LEPAS L6

8 แสน กว้าง หรู คุ้มล่ะ!!

 

 

ลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย

บรรณาธิการอำนวยการ

Acarnewsonline

 

 

เพลง AI ซาวด์แน่น!

กลมกล่อม!

เบสหนัก!

โซโล่เน้น!

ไลน์เครื่องดีด สี ตี เป่าละเอียด!

เสียงร้องชัด อิมโพไวด์แม่น!

สลับท่อนร้อง ท่อนฮุคต่อเพลงได้เนียนไม่สะดุด ไม่เคอะเขิน!

ช่วงหลังผมก็เลือกฟังเพลง AI ครับ ผมไม่ติด มันช่วยเปลี่ยนฟีล ดนตรีเก่าให้อารมณ์ใหม่ ๆ ได้ไพเราะเว้ย แถมมีให้เลือกหลายเวอร์ชั่น บางเพลง จากนักร้องต้นฉบับเป็นลูกทุ่งเปลี่ยนจังหวะทำนอง เปลี่ยนเนื้อร้องสัมผัส เป็นสตริงร็อคหนักบ้าง สโลว์ร็อคบ้าง ได้หลายอารมณ์ดีเฉย เลือกเปิดจากยูทูป ฟังในรถผ่านแอปเปิ้ลคาร์เพลย์ พอเสิร์ชไปหาเพลงนึงทีนี้พวกป้อนมาให้เพลย์ลิสต์ยาวเป็นหางว่าว เราก้อเลือกเอาเพลงที่เราอยากฟัง

ถือข้อดีของ AI นะ ไม่ได้ไปตั้งข้อรังเกียจรังงอลอะไรแทนศิลปินต้นฉบับเค้าหรอก อาจจะเป็นเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเพลงที่ฟังต้นฉบับเสียงร้องมาจากศิลปินคนไหน พูดในมุมของผู้เสพนะครับ ไม่เกี่ยวกับธุรกิจร้องรำทำเพลงศิลปินหรือค่าย ซึ่งผมก้อเข้าใจแหละว่าในแง่ของผู้ผลิตนั้นเค้าคงไม่อยากให้ใครมาก๊อปปี้ผลงานไปแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว

ในทัศนะส่วนตัวผมนะ ผู้คิดค้นที่เคยมีตัวตนไมว่าจะเป็น ไอร์สไตล์ ,โทมัส เอดิสัน ตายนานแล้ว โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วย วิทยาการที่ก้าวล้ำ เหลือแต่ของปลอม ของก๊อป ซึ่งเกิดจาก การ “ก๊อปปี้ และ ดีเวลลอปเปอร์” ครับ มันร่นระยะเวลาได้ดี

รถจีนสมัยนี้โดยเฉพาะรถ EV ก็สามารถทำสินค้าออกมาได้ดี เป็นที่ถูกใจตลาด แถมราคายังต่ำกว่าคันและแบรนด์ต้นแบบ เพราะอาศัยการผลิตจำนวนมากที่ได้ต้นทุนต่ำ ด้วยปรัชญาการผลิตนี้แหละครับ “ก๊อปปี้” สำเนาถูกต้องเป็นหมื่นเป็นแสนคัน

ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปดูกันในยุคแรก ๆ การก๊อปปี้ที่ยังขาดการ “ดีเวลลอป” ที่ละเอียดเหมือนยุคนี้ ในครั้งที่จีนเริ่มผลิตรถใหม่ ๆ ย้อนไปสัก 20 ปีก่อน คุณภาพมันไม่ได้อย่างปัจจุบันหรอกครับ อันนั้นโลกยังไม่ยอมรับ แต่เวลานี้ เท่าที่เห็นกันอยู่ ปฎิเสธไม่ได้ละครับว่าต้องยกประโยชน์ให้เค้า เพราะเค้าสามารถก๊อปปี้ และดีเวลลอป ลบจุดด้อยทิ้งจนเดินมาไกลเกินกว่าที่เราและโลกจะไปหยุดเค้าได้แล้วครับ

 

 

LEPAS L6 (เลพาส แอล 6 ) คือรถรุ่นแรกของแบรนด์ LEPAS แบรนด์ลูก สายพรีเมียม NEV (New Energy Vehicle) ที่ Chery สร้างขึ้นในปี 2025 เพื่อทำตลาดส่งออกทั่วโลกเพิ่งเปิดตัวขายจริงในไทยเมื่อ 24 ก.ค. 2026 เป็นที่แรกในอาเซียน นำเข้าแบบ CBU จากจีน

