GEELY STARRAY EM-R
เอสยูวีพลังงานทางเลือกใหม่
ด้วยเทคโนโลยี EM-R เป็นครั้งแรกของโลก
GEELY STARRAY EM-R รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) พลังงานทางเลือกใหม่ ที่จะทำให้คุณสามารถกำหนดทุกเส้นทางในชีวิตได้ ตามแนวคิด “THE FLOW YOU OWN ทุกเส้นทาง...กำหนดได้” ด้วยเทคโนโลยี EM-R ใหม่ล่าสุดจาก GEELY ผสานการทำงาน 2 ระบบ ไฟฟ้า และน้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จไฟฟ้าหรือเติมน้ำมันตามความเหมาะสม พร้อมมอบระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 104.8 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ขับเคลื่อนชีวิตคุณ... ให้ไปได้ไกล
เทคโนโลยี EM-R พลังงานในการขับเคลื่อน ให้อิสระที่คุณเลือกได้ ไม่ว่าจะเติมน้ำมันเหมือนที่คุ้นเคย หรือเลือกชาร์จไฟฟ้าเพื่อความประหยัดที่มากขึ้น ด้วยการทำงานผสานเทคโนโลยี 2 ระบบ ไฟฟ้า และน้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ ที่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ในรูปแบบการทำงานแบบ REEV (Range Extended Electric Vehicle)
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเทคโนโลยีเฉพาะของ GEELY แบบ 11-in-1 ที่มีน้ำหนักเบา ประหยัดพลังงาน แต่ยังคงซึ่งสมรรถนะสูง มอบกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 262 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่งสูงสุด 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที และความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 18.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ 104.8 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีการประกอบแบตเตอรีที่ทนทานแบบ cell-to-pack ผ่านการทดสอบในหลากหลายสภาวะ ให้ความอุ่นใจในทุกการขับขี่และสภาพถนน
มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ
- โหมดไฟฟ้าล้วน (Pure) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% และเมื่อพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ใกล้หมด เครื่องยนต์จะทำงานเพื่อผลิตไฟฟ้าให้แบตเตอรี่และนำไปใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ต่อไป
- โหมดไฮบริด (Hybrid) ผสานการทำงาน 2 รูปแบบ โดยรถยนต์จะปรับระบบขับเคลื่อนตามการใช้งานอัตโนมัติ โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการใช้งานปกติเช่นเดียวกับโหมดไฟฟ้าล้วนก่อน และเสริมด้วยกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเครื่องยนต์เมื่อจำเป็น
- โหมดพละกำลัง (Power) มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เสริมด้วยกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเครื่องยนต์ ให้การตอบสนองที่ไวขึ้นได้ดังใจ
เปี่ยมด้วยเสถียรภาพและความมั่นใจในการขับขี่เหนือระดับ ด้วยโครงสร้างอันแข็งแกร่งบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) ที่พัฒนามาเพื่อรถยนต์พลังงานทางเลือกโดยเฉพาะ พร้อมระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ผ่านการทดสอบบนถนนประเทศไทยในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อุ่นใจด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะรอบคัน ADAS L2 ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหน้า (CMSF) ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหลัง (CMSR) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA) และระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (FVD) อีกทั้งยังมาพร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา (AVM) พร้อมโหมดแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง ถุงลม 6 ตำแหน่ง และระบบความปลอดภัยอื่นๆ ครบครัน

