เพิ่มแค่ 25,000 แต่ได้ความเท่ระดับแสน!
GEELY EX2 Shooting Star คุ้มไหม?
ทดลองขับโดย : กันต์ เย็นสบาย
ช่วงปีที่ผ่านมาถ้าพูดถึง “รถไฟฟ้าราคาจับต้องได้” ที่คนไทยพูดถึงเยอะที่สุด ชื่อของ GEELY EX2 น่าจะติดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ แบบไม่ต้องสงสัย
สำหรับประเทศไทย GEELY EX2 ถือเป็น รถยนต์รุ่นที่ 2 ที่ Geely Auto นำมาบุกตลาดในเมืองไทย ผ่าน บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 รถคันนี้ก็กลายเป็นดาวเด่นทันที ด้วยจุดขายง่าย ๆ แต่ทรงพลังมาก

“รถไฟฟ้าแท้ราคาเริ่มสี่แสนกว่า!” ผลคือยอดจองถล่มทลาย ทั้งที่แบรนด์มีขายในไทยแค่ 2 รุ่นเท่านั้น โดยในงาน Motor Show 2026 GEELY กวาดยอดจองรวมไปถึง 7,811 คัน และเป็น EX2 มากถึง 6,105 คัน หรือเกือบ 80% ของยอดทั้งหมดพูดง่าย ๆ คือ คนไทยกำลังมองหารถ EV คันแรกที่ “คุ้มจริง ใช้ง่ายจริง และราคาไม่ไกลเกินฝัน” และ EX2 ก็ดันตอบโจทย์นั้นแบบตรงเป๊ะ
แต่เรื่องที่ทำให้หลายคนหันกลับมามองอีกครั้งไม่ใช่แค่เรื่อง “ความคุ้ม” แต่เป็นเวอร์ชันพิเศษที่ชื่อว่า GEELY EX2 Shooting Star รถที่เห็นครั้งแรกแล้วหลายคนคิดเหมือนกันว่า “เจ้าของแต่งเองแน่ ๆ หมดไปเป็นแสน!” แต่ความจริงคือ โรงงานแต่งมาให้ครบ และเพิ่มเงินจากรุ่น Max แค่ 25,000 บาทเท่านั้น

จากรถ EV บ้าน ๆ กลายเป็นรถไฟฟ้าสายซิ่ง EX2 Shooting Star คือการเอา EX2 Max มาใส่ชุดแต่งรอบคันแบบเต็มระบบทั้งสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง ดิฟฟิวเซอร์หลัง พร้อมสปอยเลอร์ท้ายที่ช่วยให้รถดูสปอร์ตขึ้นทันที มันให้อารมณ์เหมือนรถไฟฟ้าสายมินิมอล ที่อยู่ ๆ ก็ขอเปลี่ยนลุคเป็น “สายซิ่งแต่งโรงงาน” ที่สำคัญคือ งานออกแบบดูลงตัวมาก ไม่ใช่แนวแต่งเยอะจนรกสายตา ตัวรถมีสีทูโทนหลังคาดำให้เลือกทั้งสีขาวและสีเทา ส่วนชุดแต่งเลือกได้ 2 แบบ จะเอาโทนเรียบหรูสีเดียวกับรถ หรือจะเล่นสีเหลืองจี๊ด ๆ แบบสายแต่งก็ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าสีเหลืองนี่เด่นจริง
คันเล็ก แต่สัดส่วนตัวรถ “ดูแพง” ถึงจะเป็น Hatchback ไฟฟ้ากลุ่ม B-Segment แต่ EX2 ไม่ได้ดูเป็นรถเล็กจิ๋วแบบ Eco Car ทั่วไป ด้วยตัวถังยาว 4.135 เมตร กว้าง 1.850 เมตร ฐานล้อยาว 2.650 เมตร ที่น่าสนใจคือ ฐานล้อยาวกว่า Honda HR-V ถึง 4 ซม. ทำให้เวลามองด้านข้าง รถจะดูโปร่ง ดูบาลานซ์ และมีฟีลคล้าย SUV ขนาดย่อม ด้านหน้ามาพร้อมไฟ Full LED ล้ออัลลอยทูโทน 16 นิ้ว ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมซุ้มล้อสีดำที่ช่วยให้รถดูบึกบึนขึ้น แม้จะเป็นรถเมือง แต่ก็ไม่ได้ดู “จิ๋วจนขาดความภูมิฐาน”

ภายในคือจุดที่เกินคาด พอเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ “นี่มันรถราคาไม่ถึงห้าแสนจริงเหรอ?” เพราะห้องโดยสารให้ฟีลทันสมัยเกินราคาไปมาก จอกลางสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ถูกวางเด่นกลางคอนโซล ทำงานผ่านระบบ Flyme Auto ส่วนหน้าจอคนขับเป็นดิจิทัล 8.8 นิ้ว พวงมาลัย 2 ก้านดีไซน์มินิมอล ไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 สี พร้อมโทนห้องโดยสารให้เลือกตามสีตัวรถ
จุดที่ชอบคือ การออกแบบพื้นที่เก็บของใต้เบาะหลังมีช่องเก็บของ 28 ลิตรเอาไว้ใส่ร่ม หรือของทรงยาวได้ ด้านท้ายมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 375 ลิตร และขยายได้ถึง 1,320 ลิตร เมื่อพับเบาะ รวมถึงมี Frunk ด้านหน้าอีก 70 ลิตร เรียกว่าเป็นรถเล็กที่ “เก็บของเก่ง” กว่าที่คิดเยอะ

