GWM HAVAL H6 PHEV ULTRA

ตัวท็อป ราคาเร้าใจ ในโฉมปรับใหม่

แต่น่าใช้ขึ้นแค่ไหน?

 

ทดลองขับโดย : กันต์ เย็นสบาย

 

ด้วยไฮไลต์ในรุ่น PHEV ที่มีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ไกลที่สุดในเซกเมนต์ และมีการแปลงโฉมใหม่ ในเวอร์ชั่น Big Minor Change ให้ดูทันสมัย พร้อมอัปเกรดระบบซอฟต์แวร์ และอินโฟเทนเมนต์ ปรับช่วงล่างใหม่ในแบบจัดเต็มขึ้นกับ GWM HAVAL H6 PHEV ในรุ่นปี 2025 ของทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) 

ทีเด็ด กับ โปรโมชั่นราคาที่ เร้าใจในตัวท็อป GWM HAVAL H6 PHEV รุ่น ULTRA ที่ลดค่าตัวลงจาก 80,000 บาท จากราคาปกติ 1,229,000 บาท มาเหลือ 1,149,000 บาท ในรถ SUV สไตล์ Plug-in Hybrid 

นอกจากไฮไลท์ เรื่องราคาที่ปรับลงมา เร้าใจ แล้วคำถามคือ…

มันดีขึ้นจริงไหม?

คุ้มขึ้นแค่ไหน?

และยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของ SUV ครอบครัวอยู่หรือเปล่า? ในรีวิวนี้จะพาไปดูกันแบบละเอียด ทั้งดีไซน์ / ภายใน / สมรรถนะ / และฟีลลิ่งขับจริงครับ

 

1. ปรับดีไซน์ ในแบบ Big Minor Change ที่ “เห็นความต่างชัด"

 ภายนอกหน้าตารถ ดูทันสมัยขึ้น โลโก้เปลี่ยนเป็น GWM กระจังหน้าสี Black Chrome, กันชน ซุ้มล้อ แต่งขอบคิ้วสีดำ ไฟหน้ารมดำแบบ Full LED พร้อม Daytime Running Light แบบเส้นยาว ที่มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟท้ายแบบ LED Light Strip แบบรมดำและระบบไฟตัดหมอกหลัง LED 

เสริมความสปอร์ตด้วยคิ้วประตู หน้าต่างและฝาท้ายแบบสีเปียโนแบล็ก, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวและราวหลังคาในแบบสีเปียโนแบล็ก, เสาอากาศแบบครีบฉลาม, บานประตูเปิด-ปิดไฟฟ้า ระบบแฮนด์ฟรีเพียงแค่ยกเท้าผ่านระบบเซนเซอร์ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายรถก็จะทำการเปิดโดยอัตโนมัติ

 

2. รุ่นและสี GWM Haval H6 และความแตกต่างใน 3 รุ่นย่อย

 สำหรับ Haval H6 มาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อยครับ ครอบคลุมทั้งรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดและปลั๊กอิน-ไฮบริด ได้แก่

New GWM Haval H6 Hybrid SUV รุ่น PRO

New GWM Haval H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น PRO

New GWM Haval H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น ULTRA

โดยมีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว ดำ และสีเทา ส่วนภายในจะเป็นสีดำ โดยใน รุ่น Top Haval H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น ULTRA จะมีความแตกต่างพิเศษภายนอก จากรุ่น เริ่มต้น และรองท็อป  คือ ขนาด ของ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว รมดำลายสปอร์ต ขนาด 235/55 R19 ที่มาพร้อมกับชุดซ่อมยางฉุกเฉิน คาลิปเปอร์เบรกสีแดงเพิ่มความสปอร์ต หลังคา Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่แทบเต็มบาน เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

 

3. ภายในแบบ5ที่นั่ง ปรับใหม่ ฟีลลิ่งใกล้รถยุโรป

ห้องโดยสาร คุมโทนสีดำ เติมสีสันให้ห้องโดยสารด้วย ไฟ Ambient Light คอนโซลกลางสองชั้น พร้อมพนักวางแขนและที่วางแก้วน้ำ เบาะนั่งภายในห้องโดยหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า (คนขับ) สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งด้านคนขับ,ระบบระบายอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า

