BT-50 DBL 2.2 XT 8 SPEED
ขับสองยกสูง 2025 ไมเนอร์เชนจ์
ทดลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย
เค้าเรียกประจวบเหมาะ!! ได้คิวรับรถมกระบะมาสด้า-บีที 50 มาตรงเวลานัดกับร้านขายหางลากตัดหญ้า ATV ที่จะเอาไปใช้งานในไร่พอดี ภารกิจขับ BT -50 เพื่อไปรับสินค้าจากสระบุรี เดินทางไปกลับ ด่านข้าง-สุพรรณบุรี จึงเกิดขึ้น นับว่าโชคดีมิใช่น้อยได้รถดี ๆ มาช่วยผ่อนแรง อำนวยความสะดวกสบายในการขนย้ายได้ยอดเยี่ยม ประหยัดค่าขนส่งที่ทางร้านขอบวกอีกเกือบ 4 พันบาท แถมสบายใจได้ไปตรวจเช็คของไม่ต้องพึ่งพาการขนส่งจากทางร้าน แถมได้ทดลองขับใช้งานแบบจริงจัง เบ็ดเสร็จเกือบ 1,000 กิโล จากสระบุรี-กรุงเทพ รวม ๆ เกือบ 300 โล และ กรุงเทพฯ-ด่านช้าง-กรุงเทพฯ 400 โล ไม่รวมใช้งานทั่ว ๆ ไปในเมืองอีกสองสามวัน ใช้น้ำมันไป 1 ถัง 76 ลิตร ยังเหลืออีก 1 ขีดใช้งานได้อีกเป็นร้อยโล โอ้โห้ คุ้มโว้ยยไป ๆ ผมจะเล่ารายละเอียด พร้อมรายงานการทดลองขับคันนี้ให้ฟังกันครับ

เริ่มจากสเปค MAZDA BT-50 DBL 2.2 XT Hi-Racer 8AT ขับ 2 ยกสูง รุ่นล่าสุด Minorchange 2025 สนนราคา 992,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ / ระบบส่งกำลัง BT-50 2.2 เกียร์อัตโนมัตควิกชิพ+แพทเดิล 8 สปีด เครื่องยนต์ รหัส RZ4F-TC ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,164 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 83 x 100 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 15.9:1 E-VGS Turbo ควบคุมด้วยไฟฟ้า + Intercooler หัวฉีด Commonrail แรงดันสูง 250 MPa กำลัง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ผ่านมาตรฐาน EURO 5 ไม่ต้องเติม AdBlue มี DPD
มากับระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC + Paddle Shift รหัส L-B500 จาก AISIN ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 11.27 วินาที, 80-120 กม./ชม. 8.03 วินาที, Top speed 182 กม./ชม.
โดยมีมิติตัวถัง ยาว 5,280 x กว้าง 1,870 x สูง 1,790 มม. ฐานล้อ 3,125 มม. สูงจากพื้น 240 มม. กระบะท้ายภายใน ยาว ∼1,571 x กว้าง 1,530 (ระหว่างซุ้มล้อ 1,120) x สูง 490 มม. ล้ออัลลอย 18x7.5 นิ้ว สีเงิน ยาง 265/60 R18 ถังน้ำมัน จุ 76 ลิตร น้ำหนักรถเปล่า ∼1,870-1,935 กก. ลากจูงสูงสุด 3,500 กก. ลุยน้ำได้ 800 มม.

ภายนอก – ภายใน รวบกันมาเลย
โคโดะ ดีไซน์ กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้า Projector LED ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟท้าย LED Signature ไฟตัดหมอก LED ภายใน จอ MID TFT สี 7 นิ้ว + Vehicle Tilt, จอกลางสัมผัส 9 นิ้ว Wireless Apple CarPlay / Android Auto แอร์ออโต้แยกซ้าย-ขวา, ช่อง USB-C หน้า-หลัง, เบาะผ้าสีดำ คนขับปรับไฟฟ้าไม่มีในรุ่น XT (มีใน XTR) พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง
ในส่วนของระบบความปลอดภัย / ADAS 6 ถุงลม, ABS/EBD/BA, ESC, TCS, BOS, HSA ระบบ ADAS: AEB ช่วยเบรกอัตโนมัติ, ACC Stop & Go, LDW เตือนออกนอกเลน, FCW เตือนชนหน้า, PMM ตัดกำลังเมื่อเหยียบผิด, MSL จำกัดความเร็ว, AHB ปรับไฟสูงอัตโนมัติ, DAA เตือนเหนื่อยล้า มาพร้อมเซนเซอร์กะระยะ 8 จุด + กล้องมองหลัง, BSM / RCTA (ในรุ่น XT ขึ้นไป)
รุ่นนี้เป็นรุ่นกลางที่คุ้มสุดของไลน์อัพ ได้เครื่องใหม่ 2.2 + 8AT แล้ว ไม่ต้องขยับไป 3.0 ราคาล้านสอง ถ้าเน้นใช้งานในเมือง + บรรทุกบ้าง ไม่ได้ลุย 4x4 ตัว XT ตอบโจทย์สุดครับ