ขับดีไหม? นี่คือจุดที่หลายคนอาจเซอร์ไพรส์ เพราะ GEELY EX2 ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ซึ่งหาได้ยากมากในรถไฟฟ้าระดับราคานี้ มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 116 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร ตัวเลขอาจดูไม่หวือหวา แต่ในการใช้งานจริง รถตอบสนองค่อนข้างไว โดยเฉพาะในเมือง อัตราเร่งแซงทำได้คล่อง พวงมาลัยเบา ขับง่าย ช่วงล่างมัลติลิงก์ก็เซ็ตมาดีกว่าที่คิด ไม่แข็งกระด้าง และไม่ย้วยจนเสียความมั่นใจ มันคือรถที่ “ขับง่ายแบบคนเริ่มต้น EV ก็ใช้ได้ทันที”
จุดเด่นจริง ๆ ของ EX2 คือ “ความประหยัดไฟ” แม้แบตเตอรี่จะมีขนาดเพียง 39.4 kWh แต่สิ่งที่ EX2 ทำได้ดีมากคือ “อัตราการกินไฟ” เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.09 km/kWh ถือว่าเป็นหนึ่งในรถ EV ที่ประหยัดไฟที่สุดในตลาดตอนนี้ ถ้าขับเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 80-100 กม./ชม. มีโอกาสวิ่งได้ใกล้ 320 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจริง(WLTP) สำหรับคนใช้งานในเมือง หรือวิ่งต่างจังหวัดเป็นครั้งคราวถือว่าเพียงพอมาก รองรับทั้ง DC Fast Charge 70 kW และระบบจ่ายไฟออกสู่อุปกรณ์ภายนอก V2L ด้วย

ระบบความปลอดภัยให้มาเกินราคาในรุ่น Shooting Star จะได้ออพชันระดับเดียวกับ EX2 Max ทั้ง
- กล้อง 360 องศา
- Adaptive Cruise Control
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- เตือนรถในจุดอับสายตา
- เตือนออกนอกเลน
- เตือนรถคันหน้าเคลื่อนตัว
- เปิดไฟสูงอัตโนมัติ
พูดตรง ๆ คือ ฟังก์ชันหลายอย่างเมื่อก่อนต้องมีในรถระดับล้านบาทขึ้นไป แต่วันนี้อยู่ในรถราคาไม่ถึงห้าแสนแล้ว
แน่นอน...มันก็ยังมีจุดที่อยากให้ปรับหลังลองใช้งาน ยังมีบางจุดที่รู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เช่น
- กระจกมองข้างยังไม่พับอัตโนมัติ
- ไม่มีใบปัดน้ำฝนหลัง
- Android Auto และ Apple CarPlay รองรับเฉพาะแบบเสียบสาย
- ไม่มีที่พักแขนเบาะหลัง
- ควรมีปุ่มสวิตซ์ Power เพื่อติดเครื่อง และสวิตช์ปิดเครื่อง ก็ไม่ควรถูกซ่อนในเมนูจอ
รวมถึงระบบเข้าเกียร์ N เพื่อเข็นรถ ยังใช้งานไม่สะดวกนักเวลา “จอดซ้อนคัน” แต่ถ้ามองภาพรวม สิ่งที่ได้กลับมาถือว่า “เกินราคา” ไปมากแล้ว

คุยหลังขับ กับ กันต์ เย็นสบาย
สรุป… เพิ่ม 25,000 คุ้มไหม? ถ้าถามแบบตรงไปตรงมา “คุ้ม” เพราะ EX2 Shooting Star ไม่ได้แค่เพิ่มชุดแต่งให้ดูหล่อขึ้นแต่มันทำให้รถคันนี้ “ดูมีราคา” ขึ้นแบบชัดเจนแถมยังได้อุปกรณ์ความปลอดภัย และระบบช่วยขับขี่ครบขึ้นเหมือนรุ่นท็อปในราคาจบที่ 484,990 บาท ซึ่งทุกอย่างสามารถรวมไฟแนนซ์จากโรงงานได้เลย
สุดท้ายแล้ว GEELY EX2 อาจไม่ใช่รถที่แรงที่สุด หรือราคาดีที่สุดในตลาด แต่ถ้าคุณกำลังมองหา EV คันแรกที่ขับง่าย ประหยัดไฟ ออพชันแน่น หน้าตาดี และราคาเข้าถึงได้ ตอนนี้ EX2 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ “น่าลองที่สุด” ของตลาดรถไฟฟ้าไทยจริง ๆ

