ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต MY 2026

ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 10 สปีด

ขับเคลื่อน 4 ล้อ  

 

ทดลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย

 

นี่คือ!! เอเวอเรสต์ MY2026 ลำล่าสุดมาพร้อมลุคสปอร์ตตรงชื่อรุ่น เอเวอเรสต์ สปอร์ต ที่คุณจะได้ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 170 ม้าแรงบิด 405 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัต 10 สปีด ขับ 4 ล้อพาร์ทไทม์ พร้อม 6 โหมดขับขี่ของ Sport 2.0 โบเดี่ยว 10AT 4x4 คือตัวใหม่ล่าสุด MY2026 ครับ เพิ่งมาแทนที่ Bi-Turbo 213 ม้า ที่ฟอร์ดยกเลิกไปทั้งหมดแล้ว ราคาเปิดมา 1,699,000 บาท เท่ากับเป็นรุ่นกลางที่ได้ขับ 4 ครั้งแรกในตระกูล Sport

สำหรับเครื่องยนต์เป็นตัวเดิมคือ 2.0 ลิตรเทอร์โบเดี่ยว 170 ม้า / 405 นิวตันเมตร แต่เปลี่ยนจากเกียร์ 6AT เป็น 10AT แบบโซ่ รุ่นเดียวกับที่ใช้ใน Ranger / Platinum ตัวใหม่ ฟิลลิ่งจากการทดสอบเครื่องยนต์ +เกียร์ 10AT ดีขึ้นชัดมาก ของเดิม 6AT ที่แม้นจะทนแต่ฉลาดน้อยกว่า 10AT ครับ

พอมาเป็น 10AT โบเดี่ยวใหม่การออกตัวเนียนกว่าเดิมเยอะ รอบไม่ลากเหมือน 6AT เกียร์เปลี่ยนถี่ขึ้น เลี้ยงรอบให้อยู่ในช่วงแรงบิด 1,750-2,500 ได้ตลอด ไม่ต้องเค้นเสียงเครื่องยนต์ เบาลง เพราะรอบต่ำลง 120 กม./ชม. อยู่แค่ ∼1,800 รอบเทียบกับ MU-X 2.2 MAXFORCE แรงดึงต้นดีกว่าและเนียนกว่า แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า 170 ม้า / 405 Nm ยังเป็นรอง V6 3.0 และ Fortuner 2.8 อยู่ แต่ถ้าขับเรื่อย ๆ พอได้ แต่ถ้าจะเร่งแซงต้องกะระยะแม่น ๆ หน่อย

 

 

ระบบขับ 4 ล้อแบบ Part-time เพิ่มขึ้นมา

ในรุ่นก่อน Sport มีแต่ขับหลัง 2WD ตัวใหม่ 4x4 ได้โหมดเพิ่มจาก 4 โหมดเป็น 6 โหมด (เพิ่ม Mud/Ruts และ Sand) แบบเดียวกับ Platinum 4x4 ในโหมด 2H ขับหลังปกติ ประหยัด โหมด 4H เอาไว้ลุยฝน ลูกรัง ทางโคลนเบา ๆ ได้มั่นใจขึ้นเยอะ ตัวรถหนัก 2.3 ตัน พอมีขับ 4 มันไม่ปัดเหมือนขับหลังล้วนไม่มี 4A แบบ Full-time เหมือน V6 นะครับ ยังต้องปรับเอง

ช่วงล่างเหมือนเดิม - จุดเด่นของ Everest นับว่าเป็นรถ PPV ที่ขับเนียนเหมือน SUV มากสุด นุ่ม แน่น ซับแรงกระแทกดี แต่พอเป็นขับ 4 น้ำหนักเพิ่มจากขับ 2 ประมาณ 100 กก. จะรู้สึกเฟิร์มขึ้นนิด ๆ ไม่ยวบเท่า 4x2

เอเวอเรสต์ สปอร์ต ขับ 4 เหมาะถ้าคุณอยากได้ลุค Sport แต่งดำดุ ๆ แต่เบื่อขับ 2 อยากลุยน้ำท่วม กทม. / ขึ้นดอย / ทางลูกรัง อยากได้เกียร์ 10AT ที่ทนกว่าเดิม (ตัวเก่า 6AT เป็นสายพานเปียก ตัวใหม่แก้เป็นโซ่หมดแล้ว) + ประหยัดกว่า Bi-Turbo เดิม งบไม่ถึง Platinum 1,799,000 บาท

