใจครั้งสำคัญขายกิจการ โตโยต้ามหานคร 13 โชว์รูม มูลค่าดิว 3,000 ล้านบาท ส่งต่อให้กับ ตระกูล “ลิ้มนันทรักษ์“
กลุ่มมหานคร ชื่อเรียกขาน ตามสถานะกิจการในช่วงนั้นมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก “บุญเลิศ” รุ่นพ่อ เจน 2 จากการเป็น 1 ใน 9 ดีลเลอร์โตโยต้าในเขตกรุงเทพฯ ที่มีโชว์รูมมากถึง 13 โชว์รูมเคยสร้างประวัติศาสตร์ ในช่วงพีค ของตลาดขายโตโยต้ายี่ห้อเดียวมียอดขายมากกว่า 15,000 คัน
กำเนิด เมโทร กรุ๊ป ภายหลังยุติ โตโยต้ามหานคร ในปี 2556 กับธุรกิจ เมโทร มิตูบิชิ ในฐานะ ดีลเลอร์ มิตซูบิชิ เมโทรฮอนด้า ในฐานะ ดีลเลอร์ และ เบนซ์ เมโทรออโต้เฮ้าส์ ในฐานะ ดีลเลอร์ เมอร์เซเดส เบนซ์ ที่ถนนพระราม 2 ขาออกตรงข้ามเซ็นทรัลพระราม 2 โดยเบนซ์เมโทรออโต้เฮ้าส์นั้น บริหารและดูแลโดย บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ เริ่มต้นปี 2556

บดินทร์ บุญวิสุทธิ์
ชื่อของ เมโทร กรุ๊ป มาแทนที่ กลุ่มมหานคร และส่งต่อธุรกิจ จากเจนที่ 2 บุญเลิศ สู่มือรุ่นเจนที่ 3 รุ่นหลาน เมื่อ บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ กลับมาจากอเมริกา เพื่อรันธุรกิจ โตโยต้ามหานคร โดยเริ่มที่ โตโยต้า สาขา อยุธยา แห่งเดียวที่ กลุ่มมหานครไม่ได้ขายไปด้วยและเหลืออยู่ในเวลานี้ โดย พี่บอส บดินทร์ เริ่มในปี 2546 หลังจากเรียนจบบอสตัน และทำงาน อยู่ในโตโยต้าในลอสแองเจอลีส มาได้ระยะหนึ่ง
ในเชิงประวัติศาสตร์การค้ารถของกลุ่มเมโทรถ้านับจากรุ่นแรกเจน 1 คุณปู่สุกิจ เดินทางมามากถึง 70 ปี ตั้งแต่เริ่มจากขายรถบรรทุก หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น ฟาร์โก้ จากเจนเนอรัลมอเตอร์ GM เดอโซโต จากดอร์จ เมอร์เซเดส เบนซ์ ทรัค ออสติน และ โตโยต้า ในหลายจังหวัดเช่น สระบุรี อยุธยา นนทบุรี นครนายก และชลบุรี รวมทั้งเป็น ดีลเลอร์อีซูซุ ภาคกลางในนาม จึงกงเฮง อีซูซุ
รุ่นที่สอง GEN 2 คุณบุญเลิศ ปี 2517-ปัจจุบัน นอกจากการเป็นดีลเลอร์ โตโยต้าในนามกลุ่มมหาคร ทำให้ชื่อเสียงของกลุ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางแล้วนั้น อีกบทบาท ที่ทำให้ “บุญวิสุทธิ์” ขึ้นชาร์ตอยู่หัวแถวกลุ่มตระกูลธุรกิจค้ารถไทยนั่นก็คือการเป็น “ผู้แทนจำหน่าย” หรือตัวแทนประจำประเทศไทย สำหรับรถยนต์ ชั้นนำจากต่างประเทศ ในขณะนั้น (ช่วงปี 80-90 ) ก็คือ การได้ลิขสิทธิ์การจำหน่ายรถยนต์ เรโนลต์ จาก ฝรั่งเศส และแดวู จากเกาหลี