ราคาในไทยเปิดมา 2 รุ่นย่อย เป็นรถไฟฟ้า 100% ทั้งคู่

- Comfort : 769,900 บาท

- Premium : 829,900 บาท มีโปรเปิดตัว 799,900 บาท ตอนนี้หมดไปหรือยังไม่แน่ใจ ครับ

ในอนาคต Chery บอกว่าจะเป็นรุ่นแรกที่ประกอบในไทย (CKD) ที่โรงงานระยอง แต่ยังไม่ประกาศไทม์ไลน์ เป็น SUV ไซส์กลาง C-Segment ขับหน้า มอเตอร์ เดี่ยว 160 kW / 218 PS / 215 แรงม้า แรงบิด 275 Nm อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. 7.9 วินาที แบตเตอรี่: 65.05 kWh แบบ LFP ระยะวิ่ง: 510 กม. มาตรฐาน NEDC / คิดเป็น WLTP ประมาณ 410-430 กม. ชาร์จ: DC 120 kW ชาร์จ 30-80% ประมาณ 20 นาที, มี V2L จ่ายไฟออก 3.3 kW

มิติตัวถัง

ยาว 4,570 มม. กว้าง 1,852 มม. สูง 1,683 มม. ฐานล้อ 2,700 มม. พื้นที่เก็บของท้าย 323-435 ลิตร พับเบาะได้ 1,255 ลิตร มี Frunk หน้า 38 ลิตร

จุดเด่นออปชั่น

LEPAS ชูความพรีเมียมเกินราคาด้วย จอกลาง 13.2 นิ้ว 2K + จอเรือนไมล์ 8.8 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay / Android Auto เครื่องเสียง Sony 18 ลำโพง หลังคากระจก Panoramic, เบาะหนังสังเคราะห์, Wireless Charger 50W เอดาสจัดเต็มกล้อง 11 ตัว, เรดาร์ 3 ตัว, Ultrasonic 12 ตัว ประมวลผลด้วยชิป Nvidia Orin Y มี AEB, Adaptive Cruise, Blind-spot, ถุงลม 7 ใบ

ออกแบบโดย Ivan Dulanovic ได้แรงบันดาลใจจากเสือดาวกำลังวิ่ง หน้าเรียบไม่มีกระจัง ล้อ 19 นิ้ว ไฟ LED บาง คู่แข่งโดยตรงในไทยคือ BYD Atto 3, Geely EX5, MG S5 EV รถทรงไม่ใหญ่เกินไป วัสดุดูแพง ช่วงล่างหลังเป็น Multi-link นุ่มแน่น และได้ Sony 18 ลำโพงในงบ 7-8 แสน ถือว่าน่าสนใจ

 

หน้าตาเหมือนก๊อปปี้ใครมา ?

L6 ไม่ได้ก๊อปยี่ห้ออื่นข้ามค่ายครับ มันก๊อปกันเองในเครือ Chery ถ้าดูหน้าตาจริง ๆ LEPAS L6 = Chery Fulwin T7 ที่ขายในจีน แล้วเอามาเปลี่ยนโลโก้ขายทั่วโลกสเปคจีนเปิดตัว Fulwin T7 ราคา 97,900 - 118,900 หยวน ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Lepas L6 ที่เปิดตัวนอกจีน รวมถึงไทยและแอฟริกาใต้ ในทางเทคนิค L6 มีความเกี่ยวข้องกับ Chery Fulwin T7 และตัวถังมันแชร์ของกับ Jaecoo 7 แบบเกือบทั้งคัน L6 แชร์สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่กับ Jaecoo 7 ที่ขายดี คนไทยกัดว่าเหมือนรถอังกฤษ ก็เพราะ Jaecoo 7 โดนเรียกมาตั้งแต่แรกว่า ‘Temu Range Rover’ เพราะหน้าตาเหมือน Range Rover Velar / Evoque ราคา 55,000 ปอนด์ แต่ขาย 29,000 ปอนด์

Chery วางตำแหน่งรถแต่ละแบรนด์ไว้ประมาณนี้ครับ

- Chery = เน้นคุ้ม

- Omoda = สปอร์ต

- Jaecoo = สายลุย ทรง Range Rover

- LePAS = สายหรูเรียบ "Leopard Aesthetics" ไฟหน้า Leopard Eye

-iCAUR = สายพรีเมียม คุ้มค่า

ดังนั้นถ้ามอง L6 แล้วคุ้น ๆ นึกถึง Range Rover Evoque / Velar ก็ไม่แปลกเพราะดีไซน์มันตั้งใจทำมาทางนั้นตั้งแต่ Jaecoo 7 แล้ว L6 แค่เอามาทำให้เรียบหรูขึ้นอีกทีคนเลยนึกไปถึง "Evoque เวอร์ชั่นไฟฟ้า 7 แสน"