สำหรับผมมองว่ายังไม่เหมาะ ถ้าเน้นแรงแซงทันใจจริง ๆ ไป V6 250 ม้า 600 Nm จบกว่า ตัวนี้ 0-100 ยังอยู่ 11 ปลาย ๆ - 12 ต้น ๆ เน้นลุยโหดจริงจัง ต้องมี Diff-lock หลังไฟฟ้า ซึ่ง Sport 4x4 ไม่มี มีแค่ใน Wildtrak / Platinum ถ้าใช้ครอบครัว + ในเมือง 70% เที่ยวป่าเที่ยวดอย 30% ตัว Sport 2.0 10AT 4x4 นี่คือตัวคุ้มสุดในไลน์อัพ MY2026 ตอนนี้เลยครับ ถูกกว่า Titanium+ 4x4 เดิมเกือบ 2 แสน แต่ได้ขับ 4 + เกียร์ใหม่แล้ว

 

ข้อมูล Ford Everest 2.0L Turbo Sport 4x4 10AT ราคา : 1,669,000 บาท

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) / 3,500 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุด 405 นิวตัน-เมตร / 1,750-2,500 รอบต่อนาที

ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลัง

เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Management System พร้อมระบบเลือกโหมดการขับขี่ 6 โหมด : Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery,Mud/Ruts, Sand

แชสซีส์และระบบกันสะเทือน

- แบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง

- แบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกันโคลง

- ดิสก์เบรกหน้าพร้อมครีบระบายความร้อน และดิสก์เบรกหลัง

ล้อและยาง

- ล้ออัลลอย 20" พร้อมยางขนาด 255/55 R20

 

อุปกรณ์ภายนอก

- ชุดแต่งภายนอกสีดำสปอร์ต

- ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

- ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED รูป C-Clamp

- ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

- ไฟท้ายแบบ LED Signature

- ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ

- ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน

- ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า

- ราวหลังคาสีดำ

- บันไดข้างสีดำ

 

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

- หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 8 นิ้ว

- กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

- ระบบเปิด-ปิดกระจกสัมผัสเดียวด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า

- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB

- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา

- ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมสวิตช์ควบคุม

- เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ทูโทน สีดำ-สีเทา

- เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

- เบาะแถวที่ 3 พับได้

- ช่องต่อไฟ 12V 3 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230V (400W) 1 ช่อง

- แท่นชาร์จไร้สาย

 

 

ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ

- หน้าจอสีแสดงผลแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว

- รองรับ WirelessApple CarPlay® และ Android AutoTM

- ระบบเชื่อมต่อบลูทูธและระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A

- โมเด็มเชื่อมต่อ Ford app

- ช่องต่อ USB 4 ตำแหน่ง

- ลำโพง 8 ตำแหน่ง

 

อุปกรณ์ความปลอดภัย

- ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านถุงลมนิรภัย / และถุงลมบริเวณหัวเข่า

- ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน

- สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง

- กล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา

- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA

-  เบรกมือไฟฟ้า

- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี พร้อม Electric Break Booster

- ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM

- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC

เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูง

- กล้องมองรอบคัน 360 องศา

- ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop&Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง

- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ

- ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน

- ระบบเตือนการชนด้านหน้า

- ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน

- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง

- ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด

- ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง

- ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ

ดังนั้นเอเวอเรสต์ จัดเป็น PPV ที่ครบเครื่องถูกจริต สไตล์คนไทย ที่ชอบรถหล่อแต่งสวยเปลี่ยนสไตล์ได้หลากหลายลุค โดยเฉพาะ สายลุย และสามารถนำมาแต่งหล่อได้หลากสไตล์ เป็นรถที่สุดคันนึงในตลาด เพราะใช้พื้นฐานเดียวกับ Ranger ของแต่งใช้ร่วมกันได้ 80%  แบ่งเป็นสายหลัก ๆ ได้ประมาณ 6 สาย ตอนนี้ที่คนไทยเล่นกันเยอะทีเดียว

