รีวิว XPENG G6 Standard Range
รุ่นย่อยใหม่ ปรับได้ลงตัวขึ้น
ในแบบ SUV ไฟฟ้า 800V
ทดลองขับโดย : กันต์ เย็นสบาย
มีโอกาสได้ทดสอบรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ XPENG G6 RWD Standard Range โดยกลุ่ม MGC-ASIA ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ด้วยการยกระดับมาตรฐานจากรุ่นก่อนหน้า และมีการปรับลดราคาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เรียกว่าเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม SUV ที่ทั้งดีไซน์สวยและขับขี่ได้สะดวกสบายครับ
ดีไซน์ไม่แตกต่างจากรุ่นกลางและรุ่นท็อปแต่ได้ สีภายนอกเฉพาะรุ่น Silver Frost
ภายนอกของ XPENG G6 ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยดีไซน์ที่ดูสปอร์ตและทันสมัย ผสมผสานกับความหรูหราแบบ SUV ไฟฟ้า ที่ดูไม่เหมือนรถยนต์ทั่วไปในตลาดครับ
สีภายนอกเฉพาะรุ่นนี้ จะมีสีเงิน Silver Frost และอีก 3 สีคือขาวเทา และดำ (ในรุ่นLong Range จะมี 4 สีคือขาว เทา ดำ และม่วง ส่วน ใน รุ่น Performance AWD จะมี เดียวคือ สีดำมิดไนท์แบบ Black Edition)

ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติที่ทำให้การขับขี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกหนึ่งจุดเด่นคือ หลังคากระจกแบบ Panorama ที่มาพร้อมสารเคลือบลดความร้อนและรังสี UV และกระจกประตูหลังและกระจกหลังแบบ Privacy ช่วยให้การขับขี่ภายในรถไม่ร้อนจนเกินไป พร้อมกับ มือจับประตูไฟฟ้าแบบซ่อน ฝาท้ายไฟฟ้าและฝาปิดช่องชาร์จเปิด-ปิดแบบไฟฟ้าที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ส่วนล้ออัลลอยเป็นขนาด 20 นิ้ว คู่ยาง ขนาด 255/45 R20 (ยางเป็น Michelin Pilot Sport EV) และช่วงล่างด้านหน้า Double Wishbone Independent Suspension ด้านหลังแบบ Five-link Independent Suspension
ขนาดและมิติตัวถัง Dimension
- ความยาว 4,753 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,920 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,650 มิลลิเมตร
- ความยาวฐานล้อ 2,890 มิลลิเมตร
ภายในรถ ดูเรียบง่าย แต่ดูหรู...
เปิดห้องโดยสารได้ด้วยกุญแจการ์ดแบบ NFC ซึ่งภายในห้องโดยสาร XPENG G6 RWD Standard Range ก็มาพร้อมกับความทันสมัยด้วยหน้าจอกลางทัชสกรีนขนาด 15.6 นิ้ว ที่ใช้งานง่าย หน้าจอชุดมาตรวัด ขนาด 10.25 นิ้ว ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
ในส่วนของความสะดวกสบายภายในรถ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า มาพร้อมกับระบบอุ่นและระบายอากาศ พวงมาลัยหุ้มด้วยวัสดุไมโครไฟเบอร์ ปรับได้ 4 ทิศทาง ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย 2 ตำแหน่ง ม่านบังแดด พร้อมกระจกและไฟแต่งหน้า ช่องเชื่อมต่อ USB Type-A และC ไฟสร้างบรรยากาศภายใน

เบาะนั่งด้านหลัง แบบปรับเอนได้และพับได้แบบ 60/40 มีพนักวางแขนเบาะนั่งด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องปรับอากาศด้านหลัง มีระบบสั่งการด้วยเสียง Hey XPENG ฟังก์ชั่นอัพเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์ (OTA) ระบบควบคุมรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ Mobile App Remote Control รวมถึงมีการติดตั้ง ระบบเสียง XOPERA Surround Sound System ที่มาพร้อมกับ ลำโพง 18 ตำแหน่ง ทำให้การเดินทางยาว ๆ เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง
ส่วนความแตกต่างภายในห้องโดยสารก็คือ เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนัง สังเคราะห์ แต่จะไม่ได้เป็นวัสดุหนัง Nappa และไม่มีระบบนวด รวมทั้งกระจกมองหลัง จะเป็นแบบ แบบธรรมดา ไมใช่ Digital เหมือน รุ่นLong Range และ รุ่น Performance แต่ออพชั่นมาตรฐานอื่น ๆ ก็ยังมีมาให้ ครบทั้งการรองรับอัพเดท software OTA ได้เช่นเดิม ลำโพงรอบคัน 18 ตัว แบบ 3D sound เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง + ดันหลัง 4 ทิศทาง ไฟ Ambient light

