อุตฯ ยานยนต์กระบะ

รอมาตรการฟ้าประทาน

 

ตลาดกระบะร่วงหนัก ทั้งผลิต ส่งออก และจำหน่ายในประเทศ ฉุดซัพพลายเออร์ตกรูด ส่งผลถึง GDP ประเทศไทยต่ำเตี้ย รัฐฯ เร่งใส่เกียร์เดินหน้าโดยพลัน

กระบะมกราคม – กันยายน 2569 หดตัวต่อเนื่อง ส่งผลโดยรวมต่อซัพพลายเออร์หนัก ในอดีตยอด 30,000 คันต่อเดือน เหลือ 10,000 คันต่อเดือน กระทบสาหัส วิเคราะห์ง่าย ๆ อาทิ ยางและล้อ 1 คัน เท่ากับ 4 เส้น กระจก หม้อน้ำ ใบปัดน้ำฝน ฯลฯ มากมาย จุกไปกับสถานการณ์ จากเดิมเคยทำงาน 5 วัน ลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะรถกระบะใช้ โลคัล คอนเทนท์ถึง 90% จึงกระทบต่อห่วงโซ่อุตฯ เยอะ หนักหน่วง

เมื่อ 1- 2 ปีที่ผ่านมา มีเคสที่ต้องปิดกิจการเลย เป็นซัพพลายเออร์ เธีย 2 หรือ 3 ทางกลุ่มฯ ได้ยืนข้อเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก ทั้งนี้ทุกสมาคมฯ ที่เกี่ยวข้องก็พยายามติดตามความคืบหน้า เพื่อที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไปให้ดีขึ้น ในส่วนของยอดผลิต ส่งออก และในประเทศ ในรอบ 9 เดือน

ยอดผลิตกระบะ

สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 72,195 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 6.81 คิดเป็นร้อยละ 60.00 ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด และตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 670,421 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 0.39 โดยแบ่งเป็น

- รถกระบะบรรทุก มีจำนวนสะสม 107,693 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 1.20

- รถกระบะดับเบิลแค็บ ICE มีจำนวนสะสม 416,790 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 2.96

- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มีจำนวนสะสม 3,230 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 1,335.56

- รถกระบะ PPV มีจำนวนสะสม 142,708 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 4.26

ยอดผลิตเพื่อส่งออก

สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 64,328 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 0.83 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 541,313 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 2.24 โดยแบ่งเป็น

- รถกระบะบรรทุก มีจำนวนสะสม 56,517 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 5.44

- รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวนสะสม 372,446 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 4.23

- รถกระบะ PPV มีจำนวนสะสม 112,350 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 6.98

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนกันยายน 2569 ผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 39,251 คัน คิดเป็นร้อยละ 32.62 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือน

กันยายน 2568 ร้อยละ 3.91 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 393,383 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 7.79

สำหรับยอดขายรถกระบะ แบ่งเป็น

- รถกระบะ (Pickup 1 Ton) จำนวน 5,003 คัน เท่ากับร้อยละ 9.05 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 11.50

- รถกระบะ BEV (Pickup 1 Ton) จำนวน 6 คัน โดยในเดือนกันยายน 2568 ไม่มีการจำหน่าย

- รถกระบะดับเบิลแค็บ จำนวน 5,106 คัน เท่ากับร้อยละ 9.24 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 4.95

- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV จำนวน 197 คัน เท่ากับร้อยละ 0.36 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 310.42

- รถกระบะดับเบิลแค็บ REEV ไม่มีการจำหน่ายในเดือนกันยายน 2569 ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 100.00

- รถกระบะดับเบิลแค็บ HEV จำนวน 3 คัน เท่ากับร้อยละ 0.01 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 87.50

ส่วนรถ PPV มีจำนวน 2,564 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2568 ร้อยละ 19.65

สำหรับยอดขายรถกระบะ แบ่งเป็น

- รถกระบะ (Pickup 1 Ton) จำนวน 47,552 คัน เท่ากับร้อยละ 9.12 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 16.11

- รถกระบะ BEV (Pickup 1 Ton) จำนวน 31 คัน โดยช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ไม่มีการจำหน่าย

- รถกระบะดับเบิลแค็บ จำนวน 53,681 คัน เท่ากับร้อยละ 10.30 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 7.60

- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV จำนวน 1,704 คัน เท่ากับร้อยละ 0.33 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 219.10

- รถกระบะดับเบิลแค็บ REEV จำนวน 22 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 69.23

- รถกระบะดับเบิลแค็บ HEV จำนวน 225 คัน เท่ากับร้อยละ 0.04 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 603.13

ส่วนรถ PPV มีจำนวน 29,512 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กันยายน 2568 ร้อยละ 4.91