การขับขี่
ฟิลลิ่งการขับ BT-50 2.2 XT 8AT ตัวใหม่นี่ดีกว่า 1.9 เดิมเยอะมาก เหมือนคนละโลกเลยเครื่อง + เกียร์ เครื่อง 2.2 163ม้า / 400Nm ตัวนี้แรงบิดมาตั้งแต่ 1,600 รอบ แรงบิดช่วงออกตัวเพิ่มขึ้น 56% เทียบกับ 1.9 เดิม ออกตัวไม่หนืดแล้ว กดแล้วดึงเลย ผมชอบไม่ต้องรอเหมือนตัวเดิมที่ดูจะเชื่องช้า
- 0-100 ทำได้ 11.27 วินาที
- 80-120 เร่งแซง 8.03 วินาที
ในส่วนเกียร์ 8AT AISIN ลูกใหม่ REV TRONIC ต่อเกียร์เนียนมาก รอบต่ำสุด ๆ วิ่ง 100 กม./ชม. ใช้รอบแค่ 1,500 รอบ 120 กม./ชม. รอบไม่ถึง 2,000 รอบ ดีต่ออัตราสิ้นเปลือง เกียร์ 8 รอบเหลือๆเลยประหยัด มี Paddle Shift ให้เชนจ์เองได้ ท็อปสปีด ล็อคไว้ 182 กม./ชม. ที่เกียร์ 7 @ 3,200 รอบ การตอบสนองดีกว่า 1.9 เดิมมาก ๆ และเนียนกว่า Revo 2.4 พอสมควร ขับสนุกขึ้นเพราะเกียร์ชิดต่อเนื่อง
สำหรับช่วงล่างและพวงมาลัยพื้นฐานเดียวกับ D-Max คือ หน้า ปีกนกคู่ + คอยล์สปริง หลังแหนบ โช้ค 2 จังหวะ แต่เซ็ตสไตล์มาสด้า ขับถนนเรียบ 100-120 มั่นใจสูง รถกระจายน้ำหนักดี ไม่โยน ทางขรุขระ จะออกแน่น ๆ หนึบ ๆ เก็บแรงสะเทือนได้ดี ไม่ย้วยเหมือนกระบะนุ่ม ๆ แต่ถ้าชอบนุ่มแบบ Toyota อาจรู้สึกตึงไปนิด พวงมาลัยไฟฟ้าคม น้ำหนักกลาง ๆ ในเมืองไม่หนัก ทางไกลนิ่ง

ห้องโดยสารเก็บเสียงดีและมีความประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ในระดับที่ดี
เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร 8 สปีด เก็บเสียงลมดี มีแค่เสียงยางบดถนนเข้ามาบ้าง เครื่องเงียบกว่าเดิมเยอะเพราะรอบต่ำ อัตรากินน้ำมันตัวเกียร์ธรรมดา 6MT ทำได้ ∼15.15 กม./ลิตร วิ่ง 110 เปิดแอร์ ตัว 8AT ดับเบิลแค็บจะอยู่ราว ๆ 13-14 กม./ลิตร ถ้าขับ 100-110 นิ่ง ๆ ถ้าเน้นขับทุกวันในเมือง+ออกต่างจังหวัด ตัวนี้เป็นกระบะที่ฟิลใกล้เก๋งที่สุดในกลุ่มราคาไม่ถึงล้าน เกียร์ 8 สปีดคือพระเอกเลยครับ ลื่น ประหยัด ไม่ต้องเค้นรอบเหมือน 1.9 เดิม