 

 

ละม้ายไปทางจากัวร์มั้ย

ถ้าเทียบในเครือ Jaguar Land Rover (JLR) ด้วยกัน LEPAS L6 ไม่ได้ก๊อป Jaguar โดยตรงครับ ตัวที่มันก๊อปคือ Range Rover Velar / Evoque แต่ถ้าถามว่าในฝั่ง Jaguar ทรงมันไปใกล้รุ่นไหนสุด ก็คือ Jaguar E-Pace กับ F-Pace รุ่นใหม่ ๆ เพราะประการแรกไฟหน้าเรียว ๆ แบน ๆ แบบ Leopard Eye ของ L6 = ดีไซน์เดียวกับไฟหน้า Jaguar ยุคหลังถัดมาหลังคาลาด ท้ายตัดสั้น ไฟท้ายพาดยาว Ultra-Red = ทรงเดียวกับ E-Pace / F-Pace Facelift

ตัวรถพื้นฐานมันคือ Jaecoo 7 ที่อังกฤษมันละม้าย "Evoque ในราคา Jaguar E-Pace มือสอง"ถึงขั้นเรียก Jaecoo/Lepas ว่า ' Tesla-meets-Range-Rover' vibe หน้าเรียบแบบ Tesla แต่ทรง SUV หรูแบบ JLR ทั้งยวง

ถือว่าก๊อปเป๊ะ ๆ = Range Rover Evoque / Velarถ้าให้เป็น Jaguar = E-Pace – ไซส์พอ ๆ กันเลย (L6 ยาว 4.57ม. / E-Pace ยาว 4.4ม.) ทรง SUV คูเป้หลังลาดเหมือนกัน ข้างหน้าเหมือน Jaguar ข้างหลังเหมือน Range Rover" เพราะจริง ๆ มันก็มาจากดีไซเนอร์สายเดียวกันหมด

เรามาดูสมรรถนะการขับขี่กันดีกว่า รวม ๆ แล้วเป็นรถอีวีที่น่าใช้นะครับ ถึงจะไม่ได้เด่นสักจุด อัตราเร่ง พอดี ๆ ไม่ดุ มอเตอร์หน้า 242 แรงม้า (สเปคไทย) แรงบิด 275 Nm 0-100 ใน 7.9 วินาที ตัวเลขนี้ไม่ใช่หวือหวาสำหรับ EV จีนยุคนี้ แต่ดีตรงควบคุมง่าย ไม่ส่ายมากเวลากดแต่ ถ้ากดมิดคันเร่งจะมีอาการดึงพวงมาลัยนิด ๆ เป็นอาการปกติของรถขับหน้าที่แรงบิดเกิน 260 Nm ถ้าขับปกติแทบไม่รู้สึก มี 3 โหมด Eco / Normal / Sport โหมด Sport ดึง 218 แรงม้ามาเต็ม แต่กินแบตเร็วไปหน่อย

วิ่งจริงแบต LFP 67.08 kWh เคลม 440 กม. วิ่งจริงที่ 90-100 กม./ชม. ได้ประมาณ 380 กม. ถ้าขับเร็ว 17.2 kWh/100กม. ถ้าคลาน ๆ 70-80 ได้ 13.7 kWh/100กม. ส่วนช่วงล่างและการควบคุม เน้นนุ่ม ไม่เฟิร์ม

ระบบกันสะเทือนหน้า MacPherson หลัง Multi-link ถ้าถนนไม่เรียบนัก จะซับแรงดี ลุยฝนหนัก 500 มม.ได้สบายไม่มีปัญหา ยาง 255/55 R19 เกาะถนนดี ข้อเสียโช้คกับสปริงเต้นเยอะไปนิด มีอาการโคลงตัวบ้าง ไม่ได้ดีเลิศแต่ก็ไม่ได้แย่ อยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งราคา 8 แสน พวงมาลัยและการทรงตัว ความเร็วต่ำเบาและไว ระยะฟรีตรงกลางน้อย ต้องปรับตัวจากรถน้ำมัน พอเร็วขึ้นจะหน่วงขึ้น ขับบนถนนเรียบ ๆ สมราคา ท่านั่งทำมาดี คนตัวสูงนั่งสบาย เบาะหลังกว้าง แต่เบาะหลังนั่ง 2 คนจะสบายกว่า 3 คน

