ลองมาแล้ว!! Wuling Starlight Darion Premium
6 จุดเด่น ที่ทำให้รถ MPV EV คันนี้มีที่ยืน
ทดลองขับโดย : กันต์ เย็นสบาย
1. ดีไซน์โดดเด่นในแบบ MPV ไฟฟ้า 3 แถว 7 ที่นั่ง
สำหรับ Wuling Starlight Darion มาพร้อมกับดีไซน์ 3 แถว 7 ที่นั่งที่ดูสปอร์ตและทันสมัย ไฟหน้า LED มาพร้อมกับ Day Time Running Light ที่สวยงาม สะดุดตาและไฟท้ายที่โฉบเฉี่ยวในสไตล์ Full LED เสริมความหรูหราด้วยสเกิร์ตกันชนโครเมียมและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ที่ให้การขับขี่สมดุลและดูไม่ใหญ่จนเกินไป ช่วงล่างในแบบแมคเฟอร์สันสตรัทช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและมั่นคง รวมไปถึง ตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร สะท้อนถึงความโอ่อ่าของรถ 7 ที่นั่งในราคาที่คุ้มค่า

2. ฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่า
ความโดดเด่นอีกจุดของ Wuling Starlight Darion ก็คือ ประตูสไลด์ 2 ด้านที่เปิดกว้างเกือบ 1 เมตร ทำให้การเข้า-ออกจากรถสะดวกสบาย พวงมาลัยในแบบ D Shape 2 ก้าน และจอ กลางมัลติมีเดีย ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto สำหรับรุ่นท็อป เบาะคู่หน้าในรุ่นท็อปมีการปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะแถว 2 แบบ Captain Seat ปรับไฟฟ้าได้ มีที่วางแขนและระบบระบายอากาศพร้อมช่องชาร์จ USB-A และ USB-C การออกแบบในแถว 2 มีช่องเดินผ่านไปยังเบาะแถว 3 ได้สะดวก พร้อมแอร์ individual ให้ความเย็นกับทุกตำแหน่งที่นั่ง

3. ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ประหยัดและไกล
ตามสเปค Wuling Starlight Darion ใช้แบตเตอรี่ขนาด 69.2 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถขับได้ไกลถึง 540 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC (หรือ ประมาณ 460 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ) การชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็วจาก 30% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อย ๆ

4. ราคาคุ้มสุดในตลาด
ในส่วนของราคาค่าตัว Wuling Starlight Darion มีราคาที่เริ่มต้นที่ 839,000 บาท (ปรับขึ้นมาจากเดิม ในช่วงโปรโมชั่น 799,000 บาท) สำหรับรุ่น Comfort และ 899,000 บาท (ปรับขึ้นมาจากเดิม ในช่วงโปรโมชั่น 859,000 บาท) สำหรับรุ่นท็อป รุ่นพรีเมียม ซึ่งแม้จะมีการปรับราคาขึ้นก็ยัง ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับรถไฟฟ้า 7 ที่นั่ง พร้อมฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ครบครัน เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดที่เป็นรถพลังงานผสม (Hybrid) และน้ำมัน ส่วนคู่แข่งที่เป็นรถไฟฟ้าในเซกเมนต์เดียวกันมักมีราคาที่สูงกว่ามาก

5. ความแตกต่างระหว่างรุ่นท็อป Premium และรุ่นเริ่มต้น...
ในรุ่นท็อปของ Wuling Starlight Darion Premium มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่มากกว่าในรุ่นเริ่มต้น Comfort ทั้ง ไฟหน้า LED ที่สามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติ, กระจก 2 ชั้นที่ช่วยลดเสียงรบกวน, ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า,ที่ปัดน้ำฝน แบบ อัตโนมัติ,ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา
ทั้งนี้ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือวัสดุภายในที่ใช้ในรุ่นท็อปซึ่งมีความหรูหราและพรีเมียมมากขึ้น วัสดุบุนุ่มใช้เกรดดี ทริมของสีสวย ตัวเบาะ ในรุ่นท็อป ใช้สีโทนน้ำตาลดำ ดูพรีเมี่ยม เบาะแถว 2 ที่สามารถปรับไฟฟ้าและมีระบบระบายอากาศและมี isofix มาให้ ส่วนในเบาะแถว 3 ก็มีจุดยึดเบาะ เด็กแบบ isofix มาให้เช่นกัน รวมถึงตัวเลือกการชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ที่มีในรุ่นนี้
รวมไปถึง Option ภายในที่แตกต่างทั้ง ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ด้าน ระบบ Adaptive Cruise Control จอกลางแบบเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android Auto และสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ ม่านถุงลมนิรภัยในเรื่องความปลอดภัย 6 ตำแหน่ง(รุ่นเริ่มต้น 4 ตำแหน่ง) โดยความแตกต่างระหว่างรุ่นท็อปกับรุ่นเริ่มต้นจะมีราคาส่วนต่างที่ 60,000 บาท

6. ขับคุมรถได้ง่าย ใช้งานจริง เน้นนั่งได้ สบาย หลายคน
การทดลองขับ Wuling Starlight Darion ให้ความรู้สึกที่สะดวกสบายในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ ประหยัด, มาตรฐาน, สปอร์ต และโหมดที่กำหนดเอง ซึ่งสามารถปรับพวงมาลัยและระบบการเบรกได้ตามความต้องการ
การขับขี่ในสภาพการจราจรทั่วไปสามารถปรับระดับการเร่งและการเบรกให้เหมาะสม ขณะเดียวกันยังมีทัศนวิสัยที่ดีในทุกมุมมอง การขับขี่ในสภาพที่ไม่รีบร้อนเหมาะที่สุด แต่ยังคงให้การเร่งแซงที่สะดวกและมั่นใจครับ

คุยหลังขับ กับ กันต์ เย็นสบาย
บทสรุปหลังการขับขี่ สำหรับ Wuling Starlight Darion รถหนึ่งเดียว ในคลาสในแบบ MPV ไฟฟ้า เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่งคันนี้ ส่วนตัวมองว่าโดยรวม รถคันนี้ เป็นรถที่มีความคุ้มค่าในทุกมิติครับ ตั้งแต่ดีไซน์ที่สวยงาม ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ราคาที่เข้าถึงได้ และประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ตอบโจทย์ครอบครัวและการเดินทางระยะไกล สำหรับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่คุ้มค่าในราคาที่ไม่เกินเอื้อม โดยเฉพาะในรุ่น Top Premium รุ่นนี้ (ถ้าคุณไม่ติดเรื่องแบรนด์ และ ไม่ได้มี มีความกังวลใจในเรื่องบริการหลังการขายมากจนเกินไปนัก) รถคันนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในกลุ่มรถ MPV ไฟฟ้าที่ยังไม่แพร่หลายนักในตลาด รถไฟฟ้าบ้านเราครับ