การใช้งานเอนกประสงค์และการบรรทุก
DBL 2.2 XT Hi-Racer นี่คือรุ่นที่เน้นอเนกประสงค์สุดในไลน์ BT-50 ครับ คือเป็นกระบะนั่ง 5 คนจริง ๆ แต่ยังบรรทุกได้แบบไม่เสียรถ กระบะท้ายใช้งานได้จริง ขนาดในกระบะ ยาว 1,571 x กว้าง 1,530 x สูง 490 มม. ระยะระหว่างซุ้มล้อ 1,120 มม. วางพาเลทยุโรปไม่ได้ แต่ไม้อัด 4x8 ฟุต วางพาดซุ้มได้พอดี มีไลเนอร์จากโรงงาน บันไดข้างกระบะ กันชนหลังมีที่เหยียบขึ้น-ลง ฝาท้ายไม่มีผ่อนแรงเหมือนรุ่น XTR แต่เบา เปิดมือเดียวได้ น้ำหนักบรรทุกสูงสุดตามสเปคโรงงาน ∼1,050-1,100 กก. สำหรับดับเบิลแค็บ (ถ้าเป็นแค็บเปิดได้จะได้ 1.2 ตันกว่า) มีหูล็อค 8 จุด + ไฟส่องสว่างกระบะ การบรรทุก / ลากจูง
ช่วงล่างหลังแหนบ 5 แผ่น แบบ Long Span โช้ค 2 จังหวะ เซ็ตมาให้นั่งสบายตอนรถเปล่า แต่พอบรรทุก 400-500 กก. รถจะนิ่งขึ้นเยอะ ไม่ย้วย ถ้าบรรทุก 800 กก. - 1 ตัน ท้ายไม่ห้อย หน้าไม่เชิด เพราะฐานล้อ 3,125 มม. ยาวสุดในกลุ่ม ลากจูงได้ 3,500 กก. มีระบบ TCS ป้องกันล้อฟรี ถ้าติดหล่มเบา ๆ ระบบจะเบรกจับล้อที่ฟรีให้เอง ถึงไม่มี Diff-Lock เหมือนตัว 4x4 ก็พอเอาตัวรอดได้ ปัจจัยนี้ผมว่า ถ้าสถาบันการเงินลดความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อลง ผมว่าสายขน สายใช้รถอเนกประสงค์ น่าจะจัดไปใช้เพิ่มแน่นอน แม้ค่าราคาพลังงานจะสูงขึ้น แต่อัตราสิ้นเปลืองดี ก็น่าจะตอบโจทย์พอสมควร

ความอเนกประสงค์แบบรถครอบครัว
นี่คือจุดที่มาสด้าตั้งใจเลยครับ ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง เบาะหลังนั่งชันน้อยกว่าคู่แข่ง พนักพิงเอียง 25 องศา มีที่วางแขน + ที่วางแก้วแอร์หลังมีช่องเป่า + USB-C 2 จุด คนหลังไม่บ่นร้อน พื้นรถเก็บเสียงดีกว่า Revo / Triton ชัดเจน เอาไปเป็นรถคันเดียวของบ้านได้เลย ไม่ต้องมีเก๋งอีกคันความสูงใต้ท้อง 240 มม. + มุมเข้าหา 30.5 องศา ลุยน้ำท่วม กทม. ได้ 800 มม. สูงกว่าเก๋งเยอะ
ข้อควรรู้ถ้าจะบรรทุกหนักจริงจัง ตัว XT เป็นยาง HT 265/60 R18 เน้นนุ่มเงียบ ถ้าบรรทุกตันประจำ แนะนำเปลี่ยนเป็น AT หรือบรรทุก ดรัมเบรกหลัง ถ้าลงเขาบรรทุกหนัก ต้องใช้เกียร์ +/- ช่วยหน่วง (เกียร์ 8AT มี Engine Brake ดีกว่า 6AT เดิมมาก) ไม่ควรใส่คอกสูงแล้วบรรทุกเกิน 1.2 ตันประจำ แหนบจะล้าเร็ว ถ้าจะบรรทุก 1 ตัน+ทุกวัน ไปเล่น FSC (แค็บ) จะทนกว่า ถ้าโจทย์คือ 80% นั่งครอบครัว 20% ขนของ ขนมอเตอร์ไซค์ ขนของขายตลาด ไปแคมป์ ตัว DBL 2.2 XT คือลงตัวสุดครับ บรรทุกได้ตันนึงสบาย ๆ แต่ยังขับนุ่มเหมือน SUV