จุดเด่นของ L6 งานประกอบประณีต รอยต่อเนียน ภายในโทนสว่างวัสดุโฟมสังเคราะห์หุ้มไวนิลไม่ใช่พลาสติกแข็ง ๆ เก็บเสียงดีเพราะได้กระจก Acoustic Laminate + Privacy Glass, เครื่องเสียง Sony 8 จุดในราคา 8 แสนถือว่าคุ้ม

โดยเฉพาะถ้าคุณขับในเมืองเป็นหลัก อยากได้นุ่ม ๆ นั่งสบาย ๆ ตัวนี้ตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณสายมุดสายโค้งคม ๆ อาจต้องไปลองเทียบกับ Jaecoo 6 หรือ BYD Atto 3 ที่ช่วงล่างเฟิร์มกว่านิดนึง

 

 

กว้างและหรู คือจุดที่ดูแล้วคุ้มค่าเงิน

เรื่อง กว้าง + หรู นี่คือจุดขายหลักที่ LEPAS เอาไว้สู้กับ Omoda / Jaecoo ในเครือเดียวกันได้ ทำให้ลูกค้าที่ชื่นชอบ ความกว้าง ความสวย และความค้มค่า มักเลือก LEPAS ไปทดลองเป็นยานประจำบ้าน

ความกว้างขวาง

มิติตัวถัง 4,570 x 1,852 x 1,683 มม. ฐานล้อ 2,700 มม. พอๆกับ  CR-V ห้องโดยสารเซ็ตมาพิเศษสำหรับคนตัวสูง ตำแหน่งท่านั่งทำได้ดี เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง คนนั่ง 4 ทิศทางไฟฟ้า พื้นที่วางขาหลังเหลือเฟือ หัวไม่ติดนั่งสบายสุดคือนั่ง 2 คนหลัง มีที่เท้าแขนพร้อมที่วางแก้ว ถ้านั่ง 3 จะเบียดนิดเก็บของ: ท้าย 323 ลิตร (บางเอกสาร 410 ลิตร) พับเบาะ 60:40 ได้ 1,255 ลิตร ใต้พื้นท้ายมีหลุมอีก 99 ลิตร และมี Frunk หน้า 38 ลิตร ใส่สายชาร์จได้ "จุของเยอะกว่าที่ตาเห็น" เพราะพื้นเรียบ ไม่มีอุโมงค์กลาง

ความหรูหรา! ให้เกินราคา 8 แสน ภายในได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ "Exquisite Space"

 

วัสดุ แดชบอร์ดไม่ใช่พลาสติกแข็งฉีดขึ้นรูป แต่เป็นโฟมสังเคราะห์หุ้มไวนิล นุ่ม ๆ + ลายไม้เทียมสีน้ำตาลอ่อน สีโทนอ่อนนุ่ม เบาะหนังสังเคราะห์เต็มคัน คู่หน้ามีระบบปรับอากาศ (อุ่น/เย็น) กระจกข้างเป็น Acoustic Laminate เก็บเสียง + กระจกหลัง Privacy Glass รถ EV ที่เงียบอยู่แล้วเลยยิ่งเงียบออปชั่นหรูที่ใส่มาในรุ่น Premium จอกลางแบบ Waterfall Screen 13.2 นิ้ว 2K ชิป 8155 ลื่นเหมือนมือถือ + กล้อง 540 องศา หลังคากระจก Panoramic Glass Roof มีม่านไฟฟ้าปิด ไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 สีฝาท้ายไฟฟ้า, ชาร์จไร้สาย 50W, แอร์แยก 2 โซน เครื่องเสียง Sony 8 ลำโพง ราคา 8 แสน ได้แบบนี้ถือว่าโอเค เสียงดี เชื่อมต่อง่าย ไม่หลุด มือจับประตูแบบซ่อนตามหลักแอโรไดนามิก แต่ยังกดเปิดง่าย งานประกอบ รอยต่อต่าง ๆ ประณีตเนียนตา ภายนอกภายในทำได้ดี

โทนสีสว่างภายในโทนสีสว่าง ไม่ได้หรูแบบรถยุโรป แต่หรูกว่า Jaecoo / Omoda ชัดเจน คือเน้นนุ่ม เงียบ นั่งสบาย วัสดุซอฟท์ทัชเยอะ ไม่ได้เน้นสปอร์ตดิบๆถ้าคุณชอบรถภายในสว่าง ๆ โปร่ง ๆ นั่งแล้วรู้สึกแพงเกินราคา ตัวนี้ทำถึงครับ แต่ถ้าชอบโทนดำดุ ๆ สปอร์ต คันนี้ไม่ได้ครับ

 

ถามว่าคุ้มค้ามั้ย?

