โตโยต้า แจงยอดขายสะสม 9 เดือน
172,913 คัน ยอดเติบโต 3.05%
ส่วนแบ่งการตลาด 33.17%
โตโยต้า ในเดือนกันยายน มียอดขาย 18,706 คัน เพิ่มขึ้น 1.27% จากปีที่ผ่านมา นำโดย Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 5,927 คัน เพิ่มขึ้น 6.22% จากปีที่ผ่านมา และ Pure Pick up มียอดขาย 5,518 คัน ลดลง 2.99% จากปีที่ผ่านมา
โตโยต้า มียอดขายสะสมเก้าเดือนแรก 172,913 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 33.17% เติบโต 3.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 54,259 คัน เติบโต 4.45% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 52,804 คัน เติบโต 19.26% จากปีที่ผ่านมา
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงตลาดรถยนต์เดือนตุลาคม ว่า “ตลาดรถยนต์ คาดว่าจะปรับตัวลดลงตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่จะชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป
สำหรับโตโยต้า จากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการส่งชิ้นส่วน ทำให้โรงงานต้องหยุดการผลิตตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 และส่งผลให้ไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ตามกำหนดเดิม ปัจจุบันโรงงานสามารถกลับมาผลิตได้แล้วตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตามการส่งมอบรถยนต์แก่ลูกค้าอาจเกิดความล่าช้าในระยะสั้น โดยบริษัทฯ กำลังเร่งประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การผลิตและการส่งมอบรถยนต์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดและลดผลกระทบต่อลูกค้าให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ เรายังออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแบบครบวงจรภายใต้แนวทาง “Toyota Trusted Journey” เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับการดูแลและอุ่นใจในทุกสถานการณ์ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของ Toyota Trusted Journey ได้ที่ https://www.toyota.co.th/.../Toyota-Trusted-Journey-Flood...) ในขณะเดียวกัน โตโยต้ายังคงให้ความสำคัญและเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมเดินหน้าโครงการผลิตรถปิกอัพไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน (FCEV) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเตรียมส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ในปี พ.ศ.2570”