คุ้มค่าตัวหรือไม่?
คุ้มไหมถ้าดูราคา 992,000 ตอนนี้ผมให้ว่าคุ้มแบบเงียบ ๆ ครับ เพราะมันคือ D-Max 2.2 8AT ในร่างมาสด้า ที่ได้ของเยอะกว่าเจ้าตลาดนิดนึง สีขาวมุกตัวนี้ราคาจะเพิ่มอีกนิดจบที่ 1,000,9000 บาท ทะลุล้านพอกรุบกริบ ต่อเมื่อเทียบราคาเดียวกันตรง ๆ D -Max Hi-Lander 2.2 M 8AT 997,000 บาท เครื่อง/เกียร์เดียวกันเด๊ะ แต่ BT-50 XT ได้จอ 9" เท่า M และได้ไฟหน้า LED Projector + กันชนหน้า/กระจัง Kodo สวยกว่า, ภายใน D-Max M เป็นเบาะผ้าเหมือนกัน แต่ BT-50 วัสดุคอนโซลซอฟท์ทัชเยอะกว่า
ต่อเมื่อเทียบกับ Toyota Hilux Travo Prerunner Mid 2.4 AT ค่าตัว 981,000 บาทแอบแพงกว่าโตโยต้าจี๊ดนุง หากเทียบ Ford Ranger XL+Sport 2.0 AT Hi-Rider ราคา 1,009,000 บาท ฟอร์ดแพงกว่า 17,000 บาท ได้เครื่องเล็กกว่า 170 ม้า/ 405 Nm แต่ได้ระบบ SYNC4 ดีกว่า
จุดคุ้ม!!
เครื่องยนต์ + เกียร์ใหม่สุด ในกลุ่มล้านต้น 2.2 + 8AT ประหยัดกว่า 1.9 เดิม 15% วิ่ง 110 รอบแค่ 1,500 กินน้ำมันจริง 13-14 โลลิตร ภาษีปีละ ∼3,400 บาท เท่ากับ 1.9 แต่แรงเท่า 2.4
ADAS ให้ครบตั้งแต่ตัวกลาง ACC จนหยุดนิ่ง, AEB, BSM, RCTA ปกติยี่ห้ออื่นต้องไปตัวท็อปล้านสองถึงจะได้ ประกัน / ศูนย์ ใช้ร่วมกับ Isuzu ได้ อะไหล่เครื่อง เกียร์ ช่วงล่าง 80% ตัวเดียวกัน ราคาอะไหล่ไม่หนี D-Max ค่าแรงมาสด้าตอนนี้มีโปร 5 ปี
จุดที่ไม่คุ้ม ถ้าคุณเป็นสายบรรทุกหนัก 1 ตันทุกวัน > ไป Revo หรือ D-Max ตัวเตี้ย S คุ้มกว่า เพราะ BT-50 ไม่มีรุ่นตอนเดียว สายออฟชั่นจ๋า > BT-50 XT ยังได้เบาะผ้า ไม่มีเบาะไฟฟ้า ฝาท้ายไม่มีผ่อนแรง ต้องขยับไป XTR 1,242,000 ถึงจะได้ครบสายขายต่อ > D-Max / Revo ราคาตกน้อยกว่า 5-7% ใน 3 ปีแรก
ถ้าโจทย์คือ รถคันเดียวของบ้าน ขับทำงาน จ-ศ บรรทุกของเสาร์-อาทิตย์ พาครอบครัวนั่งสบาย ๆ อันนี้คุ้มมากครับ ในราคาต่ำล้านได้เกียร์ 8AT + ADAS ครบแต่ถ้าเน้นบรรทุกหนักหรือกะขายต่อ 3 ปีเปลี่ยนรถ D-Max M จะขายง่ายกว่าถ้าดูราคา 992,000 ตอนนี้ผมให้ว่าคุ้มแบบเงียบ ๆ ครับ เพราะมันคือ D-Max 2.2 8AT ในร่างมาสด้า ที่ได้ของเยอะกว่าเจ้าตลาดนิดนึง