ความลงตัวในทุกมิติ... ตอบรับทุกตัวตน
ดีไซน์สะท้อนความแข็งแกร่ง ทรงพลังในแบบเอสยูวี แต่เต็มไปด้วยความพรีเมียมที่เข้าถึงได้ ผ่านแนวคิดการออกแบบที่พิถีพิถัน ลงตัวในทุกองค์ประกอบ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของทุกคน พร้อมเส้นสายตัวรถที่กว้าง มั่นคง และพลิ้วไหว โดดเด่นด้วยไฟ LED เต็มระบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟท้าย ไฟตัดหมอกหลัง และไฟเบรกหลังดวงที่ 3 เติมเต็มสัมผัสสุดพิเศษด้วยหลังคากระจกพาโนรามิกแบบเปิด-ปิดได้ เปิดรับทัศนียภาพกว้างไกล ผสานความหรูหราด้วยม่านหลังคาไฟฟ้าที่พร้อมเนรมิตพื้นที่ส่วนตัวอันเงียบสงบ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยประตูท้ายไฟฟ้าที่สามารถเปิด-ปิดได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ทั้งยังมอบความคล่องตัวสำหรับทุกการใช้ชีวิตในเมืองและทุกเส้นทางที่คุณเลือก ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.2 เมตร สะดุดตาและสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย 4 เฉดสีภายนอกสุดพรีเมียม ได้แก่ สีน้ำเงินกลาเซียร์บลู (Glacier Blue) สีขาวอัลไพน์ไวท์ (Alphine White) สีเงินคลาวด์วีล (Cloudveil Silver) และสีเทาโวลคานิค (Volcanic Grey)

พื้นที่ที่ใส่ใจ... สำหรับทุกไลฟ์สไตล์
ห้องโดยสารภายในสีดำที่เรียบหรูเหนือกาลเวลา พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางรองรับทุกกิจกรรม ถูกจัดสรรด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด เข้า-ออกง่ายด้วยขนาดประตูใหญ่และเปิดได้กว้าง อีกทั้งธรณีประตูที่ไม่สูง จึงสามารถรองรับการใช้งานของทุกวัย ห้องโดยสารตอนหลังขนาดใหญ่และออกแบบมาเพื่อการโดยสารที่สบายยิ่งขึ้น จากพื้นที่วางขาที่กว้างและเรียบ พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง อีกทั้งมอบความสะดวกสบายเหนือระดับด้วยเบาะคู่หน้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ใช้งาน พร้อมระบบปรับไฟฟ้าและระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า และระบบจดจำตำแหน่งเบาะของผู้ขับขี่
อัดแน่นด้วยระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Apple CarPlay, Android Auto และ GEELY แอปพลิเคชัน ล้ำสมัยด้วย 3 จอแสดงผล ทั้ง มาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าขนาด 13.8 นิ้ว (HUD) และจอสัมผัสอัจฉริยะแบบ HD ขนาด 15.4 นิ้ว ที่ตอบสนองไว ไม่สะดุดจากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ FLYME Auto ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรถยนต์ GEELY โดยเฉพาะ

มอบสุนทรียภาพที่สัมผัสได้ในทุกการเดินทางด้วยระบบ FLYME Sound Premium Audio System พร้อมลำโพงทรงพลัง 14 ตำแหน่งรอบทิศทาง และ 2 ตำแหน่งที่พนักพิงศีรษะผู้ขับขี่ เพิ่มสีสันด้วยไฟสร้างบรรยากาศที่สามารถเลือกได้ถึง 256 เฉดสี
ตอกย้ำความอเนกประสงค์ ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 2,065 ลิตร ที่สามารถจัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเปิดช่องเก็บของใต้พื้นห้องสัมภาระหรือพับเบาะได้อิสระซ้าย-ขวา อีกทั้งช่องประตูท้ายได้รับการออกแบบให้กว้างและระยะความสูงจากพื้นถึงห้องสัมภาระเหมาะสมต่อการใช้งาน จึงทำให้การจัดเก็บสัมภาระความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผสานช่องจัดเก็บอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาอย่างครบครัน รองรับทั้งของใช้ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์สำหรับการเดินทางหรือกิจกรรมพักผ่อน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

GEELY STARRAY EM-R พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่
- รุ่น PRO ในราคา 699,900 บาท (ราคาพิเศษสำหรับ 300 คันแรก จากราคาปกติ 729,900 บาท)
- รุ่น MAX ในราคา 799,900 บาท
โดยมีตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงินกลาเซียร์บลู (Glacier Blue) สีขาวอัลไพน์ไวท์ (Alphine White) สีเงินคลาวด์วีล (Cloudveil Silver) และสีเทาโวลคานิค (Volcanic Grey) และสีภายในสีดำ ที่ช่วยสะท้อนบุคลิกของผู้ขับขี่ในแบบที่แตกต่าง ทั้งความเรียบหรู ความทันสมัย และความพรีเมียมในทุกมุมมอง