ตอบตรง ๆ ตอนนี้ คุ้ม แต่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องแบรนด์ใหม่ให้ได้ ถ้าซื้อไปใช้งานก็จัด แต่ถ้าหวังราคาเปลี่ยนมือก็น่าจะเจ็บ ผมว่าไม่แตกต่างจากรถไฟฟ้าอื่น ๆ ในท้องตลาด สำหรับราคาขายต่อ เพียงแต่เจ้าของต้องยอมรับและทำใจให้ได้ก่อน

คุ้ม ถ้าคุณเป็นคนเน้นออปชั่น / ความหรูในงบ 7-8 แสนในราคา Comfort 769,900 / Premium 799,900 (โปร) คุณได้ของที่คู่แข่งต้องจ่าย 9 แสน - 1 ล้านถึงจะได้

หลังคา Panoramic ม่านไฟฟ้าโซนี่ 8 ลำโพง, จอ 13.2 นิ้ว 2K ชิป 8155, กล้อง 540 องศา, ฝาท้ายไฟฟ้า, เบาะเย็น, กระจก Acoustic, Ambient 256 สี

ช่วงล่างหลัง Multi-link (Atto 3 ยังเป็น Torsion Beam)ถ้าเทียบกับ BYD Atto 3 / Geely EX5 / MG S5 EV ตัว L6 ให้วัสดุภายในดูแพงสุดในกลุ่ม

ขับในเมืองเป็นหลัก อยากได้นุ่ม ๆ เงียบ ๆ วิ่งจริง 380 กม. ต่อชาร์จ ชาร์จ DC 120kW 30-80% 20 นาที เหลือเฟือสำหรับ Bangkok ใช้ประจำวัน แล้วมี V2L 3.3kW ไปแคมป์ได้และไม่ซีเรียสเรื่องขายต่อใน 2 ปี

ควรเอ๊ะ!! ถ้าคุณกลัวเรื่องแบรนด์

LEPAS เพิ่งเปิดในไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่เป็นพวงมาลัยขวา ตอนนี้มีโชว์รูมแยกจาก Chery/Omoda/Jaecoo ประมาณ 40 แห่ง แต่ยังใหม่มาก ไม่มีประวัติระยะยาว ศูนย์บริการยังต้องแชร์กับเครือ Chery

 

 

กลัวราคาตก

รถนำเข้า CBU ตอนนี้ 799,900 แต่ Chery ประกาศแล้วว่าจะเอาไปประกอบ CKD ที่ระยองในอนาคต ถ้าประกอบไทยเมื่อไหร่ ราคาอาจลงอีกหรือมีส่วนลดเยอะ คนซื้อล็อตแรกอาจเจ็บเรื่องราคาขายต่อ

สายขับเร็ว มุดโค้ง

ช่วงล่างยังเด้ง โคลงนิด ๆ พวงมาลัยเบาไว ไม่ได้เฟิร์มคมแบบรถยุโรป ถ้าคุณมาจาก CX-5 / CR-V อาจรู้สึกย้วยไป

บทสรุปสำหรับผม  ซื้อตอนนี้ ได้รถหรูเกินราคา เหมาะกับคนใช้เองยาว ๆ 4-5 ปี ไม่คิดขายเร็ว จะปลอดภัยกว่า รอดูว่า CKD มาจริงไหม ราคาจะเป็นอย่างไร และรอดูปัญหาจุกจิกจากผู้ใช้ล็อตแรก เครือข่ายศูนย์บริการนิ่งหรือยัง ที่ผมฝากให้ผู้อ่านคิดก่อนซื้อในทุกแบรนด์นะ ใช้ข้อมูลประกอบมากกว่าใช้อารมณ์ เพราะสุดท้ายคนที่เจ็บคือเจ้าของรถครับ

ถ้าคุณอยู่ในกรุงเทพฯ มีที่ชาร์จที่บ้าน ขับวันละ 50-80 กม. อยากได้รถนั่งสบาย ๆ ให้ครอบครัว ผมว่า Premium 799,900 โปรตอนนี้ คุ้มที่สุดในกลุ่มแล้วแต่ถ้าคุณต้องผ่อนยาวและต้องขายต่อใน 2-3 ปี ไป