อัพเกรดสเปคขุมพลังดีขึ้น...
XPENG G6 Standard Range ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor 1 ตัว กำลังสูงสุด 251 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) 800V แบบ 5C AI Battery ความจุ 68.5 kWh รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 382 kW พร้อมระบบการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอก (V2L)
การชาร์จไฟฟ้า
ชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC (11 kW) จาก 5 – 100% ใช้เวลา 7.3 ชั่วโมง ชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC Fast Charge (382 kW) จาก 10 – 80% ใช้เวลา 12 นาที ในด้านสมรรถนะ ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน อัตราเร่ง 0 – 100 km/h ภายใน 6.94 วินาที ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 202 km/h เคลมระยะวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 540 km NEDC หรือประมาณ 470 km ตามมาตรฐาน WLTP เรียกว่าตามสเปคที่ให้มา ก็เพียงพอที่จะทำให้การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองสะดวกสบายและการขับขี่ในชีวิตจริง

เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ มีออพชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม...
ในด้านความปลอดภัย กับถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และระบบช่วยขับขี่ที่ครบครัน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC), ระบบช่วยจอด (AEP) และ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LCC) รวมถึง กล้อง 360 องศา ที่ช่วยให้การจอดและขับขี่ในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายขึ้น
โดยสรุปออพชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
- ตัดระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC
- ตัดระบบตรวจจับใบหน้าผู้ขับขี่ DSM
- ตัดกล้อง lane watch (BSV) ที่แก้มหน้า*Blind Spot)
- ตัด กระจกมองหลังดิจิตอล
ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีในรุ่นท็อป แต่ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ก็ยังมีให้อยู่ครับ

คุยหลังขับกับ กันต์ เย็นสบาย...
เท่าที่มีโอกาสได้ลองขับสิ่งที่เห็นข้อจำกัดของตัวรถรุ่นนี้ก็พอมีอยู่บ้างครับทั้ง
1. กระจกมองหลังที่ให้มุมมองค่อนข้างแคบ และเสาบริเวณกลางรถที่มีขนาดค่อนข้างหนาทำให้การมองเวลาออกจากซอย ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
2. เบาะหลังที่ไม่สามารถพับเรียบได้
3. ม่านบังแดด หลังคากระจก Panorama แบบเลื่อนด้วยไฟฟ้า (แบบติดตั้งเสริม) ขณะนี้ไม่มีโปรให้ ลูกค้าแล้ว (ต้องติดตั้ง เพิ่มเองประมาณ 20,000 บาท)
แต่โดยส่วนตัวสำหรับผมรถรุ่นนี้มี Concept ที่น่าสนใจหลายสิ่งครับ ทั้งความทันสมัยในด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย เป็นอีกหนึ่งรถอเนกประสงค์ไฟฟ้า ที่ขับควบคุมได้ง่ายในการใช้งาน และสมรรถนะที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง วงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.8 เมตร ทำให้การขับขี่ในเมืองที่มีพื้นที่จำกัดสะดวกยิ่งขึ้น ความเป็นรถ 800V ชาร์จเร็วที่ถูกสุดตอนนี้ แม้จะมีตัดออพชั่นบางอย่าง แต่ส่วนใหญ่ยังมีลูกเล่นค่อนข้างครบอยู่
ปิดท้ายคือเรื่องราคาที่คุ้มขึ้นค่าตัวเป็นมิตรเข้าถึงได้ง่ายที่ 1.189 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ถ้าคุณกำลังมองหารถไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงและมีความหรูหราในตัว XPENG G6 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุดในช่วงนี้ครับ