 

สายสปอร์ตดำดุ (Sport / Black Edition)

เบสจากรุ่น Sport เลย

- จุดเด่น : ล้อดำ 20" แบบ Special Edition, กระจังดำ, ครอบไฟดำ, สติ๊กเกอร์ EVEREST บนฝากระโปรง, ฟิล์มดำรอบคัน

- งบน้อยสุด หล่อจากศูนย์ ไม่ต้องทำเยอะ นี่คือสายที่ขายดีสุดตอนนี้

สายออฟโรด ลุยจริงจัง (Off-road / Overland) สายที่แต่งเยอะสุดในกลุ่ม Everest

- กันชนเหล็กหน้า-หลัง + วินซ์, บันไดข้างเหล็ก Rock Slider, แร็คหลังคาเหล็ก + เต็นท์ Rooftop

- ยก 2 นิ้ว + โช้ค Fox / Old Man Emu + ยาง BF KO2 / Toyo RT 285/70R17

- สนอร์คเกิล, ไฟ LED Bar, ถังน้ำมันเสริม

- เหมาะกับตัว Sport 4x4 / Platinum 4x4 / V6

สายแคมป์ปิ้ง - ทัวร์ริ่ง (Camping / Touring) ยอดฮิตปี 2025-2026

- แร็คหลังคาอลูมิเนียม + กล่องหลังคา Thule, ออนนิ่งข้างรถ, เต็นท์หลังคา

- ลิ้นชักเก็บของท้ายรถ + ตู้เย็น, ม่านบังแดด, พัดลมในรถ

- ล้อเดิม 18"-20" ใส่ยาง A/T ดอกไม่โหดมาก เน้นนุ่มเงียบ

- ไม่ต้องยกสูง ขับสบาย ครอบครัวชอบ

สายหรู VIP (Platinum / Urban Luxury) เน้นหรูเหมือนรถยุโรป

- กระจังโครเมียม Platinum, ล้อ 21 นิ้วลายหรู, สเกิร์ตรอบคัน Vector

- ภายในหุ้มหนัง Nappa + ไฟ Ambient Light, พรม 6D, จอเพดาน

- โหลดลงนิดหน่อย ใส่โช้คปรับนุ่ม Profender เพื่อให้ขับเหมือน SUV แท้ๆ

สายอเมริกัน Raptor Look เอาหน้า Raptor มาใส่ Everest

- ชุดแปลงหน้า F-150 / Raptor กระจังตัวหนังสือ FORD ใหญ่ ๆ , โป่งเย็บ, ฝากระโปรงมีจมูก

- ล้อ Fuel / KMC ลบ – โหด ๆ

- ท่อคู่, สปอยเลอร์ Wildtrak

- สายนี้หล่อสุดแต่ต้องแจ้งขนส่งเรื่องโป่งล้อ

สายซิ่งถนนดำ (Street / Low) มีน้อยแต่เท่

- โหลด 1.5-2 นิ้ว, โช้คสตรัท, ล้อ 22" ยางบาง, เบรก Brembo

- ทำรีแมพ จาก 170 ม้า เป็น 200+ ม้า + กล่องเกียร์

- ท่อไอเสีย, อินเตอร์ใหญ่

- สายนี้เหมาะกับตัวขับ 2 เน้นขับในเมือง

ถ้าให้แนะนำจากรุ่น Sport 2.0

- งบ 3-5 หมื่น = สาย 1 จบเลย แค่ล้อ Special Edition + ฟิล์ม + เคลือบ

- งบ 1.5-2 แสน = ไปสาย 3 แคมป์ปิ้ง ใช้งานได้จริง ไม่เสียประกันช่วงล่าง

- งบ 3 แสน

สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต 2.0 ขับ 4 เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ลำนี้แหละน่าจะตอบโจทย์ พ่อบ้านสายลุย ลุุคสปอร์ต ในราคา ที่ไม่แรงเกินไปนักควรค่าสำหรับการถอยเข้าโรงจอดไว้ทำกิจกรรมหลากหลายทั้งเดินทางไปใกล้ไกล ในเมืองนอกเมือง บนถนนหรือนอกถนนสำหรับทุกคนในครอบครัวยามนี้ครับ