Chery Group เดินหน้าสร้างแรงขับเคลื่อน

นวัตกรรมยานยนต์เต็มรูปแบบ

ใต้แนวคิด The Future Starts Here

 

20 เมษายน 2569 ฤกษ์งามยามดี Chery Group เปิดโรงงาน ที่นิคมพัฒนา จ.ระยอง อย่างเป็นทางการ ด้วยฟ้าฝนกระหน่ำรับพิธีเปิดโรงงานประกอบรถ Chery, Omada & Jaecoo และ Lepas  พายุฤดูร้อนโปรยปรายลดหรือเพิ่มอุณหภูมิความร้อนไม่รู้ เหงื่อไหลเหมือนอยู่ในคลาสซาวน์น่า

โรงงานแห่งนี้ เปิดภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ พร้อมเดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาค

 

นายเฉิน ชุนชิง (Mr.Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวว่า “ผมขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก”

Chery Group ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง พันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย และเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปี 2568

การขยายตัวในระดับสากลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในยุโรป Chery Group ได้ดำเนินธุรกิจมากกว่า 18 ประเทศ และในตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ครอบคลุม 14 ประเทศ พร้อมสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับประเทศไทย ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 แบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO ตามด้วย CHERY และ LEPAS สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของตลาดไทย

 

โซนการเข้าชมโรงงานประกอบ

โรงงาน NEV ในประเทศไทยได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง รวมถึงกระบวนการเชื่อมตัวถังอะลูมิเนียม และได้เริ่มเข้าสู่ระยะการผลิตแล้ว โดยในแผนระยะ 5 ปี (2569–2573) Chery Group ตั้งเป้ากำลังการผลิตที่ 80,000 คันต่อปี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์สำหรับการเติบโตในภูมิภาค

พิธีเปิดโรงงานในวันนี้ เปิดโอกาสให้แขกพิเศษ และสื่อมวลชน ได้เยี่ยมชม โรงงานประกอบในช่วงแรก ซึ่งมีด้วยกัน 41 สถานี โดยเริ่มจากการใส่แชสชีย์เล็ก ๆ หรือ การใส่สกรู น็อต ต่าง ๆ โดยเอาแต่ละชนิดมาประกอบที่นี่ โดยมาเป็นชิ้น เช่น ตัวถัง มาเป็นชิ้น ๆ ส่วนตามสีรถจริงที่พร้อมขาย จากนั้นค่อยทยอยเข้าประกอบตามสถานี อาทิ เอาชิ้นส่วนตัวถังขึ้นโครง ใส่น็อต สกรู ซีน ใส่ ซันรูฟ ใส่ระบบไฟฟ้า เป็นต้น ตอนนี้โรงงานใช้พาร์ทในประเทศไทยประมาณ 15% แต่มีแผนจะใช้โลคัลคอนเทนท์ให้ได้สูงสุดถึง 30%

ปัจจุบันโรงงานสามารถผลิตได้ 12 คันต่อชั่วโมง ตอนนี้เปิดทำงาน 8 ชม. + 2 ชม. คือ 10 ชม.  แต่มีแผนจะผลิตให้ได้ 24 คันต่อวัน

ในไลน์ผลิตตอนนี้ประกอบ J5, J6 และจะมี C5, V23 เป็นลำดับต่อไป โรงงานนี้เริ่มผลิตตั้งแต่เดือนมกราคม ตอนนี้ผลิตเพื่อส่งมอบลูกค้าในประเทศ เนื่องจากมียอดออร์เดอร์ค่อนข้างมาก ในเดือนสิงหาคม จะสามารถผลิตเพื่อส่งออก คาดว่าจะเป็นเวียดนามเป็นลำดับถัดไป  

ทั้งนี้โรงงานกำลังขออนุญาตเพิ่มเพื่อทำโรงงานสี ในส่วนของโรงงานเฟสหน้าคาดว่าประมาณไตรมาสอง-สาม น่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้  

 

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สิ่งที่เราต้องการสื่อสารในประเทศไทยนั้นชัดเจน คือความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาว เราไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกมิติ ตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย”

แผนการดำเนินงานในประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอของทั้ง 3 แบรนด์ โดย CHERY จะเน้นกลุ่มครอบครัวผ่านผลิตภัณฑ์ BEV และ PHEV ขณะที่ OMODA และ JAECOO จะสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรมครอสโอเวอร์และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ส่วน LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life” เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น

 

นอกเหนือจากการผลิต Chery Group ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “Here to Care” โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% และตั้งเป้าประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการในระดับสูง

ภายใต้แนวคิด “Here to Stay” กลุ่มบริษัทยังลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ผ่านโครงการพัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรม xEV ครอบคลุมทั้งนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษา บุคลากรในสายงาน และคนรุ่นใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ Chery Group ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ AHRDA เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ โดยมีกำหนดลงนามความร่วมมือด้านทักษะ NEV ในเดือนพฤษภาคม 2569 รวมถึงการลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เพื่อเสริมสร้างบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย

 

ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นต่อสังคมไทย รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกภายใต้แบรนด์ CHERY และ OMODA & JAECOO จะถูกส่งมอบให้แก่สภากาชาดไทย สะท้อนแนวคิดที่ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมควรเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้สังคม

การเปิดโรงงาน NEV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ Chery Group, OMODA & JAECOO ในด้านการผลิตภายในประเทศ นวัตกรรม และความร่วมมือระยะยาวกับประเทศไทย