 

เบาะนั่งแถวที่ 2 มีที่พักแขน และพับได้แบบ 60:40 มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และมีช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง 4 จุด และช่องต่อ USB สำหรับกล้องบันทึกภาพ 1 จุด พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชัน เกียร์ในแบบคันโยก หลังพวงมาลัยด้านขวา กุญแจ Smart Key และระบบ Push start system ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง

 

หน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้วที่รองรับทั้ง Apple CarPlay, Android Auto หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว, พร้อมแสดงระบบนำทาง มีระบบสั่งการด้วยเสียง, ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบเครื่องเสียง Amor luxury hifi system ลำโพง  8 ตำแหน่ง พร้อม Treble Woofer ให้เสียงคมชัด พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่กระจกด้านหน้า และกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ (ที่จะมี เฉพาะในรุ่น ULTRA)

 

4. สเปคสมรรถนะ

 Haval H6 Plug-in Hybrid รุ่น ULTRA และรุ่นPro จะมากับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เบนซิน เทอร์โบ ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า (คู่ใหญ่) ให้กำลัง 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า แรงบิด 530 นิวตันเมตร 

สำหรับรุ่นนี้ แม้ จะมีการปรับ ระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าไกลที่สุด จาก 201 กิโลเมตร มาเหลือ  150 กิโลเมตร (มาตราฐาน NEDC) แต่ก็ยังถือว่าระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้ามากที่สุดในรถเซกเมนต์นี้ 

ส่วนแบตเตอรี่ มีการปรับลดสเปคครับ จากเดิมในแบบ NMC ความจุ 37.1กิโลวัตต์/ชั่วโมง มาเป็นแบบ Lithium Ion แบบLFP ความจุ 27.54 กิโลวัตต์/ชั่วโมง 

การรองรับการชาร์จ กับหัวชาร์จประเภท CCS Type 2 combo ซึ่งรองรับการชาร์จเร็ว แบบไฟกระแสตรง  DC จากเดิม 60 กิโลวัตต์ มาเหลืออยู่ที่ 41 กิโลวัตต์ ระยะเวลาชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC จาก 0 – 80% ภายใน 35 นาที ซึ่งก็ยังถือว่า รวดเร็วกว่ารถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริดในเซกเมนต์ (ส่วนการชาร์จช้าด้วย ไฟ กระแสสลับ AC รองรับ 6 กิโลวัตต์ ชารจ์ 0-100% ใน 6 ชั่วโมง)

ซึ่งถ้าเปิดฝากระโปรงดูในรุ่นนี้จะมี coolant 2 ตัวคือไว้สำหรับระบายความร้อนเครื่องยนต์ และระบายความร้อนของ ชุด มอเตอร์ขับเคลื่อน ซึ่งจะแตกต่าง จาก GWM Haval H6 รุ่นไฮบริด มากับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 110 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง  179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า แรงบิด 530 นิวตันเมตร (ที่มอเตอร์ไฟฟ้าช่วย แค่ ตอนออกตัว) และทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมกับระบบเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ซึ่งเป็นระบบเกียร์ที่ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับรถ ในแบบ Plug in Hybrid ระบบช่วงล่างหน้า McPherson Strut และหลัง Multi-Link ที่มีการปรับเซ็ทใหม่ รุ่น HEV และ PHEV มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 รูปแบบ ดังนี้

- ประหยัด ECO

- มาตรฐาน NORMAL

- สปอร์ต SPORT

- พื้นลื่น SNOW

นอกจากนี้แล้วยังมีพวงมาลัยไฟฟ้าปรับ 3 ระดับ โหมดการหน่วงกู้คืนพลังงาน มีให้เลือก 3 ระดับ คือ ต่ำ กลาง สูง พร้อมกับโหมดการขับขี่ 2 ระบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด และโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีความจุถังน้ำมันถึง 61 ลิตร ในรุ่นไฮบริดและ 55 ลิตร ในรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด 

 

5. จัดเต็มระบบช่วยขับขี่ (ADAS)

โดยทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมกับการเชื่อมต่อและการควบคุมรถจากระยะทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน แต่สำหรับรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริดจะได้ระบบตรวจสอบสถานะการชาร์จ, ระบบจัดการการชาร์จ, ระบบตรวจสอบสถานะและระบบปิดหลังคาขันรูฟ (สำหรับ Plug-in Hybrid SUV รุ่น ULTRA) ทั้ง 3 รุ่นยังมากับระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากกว่า 31 รายการ รวมทั้ง ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ 3 รูปแบบ กล้องรอบคัน ปฏิบัติการผ่านระบบ Coffee OS 3 ล่าสุดจาก GWM

 

6. สรุปราคาค่าตัว 3 รุ่นย่อย (อัปเดตล่าสุด) 

GWM Haval H6 SUV ทั้ง 3 รุ่นย่อยที่มีการทำตลาดครอบคลุมทั้งรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดและปลั๊กอิน-ไฮบริด ในการปรับราคา ล่าสุดไว้น่าสนใจ 

- H6 Hybrid PRO ราคา 929,000 บาท

- H6 PHEV PRO ราคา 1,049,000บาท

- H6 PHEV ULTRA ราคา 1,149,000บาท

 

 

คุยหลังขับ กับ กันต์ เย็นสบาย

กลับมาปัง อีกครั้งหนึ่ง! ใช้คำนี้คงจะไม่เวอร์เกินไป สำหรับรถอเนกประสงค์ที่มีความหรูแรงและความประหยัดน้ำมันแต่ปรับราคามาใหม่แบบเร้าใจกับตัวท็อป ใน แบบPHEV ในราคาไม่ถึง 1.2 ล้าน กับรถ Plug-in Hybrid ขนาดใหญ่ ขุมพลังแรง ดีไซน์สวย ฟีเจอร์แน่น ภายในหรูหรา และระบบขับขี่ที่ฉลาดขึ้น

ส่วนตัวผมเคยมีโอกาสได้ลองขับ Haval H6 Plug-in Hybrid รุ่นนี้บนเส้นทาง ลาดกระบัง – เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่ทาง GWM จัดไว้ในแบบการทดสอบแบบmedia GroupTest แบบ One Day Trip สั้น ๆ (ก่อนการเปิดราคา) และก็มีความชอบใจส่วนตัวกับรถรุ่นนี้ และในครั้งนี้ หลังจากได้ลองใช้จริง 3-4 วันต้องบอกว่า GWM HAVAL H6 PHEV ยังเป็น SUV ที่ “ครบเครื่อง” มากคันหนึ่งครับ กับจุดเด่น

- ความแรงระดับ 300+ แรงม้า

-โหมดการขับที่มีให้เลือก หลายรูปแบบ 

- วิ่ง EV ได้ไกล

- ออปชันแน่น

- ราคาลงมาคุ้มขึ้นชัดเจน

ส่วนเรื่องที่ยังถูกใจไม่เต็มร้อยก็มีครับ ทั้งฟีลลิ่งขิงช่วงล่างยังไม่สปอร์ต เท่าที่ควรจะเป็น กับเรื่องของ มิติรถ ที่ค่อนข้างใหญ่ แล้ววงเลี้ยวที่ค่อนข้างกว้าง ผู้ใช้อาจจะต้อง ใช้เวลาปรับตัว ให้คุ้น กับรถ ในการใช้งาน

สุดท้ายถ้าถามว่า “กลับมาปังไหม?” คำตอบคือ…ปังครับ และ “น่าใช้กว่าเดิม” แบบชัดเจน ใครที่กำลังมองหา SUV ครอบครัว ที่ทั้งแรง ประหยัด และเทคโนโลยีครบ หรือคนที่อยากได้ “รถคันเดียวจบ” ใช้ในเมืองก็ประหยัด ออกต่างจังหวัดก็หายห่วง (แต่ต้องเข้าใจ และรับให้ไหวกับการดูแล ทั้ง 2 ระบบของรถ) รถคันนี้…ควรอยู่ในลิสต์ตัวเลือกอันดับต้น ๆ แน่นอนครับ