ทั้งเรโนลต์ และแดวู แม้คุณบุญเลิศจะไม่ได้ลงไปดูแลธุรกิจด้วยตัวเองกรอปกับทายาทในขณะนั้นทั้งพี่บอสบดินทร์ และบุรินทร์ ก็ยังอยู่ในวัยเยาว์ แต่บุญเลิศก็มีมือวางที่เข้าไปดูแลบริหาร มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เดวิด ดับเบิลยู โฮวาร์ด มือวางดูแลธุรกิจ เรโนลต์ จนมาถึงคิวของ แดวู ก็ได้มอบให้ สุรศักดิ์ ชัยกุลงามดี (เฮียหลอ) ที่ว่ากันว่าเป็นเพื่อนรักของบุญเลิศในแวดวงแข่งขันรถยนต์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มาจากแวดวงกาเม้นท์ ไปนั่งบริหารในตำแหน่งประธานบริหาร แดวู มอเตอร์ ไทยแลนด์ และมีกุนซือเบื้องหลังอย่าง เอนก มั่นคง อดีตผู้บริหาร อยู่เคียงข้าง
หลังปี 2546 เมโทร กรุ๊ป ภายใต้การนำของพี่บอส ได้สร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมากมาย อาทิ โรงเรียนมหานครธุรกิจยานยนต์ หรือแม้การก่อตั้งชมรม Life Cycing สร้างกระแสการรักสุขภาพอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยใช้จักรยานเป็นกิจกรรมหลักริเริ่ม ผลักดันโครงการ Car free road ร่วมกับ Aot จนเกิด สนามปั่น “Sky lane“
เรากำลังจับตา กลุ่มทุนยานยนต์ ภายใต้ชื่อกลุ่ม “เมโทร กรุ๊ป” ว่าจากนี้ไป แนวคิดธุรกิจในมือ เจนที่ 3 จะเดินทางไปในทิศทางไหน เพราะหลังจากเริ่มต้นมาถึงวันนี้ กำลังมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายประการ เมื่อกลุ่มเริ่ม ขยับขยาย ไปเป็น ดีลเลอร์รถ EV หรูอย่างซีเคอร์ และ ล่าสุดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือเรียกว่า “ดิสทริบิวเตอร์” รถยนต์หรูระดับธงที่เป็นตำนานของรถระดับประธานาธิบดีของจีนอย่าง “หงษ์ฉี”
การขยับตัวของ เมโทร กรุ๊ป ไม่ใช่แค่เติมแบรนด์ เพราะในขณะเดียวกัน ก็มีข่าววงในแวดวงค้ารถกล่าวกันว่า เมโทร กรุ๊ป ได้ตัดสินใจ ยกเลิกการเป็น ดีลเลอร์รถหรู อย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปลี่ยน โชว์รูม “เบนซ์ เมโทร ออโตเฮ้าส์” พระราม 2 ให้เป็น ซีเคอร์ หรือ หงษ์ฉี โชว์รูมในอนาคต
ถึงแม้จะไม่มีประกาศข่าวนี้ออกมาอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝั่ง แต่เมื่อเราเช็คข้อมูลไปทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไทยแลนด์ เพื่อยืนยันก็กลับไม่มีรายชื่อ เบนซ์ เมโทร ออโต้เฮ้าส์ ปรากฎอยู่ในสื่อเวปไซต์ และเพจ ของเบนซ์ไทยแลนด์ว่าเป็นหนึ่งในดีลเลอร์ผู้จำหน่ายรถยนต์เบนซ์ในเวลานี้
ขณะเดียวกัน เมโทร มิตซูบิชินั้น อาจจะยุติ และเปลี่ยนเป็น เมโทร GWM ภายใต้ดิวลับที่ผู้บริหาร GWM คนไทยที่ย้ายสำนักไปจากโตโยต้า ซึ่งมีคอนเนคชั่นยาวนานมาทั้งกับบุญเลิศและพี่บอสบดินทร์เป็นคนดิว
เมอร์เซเดส-เบนซ์ กำลังเสียท่าในตลาดรถหรูไทย นอกจากเสียตำแหน่งแชมป์มา 6 ปีให้กับ BMW แล้ว เทรนธุรกิจรถยนต์ กำลังเปลี่ยนมือ จากแบรนด์ยุโรป สู่จ้าวยุทธภพอย่างค่ายรถยนต์จีน ซึ่งไล่ล่าบดขยี้ หวังผลให้พวกเขาขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดโลกไม่สนว่าจะเป็นญี่ปุ่น เมกา ยุโรป หรือเอเชีย ขณะนี้ค่ายจีนฮึกเหิมมาก พวกเขาประสบความสำเร็จในตลาดแมส และกำลังตั้งความหวังครองตลาดหรู

บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์
13 ปีที่ เมโทร กรุ๊ป คลุกคลีกับตลาดรถหรูในฐานะดีลเลอร์เบนซ์ และด้วยชื่อเสียงของบิ๊กบอส บดินทร์ ผู้พี่ และบุรินทร์ ผู้น้องนักร้องดัง ทั้งคู่ถือเป็นบุคคลมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาของคนในสังคม ประวัติการศึกษาการทำงาน ผลงาน ชาติตระกูลการันตีได้ว่า ทั้งคู่คือ “เซเรฟ” ของแท้เมื่อฐานต่าง ๆ ทุกด้านพร้อม แบลคกราวน์ สถานภาพธุรกิจ การเงินความมั่งคั่ง ทุกอย่างไร้ที่ติ จากนี้ไปคือความเปลี่ยนแปลง ที่จะเห็นได้คือการขยับฐานกลุ่มลูกค้า จากกลุ่ม แมสมาร์เก็ต จากตลาดรถระดับล่าง สู่รถพรีเมี่ยม และระดับลัคชั่วรี พร้อมกับการสร้างระบบนิเวศน์ยานยนต์ที่กลุ่มมีอยู่ในมือให้แข็งแรงสามารถเป็นบ่อน้ำเลี้ยงขนาดใหญ่ เพียงพอต่อการให้ลมหายใจแก่บุคลากรภายใต้การดูแลกว่า 1,000 ครอบครัวได้อย่างยั่งยืน เพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น รถเก่า รถเช่า ไฟแนนซ์ ฯลฯ
นอกจากนั้น ในเจนที่ 3 ของคุณบอส บดินทร์ นี้ก้าวสำคัญก็คือ การก้าวกลับมายกฐานะเมโทร กรุ๊ป กลับไปสู่ความเป็น“ดิสทริบิวเตอร์” รถยนต์จากต่างประเทศหลังจากที่ห่างหายไปนานในช่วงของ GEN 2 เนื่องจากติดสัญญาและมารยาททางธุรกิจในฐานะที่ได้ขึ้นชื่อว่าพวกเขาคือโตโยต้า มหานคร”
น่าจับตา เกมต่อจากนี้ไป ซึ่งเราคงไม่ต้องห่วงว่า “หงษ์ฉี” รถพรีเมียมจีนที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วภายใต้ร่มของ เมโทร กรุ๊ป จะน่าซื้อน่าใช้ น่าห่วงขนาดไหน เพราะส่วนตัวมั่นใจว่าเมื่อกลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ ดำเนินธุรกิจมากว่า 70 ปี มีฐานลูกค้ากว่า 200,000 ราย คงไม่ได้มาทำอะไรเล่น ๆ หรือชุ่ย ๆ ให้เสียภาพลักษณ์ชื่อเสียงที่สั่งสมมา
แต่สิ่งที่เรากำลังจับตาต่อไปก็คือ เมื่อขึ้นชื่อว่าได้กลับมาทวงสถานะ ความเป็นดิสทริบิวเตอร์ หรือยกชั้น ธุรกิจของกลุ่มขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่เคยอยู่ได้แล้ว มันคงไม่หยุดอยู่แค่ การได้ลิขสิทธิ์ ทำตลาดเพียงแค่แบรนด์เดียวแน่ ๆ ครับ และการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกการเป็นคู่ค้ากับค่ายรถเก่าเพื่อก้าวไปสู่เทรนด์ใหม่ของตลาดร่วมกับค่ายดาวรุ่งพุ่งแรงนั้น จะจริงเท็จแค่ไหน แน่นอนครับธุรกิจมันต้องเดินไปข้างหน้า และถ้าอยากเป็นผู้นำก็ไม่แปลกที่จะต้องเลือกที่จะอยู่ข้าง “ผู้ชนะ”
วชิระ เรืองมาลัย รายงาน
ขอบคุณภาพประกอบ
บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์
จาก Hello Magazine

